ทวิวงศ์ เสนอรัฐบาลช่วยแรงงานอยุธยาจากกำแพงภาษีสหรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ เมษายน ๒๕๖๘

ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ระบุปัญหาภัยเงียบต่อแรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจากมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเสนอทางออกผ่านรัฐบาล ได้แก่ การกู้เงินเพื่อออกมาตรการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องแบบพิเศษและการอุดหนุนค่าจ้างแรงงาน รวมถึงการปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานครับ ผม ทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชนจากพี่น้อง ชาวเมืองอยุธยาและบางบาลครับ ขอหยิบยกประเด็นสำคัญครับที่กำลังเป็นภัยเงียบต่อ แรงงานของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องแรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานะครับซึ่งเป็น จังหวัดอุตสาหกรรมหลักของประเทศ อย่างอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ครับ ผมจึงขอยกเป็นจังหวัดตัวอย่างที่ให้เห็นภาพถึงโอกาสที่อาจจะได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรงจากมาตรการการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา จากข้อมูลล่าสุดนะครับ สหรัฐเตรียมที่จะเรียกเก็บภาษีการนำเข้าสินค้าประเภทชิ้นส่วนยานยนต์จากไทยนะครับ เพิ่มขึ้นถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์หรืออาจจะมากกว่านั้นซึ่งสูงมากครับ แต่ประเด็นคืออุตสาหกรรม ยานยนต์ของไทยนั้นเริ่มที่จะซบเซามาโดยตลอดครับ จากกำลังซื้อของคนไทยและทั่วโลก ที่ลดลงรวมถึงปัจจุบันครับยังมีผลกระทบมากอยู่แล้วอย่างที่อยุธยามีการย้ายฐานการผลิต ไปจังหวัดอื่น และมีการตีตลาดจากรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนด้วยครับ เพราะว่าโรงงานหลายแห่ง ในอยุธยานะครับที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นโรงงานของบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น มากไปกว่านั้นครับ ปัญหาที่กระทบหนักที่สุดโดยเฉพาะในอยุธยามากกว่าอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ นั่นก็คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ครับ เพราะว่าโดนกำแพงภาษีแบบเต็มขั้นกว่า ๓๖ เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะสูงมากกว่านั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อยู่ทั้งในเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ มากไปกว่านั้นรถไฟฟ้ากับรถญี่ปุ่น หรือรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นก็ใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างกันครับ และชิ้นส่วนยานยนต์ก็แตกต่างกันไปด้วยครับ และแน่นอนครับเมื่อกำลังกำแพงภาษีที่อาจทำให้คำสั่งซื้อลดน้อยลง การส่งออกก็ลดน้อยลง การผลิตก็จะน้อยลงตามไปด้วยครับ แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบถึงแก่นของปัญหาคือพี่น้องแรงงานที่อยู่เบื้องหลังการผลิตเหล่านี้ครับ จำนวนไม่น้อยครับที่กำลังเผชิญความไม่แน่นอนในชีวิตการทำงาน แรงงานกว่าหลายแสนคน ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับสายการผลิตนะครับ สิ่งที่ตามมาครับ คือโอกาสที่จะมีการปรับลดโอทีการลดกำลังผลิตลง และอาจรวมถึงการ Lay off คนออกครับ และคนที่ได้รับผลกระทบเหล่านั้นนะครับไม่ใช่ใครที่ไหนครับ แต่เป็นคุณพ่อคุณแม่ของเด็ก คนหนึ่งในอยุธยาครับ ผมจึงขอเสนอทางออกของปัญหานี้ครับผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาล เพื่อช่วยพยุงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ครับ นอกจากการเจรจา และการใช้กลไกของประชาคมอาเซียนแล้วนะครับ รัฐบาลครับจำเป็นที่จะต้องเตรียมการ เพื่อกู้ครับ กู้เลยครับแต่ไม่ใช่เพื่อการแจกเงินแบบไร้ทิศทางนะครับ แต่เป็นการกู้เพื่อออก มาตรการในการพยุงและชดเชยเยียวยาอุตสาหกรรมในประเทศไทยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาตรการที่ ๑ ครับ มาตรการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับผู้ประกอบการหรือ Soft Loan แบบพิเศษครับ โดยสินเชื่อนี้ต้องมีการตั้งดอกเบี้ยที่ต่ำ และมีการกำหนดระยะปลอดชำระ เงินต้นที่นาน รวมถึงต้องครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ผลิตในลำดับ ๒ ลำดับ ๓ ตามมาด้วยนะครับ โดยจำเป็นที่จะต้องตั้งเงื่อนไขในการกู้ ซึ่งผู้กู้นั้นต้องไม่ลดจำนวนแรงงานลงในช่วงแรก ๆ นะครับเพื่อที่จะคงการจ้างงานเอาไว้ มาตรการที่ ๒ ครับ คือมาตรการในการอุดหนุนค่าจ้างแรงงานครับ โดยรัฐบาลสามารถที่จะ กู้เงินมาเพื่ออุดหนุนค่าแรงให้กับผู้ประกอบการได้นะครับ เช่น การอุดหนุนค่าแรงขั้นต่ำ ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับในระยะแรกที่อุตสาหกรรมต้องมีการปรับตัว หรือให้ผู้ประกอบการ ที่มีแผนการปรับตัวที่ชัดเจนนะครับ เช่น แผนในการยกระดับการผลิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมนะครับ มีแผนในการพัฒนาทักษะฝีมือของแรงงานหรือแผนในการเปิดตลาดใหม่ ๆ ในประเทศอื่น ๆ รวมไปถึงถ้าโรงงานหรือผู้ประกอบการนั้นยังคงจ้างงานครบ เช่น ถ้ายังมี การจ้างงานครบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์และครบตามกรอบเวลาที่กำหนด ก็ยังสามารถที่จะรับเงิน อุดหนุนจากรัฐบาลในรอบถัด ๆ ไปได้ด้วย และหากมีการจ้างงานใหม่จากคนในจังหวัด เดียวกันนั้นนะครับก็อาจจะมีมาตรการเพิ่มเติมเป็นโบนัสครับ ที่จะสนับสนุนค่าจ้างให้กับ ผู้ประกอบการและโรงงานได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นจึงขอให้รัฐบาลได้เตรียมการกู้เงินเลยครับ เพราะว่าผลกระทบที่รุนแรงนะครับจะตามมาอย่างแน่นอน ผมยินดีที่จะสนับสนุนครับ ถ้าเป็นการกู้เงินเพื่อชดเชยเยียวยาผู้ประกอบการและโรงงานด้วยมาตรการสินเชื่อเพื่อส่งเสริม สภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและด้วยมาตรการการอุดหนุนค่าจ้างแรงงาน สุดท้ายครับ ข้อเสนอมากกว่ามาตรการการชดเชยด้านการเงินนะครับ ขอส่งผ่านท่านประธานไปถึง กระทรวงพัฒนาสังคมและมนุษย์ที่จะต้องรีบปรับเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยเด็กเล็กได้แล้วครับ เพื่อให้คนในวัยทำงานนะครับเขาได้สบายใจครับ เขาได้มั่นใจครับว่าแม้ชีวิตแล้วรายได้ ในช่วงวัยทำงานแบบนี้จะไม่มีความแน่นอนครับ แต่เขายังมีเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยเด็กเล็ก ที่ ๑,๒๐๐ บาท ถึง ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนที่ช่วยดูแลเขาได้ ดูแลคนที่เขารักได้ครับ ซึ่งตัวเลข เหล่านี้ไม่ได้มาลอย ๆ ครับ แต่เป็นตัวเลขที่ทำให้พวกเขานั้นพ้นเส้นของความยากจน ในแต่ละเดือนครับ ให้พ่อแม่ของเขาที่รอเขากลับบ้านทุกวันมีเงินพอที่จะดูแลตัวเองในวัยชรา มีเงินพอที่จะซื้อกับข้าวมารอเขากลับบ้านครับ รวมถึงให้เขาได้มั่นใจนะครับที่จะให้ลูกหลาน ของเขาได้มีเงินเพียงพอในการไปโรงเรียนหรือมีอาหารดี ๆ ทาน รวมถึงสื่อการเรียนการสอน ที่มีคุณภาพเพื่อพัฒนาตนเองต่อไปได้ครับ ทั้งหมดนี้ครับจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปถึง รัฐบาลให้ได้เร่งดูแลพ่อแม่พี่น้องชาวอยุธยาและชาวไทยอย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณท่าน ประธานครับ