กัณวีร์ ชี้ Quiet Diplomacy ล้าสมัย ต้องเปลี่ยนเป็น Constructive Intervention

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๗ · ๙ มกราคม ๒๕๖๘

กัณวีร์ สืบแสง วิจารณ์นโยบาย Quiet Diplomacy ของกระทรวงการต่างประเทศว่าไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและเสนอให้เปลี่ยนเป็น Constructive Intervention พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางแก้ไขปัญหาลaborข้ามชาติ ผู้ลี้ภัย และความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เมียนมา

นายกัณวีร์ สืบแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี ตอบเกือบหมดเลยนะครับ ยังไม่ได้ถามแต่ท่านรัฐมนตรีตอบเกือบหมดแล้ว จริง ๆ แล้ว เวลาผมก็เหลืออีก ๑๐ นาทีอย่างไรผมจะพูดให้สั้น เพื่อจะได้เผื่อเวลาให้ท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามต่อ ๆ ไปนะครับ จริง ๆ แล้วฟังแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านตอบมา ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนทางการทูตของไทย Quiet Diplomacy หรือเกี่ยวกับกระบวนการ การพูดคุย ปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การแก้ไขต่าง ๆ ผมฟังแล้วยังจำได้ตอนที่ผมทำงาน อยู่ สมช. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานคือมันเหมือนกับ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติกับประเทศเพื่อนบ้าน อันนี้เรายังใช้จุดยืนทางด้านการทูตของเราเอาความมั่นคงนำการทูต ท่านรัฐมนตรีครับ เปลี่ยนเสียใหม่ ณ ปัจจุบันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปนานแล้ว สถานการณ์ไม่สามารถ คงอยู่เหมือนเดิมได้อีกต่อไป การสร้างความสัมพันธ์ถ้าเราจะบอกว่าจุดยืนของเราจะต้องเป็น Quiet Diplomacy เป็นการทูตแบบเงียบ ๆ ผมว่าเป็นไปไม่ได้ ณ ปัจจุบันนี้เราต้อง เปลี่ยนแปลงไป เราเห็นครับว่าประเทศจีนพูดตรง ๆ เขาก็พยายามที่จะมีบทบาทเป็นผู้นำ ในการหารือการพูดคุยสันติภาพในพื้นที่ของประเทศเมียนมา อาเซียนพยายามทำ ท่านพูด เรื่องเกี่ยวกับ Five-Point Consensus ฉันทามติทั้ง ๕ ข้อ ตอนนี้มันอยู่ตรงไหน เริ่มต้น ตั้งแต่ข้อแรกเรายังทำไม่ได้เลย เรื่องเกี่ยวกับ De-escalation Off The Violence คือการ ลดระดับความรุนแรงเกิดขึ้นยังไม่มีใครสามารถทำได้ สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณ ชายแดนไทยกับประเทศเมียนมานี้ ๒,๔๑๖ กิโลเมตร ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตอนนี้ ควบคุมโดยกองกำลังกลุ่มต่อต้าน ผมก็ไม่รู้ต่อต้านใคร ทั้งทหารเมียนมาก็ต่อต้าน ทั้งฝ่าย กองกำลังกลุ่มต่อต้านก็เรียกว่าต่อต้าน เพราะฉะนั้นนโยบายของท่านนโยบายการทูต ต้องเปลี่ยนแปลงครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ต้องเปลี่ยนเป็น Constructive Intervention การแทรกแซงอย่างสร้างสรรค์ ทำอย่างไรก็ได้ประเทศไทยเรามีภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีกว่าคนอื่น ๒,๔๐๐ กว่ากิโลเมตรนี้เรามีกองกำลังชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ทำงานกับเรา