วีรภัทร ชี้แจงความสำเร็จสงกรานต์พระประแดง หารือฟื้นฟูป้อมแผลงไฟฟ้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๗

วีรภัทร คันธะ แสดงความยินดีกับความสำเร็จในการจัดการสงกรานต์พระประแดงที่ปลอดภัยไร้เหตุรุนแรง และขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยชี้แจงว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะยกเลิกประเพณีแต่ต้องการร่วมมือฟื้นฟูและดูแลโบราณสถานท้องถิ่น วีรภัทร คันธะ หารือปัญหาพื้นที่ทิ้งร้างของป้อมแผลงไฟฟ้าและเสนอแนวทางฟื้นฟูเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว วีรภัทร คันธะ หารือเรื่องการกระจายอำนาจการบริหารพื้นที่สาธารณะ และตั้งคำถามถึงความล้มเหลวในการดูแลสถานที่สำคัญ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า โดยสอบถามแนวทางตรวจสอบและกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยเพื่อป้องกันปัญหาการละเลยหน้าที่

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคประชาชนครับ วันนี้ขออนุญาตต้องกลับมาอีกครั้งนะครับ เมื่อ ๑ ปีที่แล้วผมก็ได้ตั้ง กระทู้ถามกับท่านรัฐมนตรีช่วย ท่านทรงศักดิ์นะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขอบคุณท่าน ทรงศักดิ์เมื่อขวบปีที่แล้วผมตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับปัญหาเรื่องของสงกรานต์พระประแดง แล้วก็หลังจากที่มีการพูดคุยกันตั้งกระทู้ถามไป ปีที่ผ่านมาสงกรานต์พระประแดงเป็นสงกรานต์ ที่ปลอดภัยไร้เหตุรุนแรง แล้วก็เป็นที่น่าชื่นชม ผมก็ขออนุญาตส่งคำชื่นชมไปยังท่านด้วยนะครับ แม้ว่าในช่วงที่มีการตั้งกระทู้ถามอาจจะมีความเข้าใจผิดพลาดไปบ้าง เพราะว่ามีการสื่อสาร ออกมาว่าเหมือน สส. จะไปยกเลิกสงกรานต์พระประแดง จริง ๆ แล้ว สส. วีรภัทรเป็น สส. ที่ชื่นชอบเรื่องวัฒนธรรมพระประแดงนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของโบราณสถาน แล้วก็ วัฒนธรรมประเพณี ทั้งนี้ก็ไม่ได้จะมายกเลิกโบราณสถานแต่ว่ามาพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการ ในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาว่าเราจะทำอย่างไรในการฟื้นฟูดูแลโบราณสถานแห่งนี้ ขออนุญาตทางฝ่ายโสตช่วยเปิดคลิปวิดีโอสักนิดหนึ่งขอบคุณครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

จะเห็นจากคลิปวิดีโอนะครับ ท่านจะ เห็นว่าเหมือนเป็นพื้นที่ป่าไม้ มีใบหญ้า มีต้นไม้ปกคลุม อันนี้เป็นพื้นที่ภายในอุทยาน ประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเราประสบ ปัญหาเรื่องของการปล่อยทิ้งร้าง ขออนุญาตไปที่ภาพถัดไปครับ จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วมีป้อมปืน มีอาคารที่น่าสนใจ ซึ่งผมได้พูดคุยกับทางอธิบดีกรมศิลปากรนะครับ ก็ทราบแล้วว่าทาง โบราณสถานแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว แต่ปัญหาก็คือเรื่องของการบริหาร จัดการพื้นที่ครับ เพราะว่าเรื่องของการบริหารจัดการพื้นที่เหล่านี้ผมคิดว่ามีปัญหา เพราะว่า การปล่อยทิ้งร้างไม่แน่ใจว่าเกิดเพราะมีคนมามั่วสุม หรือปล่อยทิ้งร้างแล้วมีคนมามั่วสุมจึงทำ ให้เกิดการปิดไม่ให้ใช้พื้นที่ ซึ่งในสมัยก่อนป้อมแผลงไฟฟ้านี้มีอายุเป็น ๑๐๐ ๒๐๐ ปีนะครับ ชาวบ้านพระประแดงก็เติบโตมากับพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้ แล้วก็ใช้พื้นที่แห่งนี้ ในการดูแล เข้ามาใช้เป็นพื้นที่สาธารณะ เข้ามาทำกิจกรรมกัน แต่ว่าหลายปีที่ผ่านมาก็มีการ ปิดป้อมนี้ไปแล้วก็ปล่อยให้เกิดทิ้งร้างก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ขอถัดไปเลยครับ จะเห็นว่า หน้าตาดูแล้วมีคุณค่าน่าสนใจ ถ้าท่านเคยไปที่ป้อมพระจุลก็จะเจอหน้าตาลักษณะคล้าย ๆ กันนี้ แต่ว่าที่ป้อมพระจุลที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์อาจจะมีสภาพการดูแลที่ดีกว่านี้นะครับ ตรงนี้ ก็จะเห็นว่าแทบจะไม่ได้มีการดูแลอะไรที่เป็นกิจจะลักษณะ ขออนุญาตไปต่อไปเลยครับ จริง ๆ ผมมีความเข้าใจ แล้วผมใช้คำว่าผมเข้าใจนายกเทศบาลเมืองพระประแดง เพราะผมก็เห็นความ พยายามในการบูรณะ หรือว่าทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สะอาดขึ้น ถ้าท่านเห็นจากสไลด์นะครับ ผมไปถ่ายรูปมาในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๖ ท่านจะเห็นว่ามีกองขยะเยอะแยะมากมาย ส่งผลให้พื้นที่นี้ไม่ว่าจะทำอย่างไรประชาชนไม่อยากเดินเข้ามาเลย เนื่องจากพื้นที่หน้าอุทยาน ป้อมแผลงไฟฟ้าเป็นตลาดสด เป็นพื้นที่ของตลาดสด ดังนั้นเวลาจะทิ้งขยะพื้นที่ตรงนี้ ยังสามารถเป็นพื้นที่ว่าง เพราะว่าเนื่องจากเทศบาลพระประแดงเป็นเทศบาลที่เล็กที่สุด ในประเทศไทย มีขนาดประมาณ ๐.๖ ตารางกิโลเมตร เล็กมากนะครับ ผมคิดว่า ๓๐ นาที ก็เดินทั่วเทศบาลแล้ว ดังนั้นพื้นที่การจัดการ พื้นที่ที่เป็นที่ว่างนี้จึงมีน้อยมาก ถ้าท่านเห็นจาก สไลด์มีรูปของขยะอยู่ หรือว่าประตูที่แบบอาจจะยังดูไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร ซึ่งปัจจุบันนี้ ผมเพิ่งไปลงกับทางทีวีรัฐสภามา ล่าสุดไปทำ Scoop กัน เรื่องของการติดตามการทำงาน ของ สส. ก็ได้แวะไปเยี่ยมเยียนที่ป้อมแผลงไฟฟ้ามา วันนั้นก็ถือว่าโชคดีมากที่มีคนเข้ามาทำ ความสะอาดให้ดูสดใสมากขึ้น แต่ว่าปัญหาที่แท้จริงนี่มันคือการไม่ได้เปิดให้เข้าไปใช้นะครับ ขออนุญาตไปที่สไลด์ต่อไปเลยครับ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนคือหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการสั่งปิด ซึ่งผมมองว่าการสั่งปิดแล้วเปิดแค่เฉพาะช่วง ประเพณีสำคัญ เช่น ช่วงสงกรานต์ หรือลอยกระทงอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ โดยเฉพาะรัฐบาล ที่ปัจจุบันกำลังส่งเสริมเรื่องของนโยบาย Soft Power เรากำลังพยายามผลักดันให้ โบราณสถานกลับมาเป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่า แล้วก็โบราณสถานเหล่านี้ถือว่าเป็นสมบัติ ของชาติ เป็นหลักฐานแสดงความมีอยู่ของเอกราชของชาติ โดยเฉพาะป้อมแห่งนี้ที่เป็นป้อม ที่ไว้รักษาการป้องกันประเทศไม่ให้ถูกข้าศึกรุกรานเข้าสู่เมืองหลวงครับ สไลด์ถัดไปเลยครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่าในประเทศไทยก่อนหน้านี้เราจะมีตัวอย่างงาน Art Biennale ในฐานะที่ผมอยู่กรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมด้วย ซึ่ง Art Biennale เป็นการจัดการโดยใช้สถานที่หรืออาคารในจังหวัดเชียงราย ล่าสุดนะครับ เพื่อจัดกิจกรรม