มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อธิบายวัตถุประสงค์การประชุมเมียนมาว่าเพื่อสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาความไม่สงบ โดยยืนยันไม่ได้สนับสนุนการเลือกตั้ง และเน้นย้ำหลักการ Myanmar-led พร้อมทั้งหารือแนวทางนโยบายไทยต่อสถานการณ์เมียนมา เน้นบทบาททางการทูตแบบเงียบเพื่อลดความรุนแรงและสร้างความสงบเสถียรภาพ ระบุว่าการแก้ปัญหาความขัดแย้งในเมียนมาต้องเป็นไปตามกระบวนการภายในของเมียนมาเองโดยเน้น Myanmar-led และสนับสนุนความร่วมมือด้านอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ยาเสพติดและการค้ามนุษย์ รวมถึงยืนยันความพร้อมในการร่วมมือกับเมียนมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ระบุความพร้อมของประเทศไทยในการสนับสนุนบทบาทประธานอาเซียนและผลักดันการหารือระหว่างเมียนมากับเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงและการค้าชายแดน พร้อมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของการฟื้นฟูกระบวนการสันติภาพในเมียนมาและการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับคำถามแล้วผมก็จะขอมาเรียนท่านสมาชิก สภาด้วยตัวเองนะครับ ขออนุญาตตอบตรงประเด็นก่อนนะครับว่า การที่ผมจัดการประชุม วันที่ ๑๙ ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นการประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือในการแก้ปัญหาผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากความไม่สงบในประเทศเมียนมา แต่ไม่ได้มีส่วนใดเลยแล้วไม่มีประเทศไหน ที่ได้พูดหรือ Endorse ในการยอมรับการเลือกตั้งแต่อย่างใดทั้งสิ้น จริง ๆ ก็กราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิก ท่านเองก็ได้พูดว่าการที่เรามีความร่วมมือกับ ประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมานะครับ เป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้นการที่ผมจัดการประชุมในวันที่ ๑๙ ที่ผ่านมา ไม่ได้มีความพยายาม ที่จะไป Endorse การแก้ปัญหาของประเทศเมียนมาแต่อย่างใด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่ ประเทศเมียนมาต้องการคือ Myanmar-led Myanmar-owned แต่เราไม่ได้ไป Endorse อะไรทั้งสิ้นนะครับ อันนี้ก็ขอเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้เข้าใจตามนั้นนะครับ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคลี่คลายสถานการณ์ในประเทศเมียนมา ผมขออนุญาตเรียน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธานสภาดังนี้นะครับ
เรื่องแรกก็คือเรื่องแนวทางการดำเนินนโยบายของประเทศไทยต่อ สถานการณ์ในเมียนมา ท่าน สส. ผู้ทรงเกียรติคงทราบดีว่าประเทศไทยมีชายแดนติดกับ ประเทศเมียนมากว่า ๒,๔๐๐ กิโลเมตร ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างมาก ในหลาย ๆ ด้านซึ่งทุกคนก็ทราบดีนะครับ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องมีบทบาทสำคัญ ที่หาทางออกช่วยเหลือให้สถานการณ์ในประเทศเมียนมาคลี่คลายไปในทิศทางที่ถูกต้อง และไม่มีผลกระทบกับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด รัฐบาลไทยตระหนักดีครับ ว่าสถานการณ์ในเมียนมามีความซับซ้อน มีความละเอียดอ่อนและมีผู้เล่นที่เกี่ยวข้อง เป็นจำนวนมากนะครับ มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ดังนั้นการดำเนินการทางการทูตที่ผ่าน ๆ มา เกี่ยวกับประเทศเมียนมาจำเป็นต้องทำอย่างสมดุลในหลากหลายมิติ และในหลากหลาย ช่องทาง ทั้งหมดนี้ก็สอดคล้องหรือเป็นไปตามที่ท่านรัฐบาลภายใต้การนำของท่าน นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ได้แถลงนโยบายไว้ต่อสภาก็คือเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนนะครับ ทั้งหมดนี้ในทุก ๆ มิติก็จะต้องมีความเกี่ยวพันกันหมดและจะต้อง ประเมินจังหวะเวลาน้ำหนักที่เหมาะสมในแต่ละนโยบายที่ใช้โดยจำเป็นต้องใช้ อย่างที่ผม เรียนว่าหลายอย่างและบางอย่างก็ต้องดำเนินการอย่างเงียบ ๆ หรือที่เรียกว่า Quiet Diplomacy หลักการสำคัญของการทูตในประเทศเมียนมา เมื่อสักครู่ขอตอบคำถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยว่า ประเทศไทยไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงของทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เป็นผู้ปกครอง หรือกลุ่มที่เป็นฝ่ายต่อต้าน เพราะฉะนั้นประเทศไทยมี เป้าหมายชัดเจนว่าเราไม่ได้สนับสนุนให้เกิดความรุนแรงและไม่ต้องการเห็นการสู้รบคงอยู่ ต่อไปในประเทศเมียนมา แต่อย่างที่ผมเรียนแล้วว่ามันมีขั้นตอนแล้วก็มีความเปราะบาง ในหลาย ๆ จุดมีผู้เล่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมาก มีสถานการณ์ที่ซับซ้อน ดังนั้นเป้าหมาย ของไทยก็คือต้องการเห็นประเทศเมียนมาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญของเรา และมี ผลกระทบทุกสิ่งทุกอย่างโดยตรงกับประเทศไทยกลับมาสู่ความสงบสุข มีเสถียรภาพ มีการพัฒนา ประชาชนชาวเมียนมามีความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาการที่สร้างความก้าวหน้าให้เกิดขึ้น แล้วก็ที่สำคัญที่สุดทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการโดยกระบวนการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ ระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มในประเทศเมียนมา
ข้อที่ ๒ คือปัญหาความขัดแย้งในประเทศเมียนมาเป็นเรื่องภายในของ ประเทศเมียนมาเอง ซึ่งฝ่ายต่าง ๆ ในเมียนมาจะต้องหาทางออกสำหรับอนาคตของประเทศ กันเองจึงจะมีความยั่งยืนนะครับ ประเทศภายนอกจะไม่สามารถเข้าไปช่วยบีบบังคับหรือ ไม่สามารถเข้าไปบีบบังคับให้ประเทศเมียนมาเป็นไปในรูปแบบที่ตนต้องการได้ ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญและมีความปรารถนาดีที่จะทำได้ ก็คือจะช่วยพยายามหาทางสนับสนุนให้ฝ่ายต่าง ๆ หันหน้ามาพูดคุยกันตามกระบวนการ ที่ทางอาเซียนเองก็ได้พูดอยู่เสมอ ก็คือเรื่องของ Myanmar-led Myanmar-owned เพื่อให้ เกิดความสงบสุขและการปรองดอง มีการพัฒนาเศรษฐกิจการพัฒนาประเทศที่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีกครั้ง แล้วตรงนี้ก็จะ เป็นผลประโยชน์ที่สำคัญเมื่อประเทศเมียนมามีความสงบสุข มีการพัฒนา มีความก้าวหน้า ในเรื่องของเศรษฐกิจ ก็จะทำให้เป็นผลประโยชน์ที่สำคัญของประเทศไทยด้วย
ข้อที่ ๓ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหา อาชญากรรมข้ามชาติข้ามแดนต่าง ๆ ซึ่งจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และจริง ๆ แล้วตรงนั้น ก็คือผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และผลประโยชน์ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด เรื่องของ Online Scam การค้ามนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ที่ผ่านมารัฐบาลไทยให้ ความสำคัญกับการดำเนินการใน ๓ ด้านดังนี้
๑. การดำเนินการทางการทูตเชิงรุก ซึ่งในระดับทวิภาคี ไทยยังคงช่องทาง การสื่อสารกับทางการเมียนมาในระดับต่าง ๆ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย และร่วมมือแก้ไขปัญหาร่วมกันในด้านความมั่นคงเศรษฐกิจและสังคม จากคำถามกระทู้ถามสด แรกที่พูดถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ผมขออนุญาตเรียนว่าด้วยความพยายามที่จะมี ความร่วมมือกับฝ่ายประเทศเมียนมาเขาก็ให้ความสำคัญแล้วให้ความร่วมมือในการร่วมกัน แก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างจริงจังและอย่างจริงใจนะครับ อันนั้นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยใช้เป็น กรอบในการเจรจาเพื่อสร้างความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนมา
๒. ก็คือในระดับของประเทศอาเซียน ประเทศไทยสนับสนุนบทบาทของ อาเซียนและการดำเนินการของประธานอาเซียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการดำเนินการตาม ฉันทามติ ๕ ข้อ โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ สปป. ลาว ซึ่งเป็นประธานอาเซียน ในปีนี้ควบคู่กับการปรึกษาหารืออย่างสม่ำเสมอกับประเทศต่าง ๆ นอกอาเซียน และหน่วยงาน ของ UN นอกจากนั้นประเทศไทยยังผลักดันการหารือระหว่างประเทศเมียนมากับประเทศ เพื่อนบ้านอย่างที่ท่านได้ถาม เพื่อเป็นพื้นที่ในการหารือกันอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความ กังวลและผลกระทบที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างได้รับจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ เมียนมา โดยเฉพาะความมั่นคงและการค้าชายแดนอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเทศ ที่เข้าร่วมต่างก็เห็นความสำคัญแล้วก็ชื่นชมบทบาทของประเทศไทย และเห็นพ้องถึง ความสำคัญที่ประเทศเพื่อนบ้านจะต้องมีบทบาทมากขึ้นนะครับ ถือเป็นการเสริมบทบาท ของกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย
๓. สำหรับการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพในประเทศเมียนมาประเทศ ไทยมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ ในประเทศเมียนมามาโดยตลอด ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ นำไปสู่การลงนามความตกลง Nationwide Ceasefire Agreement เมื่อปี ๒๕๕๘ แล้วประเทศไทยต้องการให้กระบวนการสันติภาพกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง โดยยินดีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อให้ฝ่ายต่าง ๆ ในเมียนมาได้มีโอกาสพูดคุยแล้วก็หา ทางออกโดยสันติ เพราะท้ายที่สุดแล้วการสู้รบก็จะต้องจบลงนะครับ ไม่ช้าก็เร็วโดยประเทศไทย จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป
๔. คือการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ประเทศไทยมีบทบาท ในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศเมียนมามาโดยตลอด ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ เปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยก็ได้ให้ความช่วยเหลือผ่านช่องทาง ต่าง ๆ ทั้งในระดับทวิภาคี และผ่านองค์การระหว่างประเทศ เช่น โครงการอาหารโลก WFP ภายใต้องค์การสหประชาชาติ คณะกรรมการกาชาดสากล ICRC ในเรื่องนี้รัฐบาลจะแสวงหา แนวทางที่จะขยายการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ สาธารณสุขและการศึกษาตามบริเวณชายแดนครับ