อยู่กับเรามาอย่าง ช้านาน ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดตาก จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงจังหวัดระนอง เราต้อง ใช้จุดแข็งของเราตรงนี้ครับเป็นคนที่สามารถแสดงบทบาทการเป็นผู้นำในการสร้างสันติภาพ ให้เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา ตอนนี้ครับ จริง ๆ เวลาก็น้อยจริง ๆ ผมจะถามคำถามข้อที่ ๒ เกี่ยวกับ Solution การแก้ไขปัญหา ตอนนี้ท่านเห็นครับ แรงงานข้ามชาติเข้ามาในประเทศ ไทย แรงงาน MOU ๒ ล้านกว่าคนกำลังจะต่อแรงงานตอนนี้ แรงงานที่เข้ามาข้ามแดนผิด กฎหมายยังอยู่ในประเทศไทย ๓ ล้านกว่าคนครับท่านประธาน จะทำอย่างไร เรากำลังจะต่อ แรงงานเราจะต้องให้เขาไปต่อสัญญา ตอนนี้ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับ Tax ต่าง ๆ การเสียภาษี ต่าง ๆ การเอาข้อมูลต่าง ๆ วันนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ไปที่ ASEAN Summit ที่ประเทศลาว ไปจับมือกับ มี่นอองไลง์ (Min Aung Hlaing) แล้วบอกว่า ไม่แน่ เราอาจจะมีการแชร์ข้อมูลไปให้เกี่ยวกับแรงงานถ้าอยากจะต่ออายุได้ ท่านจะทำจริงหรือไม่ PDPA หรือเปล่าในการที่จะเอาข้อมูลต่าง ๆ ของรายงานรวมทั้งนายจ้างด้วยต่างหาก อันนั้นคือสิ่งที่เราจะมีแรงงานข้ามชาติที่จะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเหลืออยู่ในประเทศ อีกเยอะแยะมากมาย ผู้ลี้ภัยที่เข้ามาในประเทศไทย ๘๑,๐๐๐ กว่าคนที่อยู่บริเวณชายแดน ทั้ง ๙ แห่ง ตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงจังหวัดราชบุรีท่านจะทำอย่างไร ผู้ลี้ภัยที่เข้ามา ในประเทศไทยเป็นหลักแสน ๆ คนท่านจะทำอย่างไร Solution ของท่านจะทำอย่างไร เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องความมั่นคงอีกต่อไปครับท่านประธาน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้คือ เรื่องการทูตเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านคือ State Department ท่านคือ เลขาธิการของรัฐนี้ของประเทศไทย ท่านจะต้องมีจุดยืน ท่านจะต้องนำให้ได้ว่าการแก้ไข ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเราจะแสดงบทบาทการเป็นผู้นำอย่างไร ผมอยากจะฟังคำตอบจากท่านเรื่อง Solution ภายในประเทศของเราว่าท่านจะแก้ไข อย่างไร ท่านจะช่วยกับทหารเมียนมาที่จะเอาเงินงบประมาณที่เขาจะเสียค่าภาษีของเขา ในการต่อสัญญากับประเทศไทยเอากลับไปให้ทหารพม่าไหม ในการที่เขาจะเอาเงินไปใช้ อะไรก็เป็นเรื่องภายในของเขา แต่ได้ข่าวมาว่าเขาอาจจะไปซื้ออาวุธต่าง ๆ ถ้าเอาภาษีของ แรงงานที่อยู่ในประเทศไทยไปใช้ แล้วคนที่หนีมาจากการเกณฑ์แรงงานทหาร การถูกบังคับ ให้เป็นทหาร Forced Conscription ที่หนีเข้ามา ลี้ภัยเข้ามา ท่านจะเปิดให้เขาเข้ามาไหม หรือท่านจะผลักดันเขากลับไปเป็นทหารแล้วไปต่อสู้อยู่ในประเทศพม่า ผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ท่านจะ ทำอย่างไร คำถามคือ Solution ของประเทศไทย จุดยืนทางการทูตที่จะแก้ไขปัญหา ภายในประเทศไทยเป็นอย่างไร ขอบคุณครับ