หรือแสดงแสงสีเสียง หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Projection Mapping นะครับ ก็สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว แล้วก็เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของพื้นที่ได้นะครับ แสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ ของเมืองนั้น เล่าเรื่องราววิถีชีวิตของเมืองนั้น Promote สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างเช่น ที่วัดร่องขุ่นที่จังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ต่อไปเลยครับ อย่างที่เห็นในสไลด์ครับ ก็จะเป็นตัวอย่าง Projection Mapping ที่อยุธยา เป็นการฉายภาพเคลื่อนไหวสิ่งปลูกสร้าง ก็ทำให้อาคารมีชีวิตแล้วก็ช่วยดึงดูดความสนใจได้นะครับ การฉายภาพแสงสีเสียงบนกำแพง วัดหรือโบราณสถานเพื่อเล่าเรื่องราวการสร้างวัดหรือวัฒนธรรมของชุมชนจะช่วยสามารถ สร้างแรงดึงดูดทางการท่องเที่ยวได้ หรือการสร้างภาพจำลองทางประวัติศาสตร์ก็จะทำให้ คนหันกลับมาสนใจประวัติศาสตร์หรือรากเหง้าเมือง ซึ่งตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จนะครับ เช่น วัดอรุณราชวรารามก็ใช้เทคโนโลยีนี้นะครับ หรือแม้แต่อยุธยา Light Fest ก็มีการแสดง แสงสีเสียงโบราณสถานของอยุธยา สร้างความน่าสนใจให้กับคนไทยและคนต่างชาติ ซึ่งนอกจากดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าให้กับสถานที่สำคัญแล้วยังช่วยเล่าเรื่องราว วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ในรูปแบบที่ทันสมัยหรือที่รัฐบาลพยายามส่งเสริม เรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นะครับ ก็เหมาะสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหรือเทศกาล ที่ต้องการสร้างความโดดเด่น ดังนั้นแล้วตอนนี้ปัญหาที่เราเจอกันโดยตรงก็คือการกระตุ้น เศรษฐกิจในพื้นที่ เนื่องจากปัจจุบันก็ต้องยอมรับตามตรงครับว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจปากท้องนะครับ ถ้าหากมีการกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการ ทำให้โบราณสถานนี้กลับมาเป็นโบราณสถานที่ทรงคุณค่า มีความคิดสร้างสรรค์โดยการ นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์มากเลยครับ ขออนุญาตไปที่ สไลด์ต่อไปเลยครับ

ขออนุญาตไปที่คำถามแรกเลยครับ ในเชิงการกระจายอำนาจเกี่ยวกับการ ปล่อยปละพื้นที่สาธารณะนะครับ รัฐบาลมีนโยบายการกระจายอำนาจการบริหารพื้นที่สาธารณะ ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ปัญหาการปล่อยปละละเลยสถานที่พื้นที่สำคัญ อย่างเช่น อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้าสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการท้องถิ่น หรือไม่ แล้วกระทรวงมหาดไทยจะมีแนวทางตรวจสอบหรือกำกับดูแลการปฏิบัติงานขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่สาธารณะอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการละเลยหน้าที่ จนกระทบต่อประชาชนและมรดกทางวัฒนธรรมนะครับ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร เพื่อป้องกันปัญหาการละเลยพื้นที่สาธารณะในอนาคตหลังจากที่มีการกระจายอำนาจไปยัง ท้องถิ่นครับ ขอบคุณครับ