สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ เมษายน ๒๕๖๘

นันทนา สงฆ์ประชา หารือเรื่องผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการเจรจาในภาพของอาเซียน

นางนันทนา สงฆ์ประชา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณทุกพรรคการเมืองที่เสนอญัตติด่วนขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษา ผลกระทบมาตรการรับมือการขึ้นภาษีนำเข้าของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งมีผลกระทบกับ ประเทศไทย กระทบกับประเทศทั่วโลก มันเป็นสงครามในรูปแบบใหม่ค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เริ่มกำหนดจะจัดเก็บภาษีใหม่นำเข้าสินค้า จากประเทศไทยเหมารวมในอัตราร้อยละ ๓๖ สินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าภาคการเกษตรนี้ มันมีอยู่ ๔ ประเภทที่ส่งออกไปประเทศสหรัฐอเมริกามากที่สุด ๑. ข้าว ๒. มันสำปะหลัง ๓. ยางพารา และ ๔. อาหารทะเล เราจะต้องทำความเข้าใจร่วมกันว่าเราไม่ได้โดน ๓๖ นะคะ อย่างเช่นข้าวหอมมะลิไทย ปัจจุบันเราส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเราถูกเก็บอัตรา ภาษีอยู่ที่ ๑๑.๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าวันนี้ซึ่งเป็นเวลาวันที่ ๙ เมษายนตามกำหนดถ้าเราต้องถูก บวกอีก ๓๖ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงข้าวหอมมะลิไทยจะถูกเก็บถึง ๔๗.๒ เปอร์เซ็นต์นะคะ ท่านประธาน สิ่งที่น่ากังวลมากผลผลิตกำลังออกสู่ตลาด มันคือมันสำปะหลัง เดิมเราถูกเก็บ อยู่ที่ ๗.๙-๑๑.๓ ถ้าโดนอีก ๓๖ นี่จะอยู่ที่ ๑๓.๙ หรือ ๔๗.๓ ถ้าพูดถึงยางพารา เดิมเราถูก จัดเก็บในอัตราร้อยละประมาณ ๖.๔ ถ้าบวก ๓๖ นั่นถึงใหม่ เราจะถูกถึง ๔๒.๔ มาอาหารทะเล ถ้าทะเลเราต้องมองเป็น ๒ มิติว่า ถ้าบรรจุกระป๋องเราจะเสียภาษีเดิมอยู่ประมาณ ๔.๙-๑๒.๕ ถ้าโดนอีก ๓๖ เราจะสูงถึง ๔๐.๙ และถึง ๔๘.๕ เลยนะคะ ถ้ากุ้งแช่แข็งโดนอยู่ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าบวกอีก ๓๖ เท่ากับ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ภาคการเกษตรล่มสลายแน่นอน ดิฉันอยากจะกราบเรียน อย่างนี้ว่าการไปเจรจานี่มันเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วสงครามต้องจบโดยการเจรจา แต่ถ้าเราไปเดี่ยว มีตัวอย่างนะคะว่าประเทศที่ไปเดี่ยวแล้วนี่ ส่งออกมาประเทศฉัน ฉันจะไม่เก็บภาษีอเมริกาเลย สักบาทเดียว บอกไม่พอ ดิฉันเลยอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าหันกลับมา หันกลับมาเป็นผู้นำ อาเซียน เรามีอาเซียนอยู่ที่ ๑๐ ประเทศ เรามีมิตรที่ดี ประเทศที่มีความรักใคร่เป็นมิตรที่ดี ไม่ว่าจะเป็นจีน ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น หรือแม้แต่ประเทศอินเดียซึ่งมีประชากร จำนวนมาก อาเซียนบวกสาม บวกอินเดียด้วยอาจจะเป็นอาเซียนบวกสี่หันกลับมาดูว่าเราค้าขาย อะไรกัน มา Trade กันใหม่ สินค้าไหนที่เคยซื้อน้อยซื้อให้มันมากสินค้าอะไรที่จะมาแลกเปลี่ยน กันได้ ณ วันนี้ค่ะท่านประธาน เจรจามันอีกยาว แต่วันนี้เราต้องคิดว่าเราจะ Trade กันเอง ด้วยสินค้าอะไรบ้าง แล้วค่อยมาหารือและทบทวนว่าเราจะไปเจรจากับประเทศสหรัฐอเมริกา ในสินค้าตัวไหน ไปแบบเจรจาในภาพของอาเซียนมันถึงจะมีน้ำหนัก อันนี้เป็นในแนวคิด ของตัวดิฉัน ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าประเทศไทยเรามีเป้าหมายที่จะเป็นครัวของโลก ดิฉัน เป็นผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้มาหลายสมัย มีเป้าหมายมาตลอดแล้วทำสำเร็จด้วย กระทรวง พาณิชย์จะจัดงาน THAIFEX ประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี เราจะเห็นว่าบริษัทส่งออก ในภาคการเกษตรมีเป็นพัน ๆ บริษัท Buyer มาจากทั่วโลกมาซื้อสินค้าจากประเทศของเรา และเรายังเชิญกลุ่มอาเซียนอีกมาแสดงสินค้าแล้วก็จำหน่ายสินค้าในงาน THAIFEX ที่กระทรวง พาณิชย์จัดขึ้นทุกปี ดิฉันอยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะคะว่าถ้าเราโดนภาษีแบบนี้มันส่งออก โดยประเทศไทยเจ๊งตั้งแต่ยังไม่ได้คิดเลยค่ะท่านประธาน ถ้าจะไปต้องไปเจรจาแบบอาเซียนค่ะ ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้เราต้องคิดระยะสั้นก่อน หาตลาดใหม่อย่างที่ทุกคนได้กราบเรียน ในที่ประชุม ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาใต้ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศอาร์เจนตินา บราซิล เวเนซูเอลา หรือแม้แต่เปรู ถ้าเรามองหันกลับมาแถบประเทศแอฟริกา ไม่ว่าจะเป็นคองโก ซิมบับเว รวันดา หรือยูกันดา ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่ต้องการอาหารโดยเฉพาะอาหารทางภาคการเกษตร กุ้งแช่แข็ง อาหารทะเลต่าง ๆ ใช้ทูตสิคะประธาน วันนี้ในเมื่อเราลำบากทูตต้องทำงาน ประชุมทูตเลยค่ะ เรียกทูตทั่วโลกกลับมายังประเทศไทย และใช้ทูตนี่เป็นผู้แทนการค้าของ ประเทศไทยในการเจรจาว่า เฮ้ยเราเคยขายให้คุณในราคานี้ ถ้าเราบวกกับภาษีของอเมริกาแล้ว เราขายให้เขาต่ำกว่านั้นก็ได้ ช่วยกันในภาวะแบบนี้ ดิฉันขอฝากให้กำลังใจทีมเจรจา แต่ก็หวั่นใจ ว่าถ้าเราไปเดี่ยวมันไม่เหมือนกับไปแบบมีพลังในอาเซียนนะคะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