ธีรัจชัย พันธุมาศ ชี้ช่องว่างกฎหมายที่ขาดการคุ้มครองผู้บริโภคจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเรียกร้องให้ธนาคารต้องรับผิดชอบเต็มจำนวนเมื่อประชาชนถูกหลอกลวงโอนเงิน และเสนอให้รัฐบาลบังคับใช้มาตรการป้องกันอย่างจริงจัง ธีรัจชัย พันธุมาศ เสนอมาตรการหน่วงเงินและอายัดบัญชีทันทีเมื่อพบการโอนเงินผิดปกติหรือถูกหลอก เพื่อลดความเสียหาย และเรียกร้องให้ธนาคารรับผิดชอบกรณีแอปพลิเคชันดูดเงิน ธีรัจชัย พันธุมาศ ถามถึงอำนาจในการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฐานปฏิบัติการในกัมพูชาและเมียนมา โดยตั้งข้อสังเกตว่าอดีตผู้นำไม่สามารถใช้อำนาจพิเศษได้ และเรียกร้องให้รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการปราบปรามทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งพิเศษ
ท่านประธานที่เคารพครับ คำถามที่ ๒ สืบเนื่องจากคำถามแรกนะครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบคำถามครั้งที่แล้วมาให้ผม แล้วท่านก็ได้กระทำในหลายประการ แต่โอเคผมอยากจะขอเพิ่มเติมในส่วนของออสเตรเลีย ที่เขาบอกบริษัท Social Media ซึ่งผลิตแพลตฟอร์มมาให้คนไปกดนี้นะครับ ไม่ใช่บริษัท ผู้ให้บริการมือถือ ท่านยังไม่มีในพระราชกำหนดฉบับนี้เลยนะครับ อยากฝากท่านดูด้วยว่า ทำไมถึงยกเว้นแต่บริษัท Social Media ตรงนี้ไม่ให้เขาต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเขาเป็นคน เผยแพร่ให้คนไปกดโน่นกดนี่เหมือนกัน ให้โฆษณาอะไรต่าง ๆ มากมายตรงนี้ ท่านประธานครับยัง มีอีกหลายกรณี ในส่วนที่ความเร็ว สาระสำคัญคือความเร็วในการที่จะบล็อกไม่ให้เงินไหลไป บางที ถ้าเป็น App ดูดเงินส่งมาให้คนกดเผลอไปกดระบบจริง ๆ แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๖๗๒ ซึ่งเขาถือว่าเงินนั้นเมื่อฝากธนาคารแล้วธนาคารต้องเป็นเจ้าของเงิน ระบบป้องกันต้องเป็นส่วนของธนาคาร การที่กดปุ๊บนี้ถ้าหายไปความรับผิดชอบควรอยู่ที่ ธนาคาร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่ต้องให้คนประชาชนนั้นไปฟ้องธนาคารอีก ประชาชน คนธรรมดาจะต้องถูกแก๊ง Call Center ที่มีเล่ห์เหลี่ยม มีกลอุบายมีเงินเยอะแยะมาทำร้าย แล้วหลอกลวงแล้วต้องไปฟ้องธนาคารอีกอันนี้มันแย่มาก ธนาคารนี้จะต้องไปถูกบริษัท มือถือต้องปล่อยปละละเลยให้กับพวกแก๊ง Call Center ได้มาทำ อันนี้ก็แย่แล้วประชาชน ถูกกระทำ ประชาชนต้องถูกในส่วนของบริษัท Social Media ปล่อยให้พวกแก๊งดูดเงิน ต่าง ๆ แก๊ง Call Center นี่เข้ามาโฆษณาให้คนต้องหลงเชื่ออีก ตรงนี้มันถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีกลไกอะไรเลย รัฐบาลจำเป็นต้องมาช่วยเหลือและให้องค์ประกอบทั้ง ๓ ส่วนเหล่านี้ จะต้องรับผิดชอบจากการกระทำของเขา เพราะเขาได้กำไรจากการประกอบธุรกิจ รัฐบาล จะไปลอยตัวและเกรงใจไม่ได้เลยทั้ง ๓ หน่วยงาน ตรงนี้ผมเรียนว่าให้ท่านนั้นรบกวนนะครับ ด้วยความเคารพ เอาบริษัท Social Media ไปด้วย แล้วมาตรการที่ธนาคารรับผิดชอบ ก็ควรรับผิดชอบเพราะเป็นเงินของธนาคาร และการเตือนต้องเตือนจริง ๆ ให้ธนาคาร เป็นคนเตือนนะครับ อยากให้ไปปรับปรุง ถ้าปรับปรุงได้ก็ปรับปรุงแบบสิงคโปร์ได้ก็จะดีมาก ด้วยความเคารพนะครับท่านครับ
