อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ นำเสนอรายงานเพื่อปรับปรุงระบบงบประมาณกระทรวง อว. โดยชี้ให้เห็นปัญหาการผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีไม่ทันความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Semiconductor และเรียกร้องให้เร่งพัฒนากำลังคนและยกระดับคุณภาพการวิจัย อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ อภิปรายถึงโครงสร้างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่รวมหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัย เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศผ่านระบบงบประมาณใหม่ อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ชี้ปัญหา 3 ด้านของระบบวิจัย ได้แก่ ความไม่ต่อเนื่องของงบประมาณรายปี, ขั้นตอนการรายงานผลที่ซ้ำซ้อน และ การจัดสรรงบกำลังคนที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการอุตสาหกรรม พร้อมเสนอให้ปรับเป็นงบประมาณระยะยาวและลดขั้นตอนการรายงาน
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผม อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ ในฐานะ ที่ปรึกษากรรมาธิการ แล้วก็เป็นหัวหน้าคณะทำงานนะครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ ที่จะขอเล่าเนื้อหา โดยสรุปของเล่มรายงานที่เสนอต่อสภาวันนี้นะครับ รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นร่วมกับ คณะกรรมาธิการ แล้วก็ร่วมกับผู้บริหารของหน่วยงานในกระทรวง อว. แล้วก็รวมถึงผู้บริหารของ มหาวิทยาลัย ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อที่จะปรับปรุงระบบงบประมาณของกระทรวง อว. ที่เป็นอยู่ให้ดี ยิ่งขึ้นเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าในปัจจุบันนี้ประเทศไทยเริ่มไล่ตามเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ไม่ทัน ๆ หลักฐานเชิงประจักษ์ก็คือประเทศไทยไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมใหม่ แล้วก็ไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่สำคัญใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องเร่งลงมือทำ คือการพัฒนากำลังคนที่เป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ อย่างเช่น Semiconductor และพลังงานสะอาดนะครับ ผมขอยกตัวอย่างของด้าน Semiconductor ในอุตสาหกรรม ณ ปัจจุบันของประเทศไทยต้องการแรงงานทางด้าน Semiconductor ๕,๐๐๐ ตำแหน่ง แต่ใน ความเป็นจริงมหาวิทยาลัยในประเทศไทยสามารถผลิตบุคลากรทางด้าน Semiconductor ได้ปีละแค่ ๒๐๐-๓๐๐ คนเท่านั้นนะครับ
เรื่องสำคัญต่อไปก็คือเรื่องพัฒนายกระดับคุณภาพของการวิจัยของประเทศ ของเราให้ดียิ่งขึ้น ให้เราได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้แล้ว ขอสไลด์นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ผมเชื่อว่าทั้ง ๒ เรื่อง เรื่องพัฒนากำลังคน แล้วก็เรื่องการพัฒนาการวิจัย ทุกท่านทั้งสภาแห่งนี้ แล้วก็ฝ่ายบริหาร คณะรัฐบาลก็น่าจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ก็เลยเป็นที่มาของการ Transform จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือกระทรวง อว. ในปี ๒๕๖๒ โดยดึงเอามหาวิทยาลัย แล้วก็หน่วยงานที่ให้ ทุนวิจัยบางแห่ง อย่างเช่น สกว. แล้วก็ วช. เข้ามารวมอยู่ด้วย เลยเกิดกระทรวงใหม่ขึ้น