ภัณฑิล เตือน ไทยเป็น "หญ้าแพรก" ในสงครามการค้าจีน-อเมริกา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ เมษายน ๒๕๖๘

ภัณฑิล น่วมเจิม วิเคราะห์นโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยเสนอให้ไทยปรับตัวผ่านการเจรจา Win-Win กับอเมริกาเพื่อคานอำนาจจีน พร้อมเน้นความจ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชนครับ ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่สภาแห่งนี้ได้เปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายในประเด็นมาตรการต่อนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในฐานะผู้ใช้อำนาจบริหารน่าจะได้นำเอาข้อเสนอ ที่น่าสนใจหลายข้อไปปรับใช้ได้ เห็นด้วยในการใช้พื้นที่สภาในการถกเถียงประเด็นนโยบาย การค้าระหว่างประเทศ เพราะมันกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง หลายต่อหลายประเด็น ที่เพื่อนสมาชิกในแต่ละพื้นที่และหมวดสินค้าได้อภิปรายมานั้นน่าจะพอฉายภาพทำให้เรา เห็นถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น แล้วมีข้อเสนอดี ๆ มากมายให้ฝ่ายบริหารรับไปพิจารณา เพื่อปรับใช้ ผมขออนุญาตอภิปรายในแง่มุมที่อาจจะต่างออกไปจากเพื่อนสมาชิกที่อภิปราย มาก่อนหน้านี้ ก็พยายามขบคิดแล้วตั้งคำถามว่าประเทศไทยเราจะรับมือแล้วทำอะไรได้บ้าง จากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) เราจะสู้ เราจะหมอบหรือเรา จะตีมึน ผมว่าสู้นี้เท่าที่ฟังมาไม่ค่อยมีเท่าไรเพราะว่าประเทศเราเป็นประเทศขนาดกลาง เราคงไม่สามารถทำแบบจีนได้ สู้ไปแล้วจะอย่างไรก็คงราบ หมอบเราจะหมอบแบบหลายประเทศ ที่เขาไปพยายามต่อรอง ลดภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์ สุดท้ายอเมริกาก็อาจจะไม่เอา หมอบไป เกินไปก็อาจจะทำให้เราเสียประโยชน์ หรือเราจะทำเป็นไม่รู้เรื่องไปก่อน ทำเป็นมึน ๆ ไปก่อน อันนี้ก็ต้องมาคุยกันว่าเร็วไปหรือช้าไปที่จะเจรจากับสหรัฐอเมริกา ประเด็นคืออะไรจะทำให้ เราเจ็บน้อยที่สุด อย่างไรมันก็ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว คือเราจะทำ Soft Landing ให้มัน ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในสถานการณ์แบบนี้อย่างไร ผมว่าคงไม่ใช่ประเด็นที่เราส่งคนไปเจรจา คือถ้าเผื่อเราอาศัยเพียงการเจรจาอย่างเดียวท่านประธานคิดจริง ๆ หรือครับว่า มันจะสำเร็จ ออกมาอย่างไร ไม่ต้องพูดเคสการโต้ตอบเจรจาของประเทศอื่น ผมเห็นแล้วว่ายากนะครับเนื่องจากทาง อเมริกาเขามีธงอยู่แล้ว แล้วสาระสำคัญของ Conflict ที่เกิดขึ้นมันคือจีนกับอเมริกา อย่าลืม ประเทศเราเขาไม่ได้สนใจอะไรมากมายนะครับ อะไรที่ทำให้ผมคิดต่างออกไปจากเรื่องนี้ครับ ท่านประธานคงเคยได้ยินช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญครับ นี่คือสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มันไม่ใช่ Agenda ของประเทศเรา มันเป็น Agenda ของอเมริกา กับจีนครับ ช้าง ๒ ตัวกำลังชนกันอย่างบ้าระห่ำสงครามการค้า เราทำอะไรไม่ได้ เราไม่สามารถ เลือกข้างได้ อันนี้อันตรายมากนะ สำคัญมาก เราไม่สามารถคาดหวังให้จีนมาช่วยคานอำนาจ สหรัฐอเมริกาได้ นาทีนี้เราอาจจะพึ่งอเมริกาให้มาช่วยคานอำนาจจีนได้ไหม อันนี้เป็นคำถาม ลดภาษีประเภทสินค้าที่เราให้สิทธิประโยชน์กับจีน คือบางอย่างเราให้ ๐ เปอร์เซ็นต์กับจีน