สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘

แอนศิริ วลัยกนก เสนอญัตติเรื่องการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง โดยเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบอิสระมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัย และใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast ในการแจ้งเตือนภัยพิบัติอย่างเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการเกิดความเสียหาย และพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ

นางสาวแอนศิริ วลัยกนก กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแอนศิริ วลัยกนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ แขวงราษฎร์บูรณะ พรรคประชาชน ดิฉันขออภิปราย ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับ มาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการ พัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอแสดง ความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดแผ่นดินไหวที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ แผ่นดินไหวและโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนพระราม ๒ ถล่มที่ผ่านมาเป็นช่วงสัญญาณเตือน ว่ากฎหมายและมาตรฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอต่อการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทุกครั้งที่เกิดอาคารถล่มทางด่วนพัง หรือโครงสร้าง พื้นฐานเสียหายอย่างไม่สมควร คำถามสำคัญที่ถูกถามอยู่เสมอมีใครใช้ของไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ การตรวจสอบมีความโปร่งใสแค่ไหน และมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นหรือเปล่า งบประมาณที่เกิดขึ้นควรถูกใช้เพื่อความปลอดภัย ถูกลด ถูกตัด หรือถูกแปรรูปไปเป็น ผลประโยชน์ของบางกลุ่มหรือไม่ ในขณะที่ประชาชนหรือคนทำงานหรือทำงานใน Site งาน ก่อสร้างกลับต้องเป็นผู้รับเคราะห์ นี่คือราคาของคอร์รัปชัน คือราคาที่จ่ายด้วยชีวิต ดังนั้น หากเราจะยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการปรับปรุงกฎหมายและระบบตรวจสอบต้อง ควบคู่ไปกับมาตรการการปราบปรามคอร์รัปชันที่เข้มงวด การป้องกันภัยพิบัติและลดความ สูญเสียจากอาคารถล่มหรือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มาตรฐานไม่สามารถทำด้วยมาตรการ ระยะสั้น หรือเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น เราจำเป็นต้องสร้างระบบความ ปลอดภัยที่มีมาตรฐานตั้งแต่ต้นทางการออกแบบการก่อสร้างจนถึงปลายทางการบำรุงรักษา และเยียวยา ดิฉันจึงขอเสนอแนวทาง ๓ ขั้นที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ให้ครอบคลุมทั้งระบบ

ขั้นที่ ๑ ต้องยกระดับมาตรฐานการออกแบบและการก่อสร้าง จำเป็นต้องมี การออกกฎหมายที่กำหนดความรับผิดชอบทางกฎหมายของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่าง ชัดเจน ไม่ใช่แค่ระดับผู้รับเหมาเท่านั้น แต่รวมไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล หากมีการ ละเลยมาตรฐานการก่อสร้างที่ทำให้เกิดความเสียหายจะต้องสามารถดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และทางอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่แค่การสั่งพักงานหรือชดใช้ค่าปรับ ไม่มีผลต่อการ ปราบปราม นอกจากนี้ควรมีการใช้ระบบติดตามเส้นทางวัสดุเพื่อตรวจสอบว่าวัสดุที่ใช้ใน โครงการก่อสร้างตรงตามมาตรฐานที่ได้กำหนดหรือไม่ หากพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงวัสดุ ที่ไม่ได้มาตรฐานจะต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง

ขั้นที่ ๒ ต้องมีระบบตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นอิสระ ดิฉันขอเสนอให้มี การจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบอิสระมาตรฐานการก่อสร้างและความปลอดภัย Third Party ที่แยกหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติหรือกำกับโครงการก่อสร้าง หน่วยงานนี้ควรมีอำนาจ ตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ทั้งหมด สามารถสั่งระงับโครงการที่ไม่เป็นไปตาม มาตรฐานได้ด้วย มีการแทรกแซงทางการเมือง คณะกรรมการตรวจสอบงานจะต้อง ประกอบจากผู้ที่เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เพื่อให้สามารถประเมินมาตรฐานได้อย่างรอบด้าน และต้องมีอำนาจเข้าถึงเกี่ยวกับการก่อสร้างทั้งหมด รวมถึงงบประมาณรายละเอียดของวัสดุ ที่ก่อสร้าง

ขั้นที่ ๓ แม้จะมีมาตรฐานและตรวจสอบระบบที่เข้มแข็ง แต่หากไม่มีการ บำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานที่จะเสื่อมโทรมก็จะกลายเป็นอันตรายต่อ ประชาชน จำเป็นต้องมีระบบการตรวจสอบสิ่งปลูกสร้างที่มีแนวโน้มที่ไม่ปลอดภัยอย่างเป็น ระบบ โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอและบังคับให้เจ้าของอาคาร ต้องทำเสริมความแข็งแรง หากพบว่าอาคารไม่ปลอดภัยระบบต้องแจ้งเตือนภัยพิบัติ ต้องได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการใช้ Cell Broadcast ในการแจ้งเตือน แบบ Real Time เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่จำเป็นอย่างทันท่วงที การยกระดับ มาตรฐานความปลอดภัยของสิ่งปลูกสร้างและการป้องกันการทุจริตในการก่อสร้างไม่ใช่เพียง แค่เรื่องของการป้องกันภัยพิบัติ แต่เป็นเรื่องของการป้องกันภัยของชีวิต เราหยุดภัยพิบัติ ไม่ได้ แต่เราสามารถหยุดการโกงที่ทำให้เกิดภัยพิบัติของประชาชนได้ สุดท้ายนี้ดิฉันหวังว่า การอภิปรายในวันนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประเทศไทยพร้อม ที่จะรับมือกับภัยพิบัติในอนาคตอย่างยั่งยืน ขอบคุณค่ะ