เรียกสั้น ๆ ว่า กระทรวง อว. ซึ่งมีหน้าที่ในการทั้งผลิตกำลังคน แล้วก็มีหน้าที่พัฒนาการวิจัยของประเทศ จากรูปท่านก็จะได้เห็นโครงสร้างของกระทรวง อว. นะครับ ซึ่งมีสภานโยบายกำกับดูแล ภาพรวมทั้งหมด โดยสภานโยบายนี้ประกอบด้วยรัฐมนตรีจาก ๑๒ กระทรวงแล้วก็ ผู้ทรงคุณวุฒิอีกนะครับ แล้วร่างของสภานโยบายนี้ก็จะมีคณะกรรมการอิสระ กกอ. และ กสว. นะครับ ซึ่ง กกอ. ก็จะดูแลกำกับกองทุนทางด้านอุดมศึกษา ซึ่งกองทุนนี้ก็ผ่านสภา ไปเรียบร้อยแล้วนะครับ เราก็จะเห็นกองทุนนี้ Active ในระยะเวลาอันสั้นนี้ ควบคุมโดย กกอ. แล้วก็เขาแบ่งอย่างชัดเจนเป็นด้านอุดมศึกษา ทีนี้ทางด้าน ววน. วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม จะควบคุมโดย Body ของ กสว. แล้วก็ผ่านกองทุน ววน. ในการให้งบประมาณ สไลด์ถัดไปนะครับ ทีนี้ผมจะพูดลงถึงปัญหาของระบบงบประมาณ อว. ซึ่งในปัจจุบันภาพที่ ท่านเห็นนี้ก็คือภาพของงบประมาณของกระทรวง อว. นะครับ
ปัญหาข้อแรกเลยก็คือการให้ทุนจากสำนักงบประมาณนะครับ ให้ทุนมาที่ สกสว. จากภาพทางด้านซ้ายนะครับ แล้วก็ สกสว. ให้ทุนมาที่หน่วยงานให้ทุนอีกทีหนึ่งเรียกว่า PMU นะครับ แล้วก็ไปให้ทุนที่มหาวิทยาลัย ปัญหาก็คือว่า ณ ปัจจุบันระบบงบประมาณของการวิจัยจะ ให้โดยสำนักงบซึ่งเขาจะพิจารณาเป็นปีต่อปีนะครับ มันก็เลยทำให้ขาดความต่อเนื่องของงานวิจัย นะครับ มันส่งผลอย่างไรครับท่าน ก็คือว่าผู้ได้รับทุนในปีนี้ไม่ได้ Guarantee ว่าในปีหน้านี้ท่านจะ ได้รับทุนอีกหรือไม่ ฉะนั้นมันก็ส่งผลให้ความจริงจังในการทำวิจัยของนักวิจัยมันไม่ได้ไปอยู่จุดที่ เรียกว่าประสิทธิภาพสูงสุดนะครับ นี่ก็เป็นปัญหาข้อแรกนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้สำนักงบ ก็อาจจะพิจารณาการให้ทุนวิจัยนะครับ งบประมาณให้กับทุนวิจัยเป็นแบบ ๒ ปีหรือว่า ๔ ปีนะ ครับ
ปัญหาข้อที่ ๒ คือเรื่องการรายงานผลที่ซ้ำซ้อนนะครับ ก็คือว่าหลังจากที่ นักวิจัยหรือหน่วยงานที่ทำวิจัยได้รับทุนไปแล้วต้องรายงานผลในหลายระบบมากนะครับ อย่างเช่น eMENSCR ของสภาพัฒน์นะครับ NRIIS ของ สกสว. หรือแม้กระทั่งต้องรายงาน กับระบบของหน่วยให้ทุนนั้น ๆ อีก คืออย่างน้อย ๓ ระบบ กรอกกันปีหนึ่งหลายครั้ง แล้วก็ การกรอกไม่ได้กรอกง่าย ๆ กรอกครั้งหนึ่งก็ครึ่งวันถึง ๑ วัน เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะก็คือ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้แค่กรอกแค่ระบบเดียวแล้วก็ Integrate ข้อมูลกันจะเป็นไปได้หรือไม่ครับ เพราะมันจะลดขั้นตอนของการทำวิจัยและอำนวยความสะดวกให้นักวิจัยทำวิจัยได้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อที่ ๓ เรื่องการจัดสรรงบประมาณทางด้านกำลังคนยังไม่ตอบสนองต่อ ความต้องการของอุตสาหกรรมนะครับ อย่างเช่นตามภาพนะครับ อย่าง ๔๕ (๑) ๔๕ (๒) ที่ส่งไปมหาวิทยาลัย ณ ปัจจุบันนี้ก็คือเป็นค่าใช้จ่ายของสถาบันการศึกษา ซึ่งตรงนี้เราก็ อาจจะไปแตะต้องไม่ได้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เลยเป็นที่มาของกองทุนอุดมศึกษาที่ทางสภา และทางวุฒิสภาได้ผ่านออกมาเป็นกองทุนที่จะมาแก้ Pain Point ทางด้านนี้นะครับ ก็คือ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตกองทุนนี้จะช่วยให้การผลิตกำลังคนของประเทศตอบสนอง Demand ความต้องการของอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