สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๑๐ เมษายน ๒๕๖๘

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาโครงการไฟฟ้า 5,200 เมกะวัตต์ โดยมีประเด็นหลักคือความไม่เท่าเทียมกันในกระบวนการเซ็นสัญญา และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเงื่อนไขราคาที่ไม่เปลี่ยนแปลง และการกำหนดเงื่อนไขใหม่สำหรับโครงการที่ขยายตัว

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต่อเนื่องจากคำถามแรก แล้วก็ท่านได้เกริ่นนำ ในตอนต้นคำถามที่ ๒ ท่านบอกว่ามันไม่ต่างกัน ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ กับ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ ความเป็นมาต่าง ๆ อย่างที่ท่านเข้าใจไม่ต่างครับ ที่ผมบอกว่าต่างกันคือ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์นี่ เขาเซ็นสัญญาไปแล้ว ๘๔ โครงการในส่วนของ กฟผ. แต่ในส่วนของ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ เขายังไม่ได้เซ็นเลยแม้แต่โครงการเดียว มันต่างกันตรงนี้ ซึ่งเป็นเหตุที่ผมเรียนว่าได้หารือ กฤษฎีกาเขาบอกว่าเงื่อนไขตรงนี้ต่างกัน ไม่ใช่ว่าโครงการเนื้อหามันต่างกัน ไม่ต่างกันไม่ใช่ คือกระบวนการที่เขาทำงานกันไปมันต่างกัน ในโครงการนั้นเขาเซ็นไปแล้ว ๘๔ โครงการ ส่วนในของ ๒,๑๐๐ เมกะวัตต์ ยังไม่ได้มีโครงการไหนเซ็นเลย

ประเด็นต่อไป ผมขออนุญาตเรียนว่าเรากำลังตรวจสอบสิ่งที่ท่านพูดนะครับ ว่าเงื่อนไขราคาทำไมไม่เปลี่ยนแปลง แล้วก็มีประเด็นที่ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ กำหนดเงื่อนไขใหม่เหมือนที่ท่านก็สงสัย แต่สิ่งที่ได้รับคำชี้แจงเขาบอกว่าเป็นการขยายจาก โครงการเดิม เมื่อเป็นการขยายจากโครงการเดิมก็เลยต้องใช้ราคาเดิม ผมเรียนท่านเลยครับ ผมไม่เห็นด้วย และกรรมการที่เราพิจารณาอยู่ขณะนี้หลายคนก็ไม่เห็นด้วย เพราะอะไร เพราะว่าลักษณะของการดำเนินการนี้มันไม่น่าเข้าลักษณะเป็นการขยายโครงการเดิม อันนี้ก็กำลังพิจารณาอยู่

ประเด็นต่อไปผมก็เรียนท่านตรงนี้ได้เลยครับเพราะเดี๋ยวก็ต้องเปิดเผย อยู่แล้ว กำลังตรวจสอบต่อไปว่ามีลักษณะเป็นการผิดกฎหมายฮั้วประมูลด้วยหรือเปล่า มันไม่ใช่มีแค่ราคา ส่วนราคานี่ก็เป็นที่โต้เถียงกัน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กกพ. เขาก็ ยืนยันว่าถูกต้อง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเขาก็บอกว่าถูกต้อง แต่ต้องมีการตรวจสอบกัน ต่อไปว่าถูกต้องจริงไหม มันจะเป็นราคานี้ได้อย่างไร มันจะมีที่มาที่ไปอย่างไร ตรงนั้นเดี๋ยว ก็ต้องตรวจสอบต่อครับ ท่านกับผมไม่ได้ต่างกันเลยเรื่องพวกนี้ เพียงแต่ว่าการทำงาน มันไม่ได้สามารถเนรมิตได้อย่างใจเราต้องการทันทีทันใดในทางปฏิบัติ แต่ว่าเรียนท่าน ประธานผ่านไปว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องนี้ แล้วเราก็เป็นห่วงเรื่องนี้อยู่ ผมทำงานเรื่องนี้ทุกวัน เรื่องนี้เมื่อวานก็เพิ่งประชุม ที่บอกท่านว่าเพิ่งประชุมเมื่อวานนี้เอง ครั้งล่าสุดคือเมื่อวาน ทางคณะใหญ่ก็ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้เกิดการทำงานที่รวดเร็วขึ้น ไปดำเนินการ ส่วนในเรื่องของอำนาจในการเลิกหรือเลื่อนต่อไปก็ต้องเข้าคณะใหญ่ ตอนนี้ ผมก็กำลังรอกำหนดวันประชุม กพช. อยู่ หลายเรื่องที่ผมเรียนท่านไปยังไม่ได้รายงาน กพช. เพราะยังไม่ได้ประชุม แต่ผมก็รอกำหนดวันประชุมแล้วผมก็จะต้องนำเข้าไปรายงานผล การทำงานของผมต่อไป แต่ผมเรียนยืนยันท่านว่าถ้าเราตรวจพบตรงไหนที่มีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจะไม่ละเว้นเด็ดขาด แต่ว่าการที่เราจะบอกผิดหรือถูกมันไม่ใช่อยู่ที่ตัวเราคนเดียว โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เวลาเราทำงานลักษณะอย่างนี้มันไม่ได้อยู่ที่ ตัวเราคนเดียว ถึงทำให้ผมบอกท่านว่าผมอึดอัด เพราะในกฎหมายต่าง ๆ ท่านไปดูสิครับ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานมีอำนาจแค่ไหนครับ ก็ไม่มีเลย ทุกวันนี้ไม่มีเลย ผมอยากมีอำนาจ เหมือนที่ท่านบอกนี่ละครับให้มันเต็มที่ผมนี่ละ แต่มันไม่มีครับ นั่นคือปัญหาที่ผมกำลังเร่งแก้ กฎหมายเกี่ยวกับไฟฟ้าอยู่ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ท่านกริ่งเกรงอยู่นี่ กำลังทำงานตรวจสอบอยู่ครับ แล้วความผิดมันไม่ได้มีตรงแค่ราคา เราต้องตรวจสอบ ทุกอย่างเลย เพราะว่าทุกอย่างมันไม่เคยมีการชี้แจงมาจากหน่วยงานที่เขาปฏิบัติ อันนี้เป็น ครั้งแรก กราบเรียนท่านประธานผ่านไปว่าเป็นครั้งแรกที่มีการตรวจสอบในเรื่องพวกนี้ แล้วเราก็จะทำเรื่องนี้ให้ปรากฏให้ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อย่างที่ผมเรียนที่สำคัญคือ การจัดซื้อจัดจ้างมันจะต้องมาจากระเบียบและจะต้องมาจากกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมายอื่น ๆ หรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องตรวจสอบต่อไป ถ้าไม่ถูกต้องแล้วโยนกลับไปที่ ๕,๒๐๐ เมกะวัตต์ได้ ก็จะต้องย้อนกลับไปด้วยเช่นเดียวกัน แล้วผมเรียนท่านประธานครับ ในแง่ข้อกฎหมายนี้สัญญาอะไรก็แล้วแต่ที่มาจากการกระทำ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาจากการทุจริต เป็นสัญญาที่มีผลเป็นโมฆะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