ถัดมาเรื่องของการที่ท่านตอบมาในเรื่องของที่เวลาถูกอายัดเงินอายัดยาก ท่านบอกว่าเหลือมา ๑๕ นาที จาก ๗ วันมาเหลือ ๑ ชั่วโมง เหลือ ๑๕ นาที แต่จริง ๆ ก่อน ๑๕ นาทีก็ได้แล้ว ทำไมไม่ทำแบบ Real Time ถ้าเห็นโอนผิดปกติปุ๊บ ตำรวจของสิงคโปร์ ตำรวจเขาสามารถอายัดได้เลยนะครับ เพราะบางทีคนเราบางทีถูกหลอกนะครับญาติเตือนก็ ไม่ได้ ธนาคารเตือนก็ไม่มี เพราะหลงตัวเชื่อเขาไปแล้วก็ไปกด แต่ต้องอายัดเลย ถ้าเงิน หายไปจำนวนเท่าไร เช่น เกินครึ่งบัญชี เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ผิดปกติหลายครั้ง ให้อนุญาต อายัดทันที ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็ไปปล่อยขึ้นมา ตรงนี้การหน่วงเงินมีส่วนสำคัญการอายัดทันที หรือกรณีที่โอนเงินจำนวนมาก ๆ เราหน่วงเงินนี้สามารถทำได้หรือไม่ นี่คือมาตรการที่ กรรมการจะต้องกลับไปพิจารณา อันนี้ผมขออนุญาตนะครับเพราะเห็นหลายมาตรการที่เกิด ขึ้นมา ท่านยังไม่ได้พูดถึงในการหน่วงเงินเพื่อจะช่วยเพราะบางทีคนเราถูกหลอกแล้วอารมณ์ มันค้างแล้วก็ไปกด แต่ส่วนที่เป็นความรับผิดชอบธนาคารที่ไปตั้ง App ดูดเงินธนาคารต้อง รับผิดชอบเต็ม ๆ อันนั้นควรจะเป็นอยู่แล้วนะครับท่านครับ ผมก็เลยอยากจะฝากท่านส่วนนี้ ไปนะครับ
เรื่องถัดมาเป็นคำถามที่ ๒ ก็คือเรื่องที่ผมเคยถามก็คือมี Base ไปอยู่ที่ ประเทศกัมพูชา ประเทศเมียนมา และประเทศนอกขึ้นมานะครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ท่านอดีต นายกรัฐมนตรีได้ประกาศในเวทีปราศรัยบอกว่าอ้ายชั้น ๒๕ ตึก ๒๕ ชั้นปอยเปต ชั้น ๒ เป็นแหล่งรวมของแก๊ง Call Center แล้วได้ส่งคนไปประสานแล้วให้จัดการ ถ้าไม่จัดการ จะส่งคนไปดำเนินการเอง หรือที่เมียวดีก็เป็นแหล่งแก๊ง Call Center ได้ส่งคนประสานแล้ว และถ้าไม่มีกองกำลังให้ช่วยดำเนินการเดี๋ยวส่งกองกำลังไปดำเนินการและปีหน้า แก๊ง Call Center นี้จะหมดเกลี้ยง ผมไม่ทราบว่าท่านพูดนั้นจริงหรือเปล่า แล้วท่านในฐานะ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านมีอำนาจจริงหรือเปล่า อยากให้จริงนะครับแต่ถึงแม้ จริงไม่จริง ไม่เป็นอะไรครับ เพราะอดีตท่านรัฐมนตรีท่านก็ปราศรัยไปแล้ว มาดูในระบบการดำเนินการ ในระหว่างประเทศถ้ากรณีเป็นรัฐบาลธรรมดาไม่มีอำนาจพิเศษอะไรก็แล้วแต่ ท่านได้มีการ ประสานรู้เป้าแบบนี้ตำรวจก็บอกมาแล้วแถลงมาแล้วนะครับว่าอยู่ปอยเปต ๒๕ ชั้น จริง ๆ ประสานต่างประเทศปราบ ทางรัฐบาลไปทำเลยได้ไหมครับ เอาให้เหี้ยนนะครับ เมียวดีประสานหรือยังครับ เป็นทางการกองทัพเราประสานเลยแล้วก็ปราบเลย ได้ไหมครับ ไม่ต้องรออำนาจพิเศษอะไรขึ้นมา ในความสัมพันธ์ส่วนตัวโทรศัพท์ไปบอกแล้วไม่ต้อง อย่างนั้น เรื่องนี้ท่านสามารถทำได้ไหมครับ เพราะปราบอย่างน้อย ๆ ๒ จุดนี้ที่มี Call Center ที่ออกไป มี Base ออกไปที่ผมบอก ๓๐ กิโลเมตร และ ๘ กิโลเมตรเขาทำนี้นะครับ ถ้าท่านทำได้ มันจะลดฮวบฮาบลงไป นี่คือมาตรการในการปราบปรามนะครับ ขอฝากว่าท่านจะทำได้จริง ๆ ไหม ที่ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่พูดมานะครับ ไม่ต้องพึ่งก็ได้นะครับ ท่านมีมาตรการจะทำเรื่องนี้จริงจัง ไหมครับ เพราะมีเป้า ๒ เป้าแล้วนะครับ