แต่มันก็ไม่เป็นธรรมกับอเมริกาจริง ๆ สินค้าอเมริกาบางหมวดสินค้าที่เราอาจจะให้เขาก็ได้ แล้วก็ไม่กระทบต่อผู้ผลิตภายในไทยมาก สุดท้ายให้ระบบตลาดและผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสิน ก็แข่งกันแบบแฟร์ ๆ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอหนึ่งเพื่อเราจะเอาอเมริกาเข้ามาคานอำนาจกับจีน เพราะจริง ๆ ศัตรูของอเมริกาคือจีน ไม่ใช่ลาวครับ รายการไหนไทยได้ประโยชน์จากการลด ภาษีนำเข้า สินค้าการเกษตร US ที่มันมีคุณภาพ ที่เขามี Productivity สูงกว่าเราแล้วก็ไม่ได้ แข่งกับสินค้าเราโดยตรงก็ควรลดภาษีนำเข้าให้เขาเพื่อดุลการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา รวมถึงเขาอาจจะใช้ฐานไทยในการผลิตโดยใช้วัตถุจากสหรัฐอเมริกา คือบางอย่างด้วย ภูมิอากาศหรือด้วยกายภาพเราก็ปลูกไม่ได้อยู่แล้ว แล้วเราก็ทำสู้เขาไม่ได้ คือเราต้องต่อรอง แบบ Win Win ให้เขาได้ด้วย เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เขาคงระดับ ไม่เพิ่มภาษีนำเข้าจาก ประเทศไทยถ้าเผื่อเขาเมตตาเรานะครับ ที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง แล้วสุดท้ายคือเราก็ต้องบอกตรง ๆ กับเขา สมมุติเขานำเข้าจากเราไปแล้วเขาไม่ขึ้นภาษีกับ สินค้าเราเยอะจนเกินไป สุดท้ายแล้วมันก็อาจจะชะลอทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศเขา ไม่เป็นภาระต่อประชาชนตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกามากเกินไป นอกจากนี้ยังสามารถ พิจารณาบาง Item นำเข้าพลังงาน อาจจะเป็นเรื่อง Starlink ก็ได้ให้เขามาแข่งขันตลาด โทรคมนาคมหรือเปิดให้สถาบันการเงินต่างชาติเข้ามาแข่งขันในตลาดในประเทศบ้านเรา อย่างเป็นธรรม ไทยคือพื้นที่สมรภูมิในการสงครามเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ อยากจะนำเสนอไปยัง รัฐบาลฝากท่านประธานไป ๒ ข้อหลัก ๆ ครับ ข้อแรกเราต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้คือ Self Reliant ข้อที่ ๒ ในสถานการณ์แบบนี้เราต้องปรับตัวให้ทันคือ Self Resilience คือวันนี้ถ้าเผื่อเรายัง พึ่งตนเองไม่ได้ในเรื่องของทรัพยากรพลังงาน นวัตกรรมแรงงาน เราต้องพึ่งพาการนำเข้ามากขึ้น ทำให้เราเปราะบาง ทำให้เราต้องเผชิญกับความเสี่ยงเมื่อสถานการณ์การเมืองโลกเปลี่ยนแปลง วันนี้เราเจอเข้ากับตัวแล้วในกรณีที่ทรัมป์ (Trump) ผมเชื่อว่ายังไม่จบครับ เชื่อว่าในอนาคต นโยบายเศรษฐกิจที่แข็งกร้าวขึ้นเรื่อย ๆ ของจีนจะต้องทำให้เราปวดหัวไม่แพ้กัน โดยแผน เศรษฐกิจจีนเราต้องมาดูด้วยว่าคู่ขัดแย้งของอเมริกาคือจีนที่ทำให้หลายประเทศต้องพึ่งจีน และสุดท้ายอาจจะต้องเจอภาวะการทูตกับดักหนี้ ก็คือ Debt Trap Diplomacy นะครับ ประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เสร็จหมดเลยโดนขึ้นภาษีเยอะกว่าเราอีก เมียนมา ลาว กัมพูชา เจอปัญหาจากกับดักการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากจีน และสุดท้ายกลายเป็นภาระ หนี้สินที่ไม่สามารถใช้คืนได้ อันนี้หนัก โชคดีเรายังไม่ถึงขนาดนั้น ไกลออกไปหน่อยครับ ดูศรีลังกา ปากีสถาน แซมเบีย จูบิตี มอนเตเนโกรหรือมัลดีฟส์ ทุกประเทศที่เอ่ยมานี้เสร็จหมด จีนไปปล่อยกู้แล้วก็ถือว่าเป็นโครงการหนึ่งใน Belt and Road Initiative ของจีน ซึ่งเขาก็ไป แทรกแซงบ่อนทำลายเศรษฐกิจของประเทศขนาดเล็กได้ดีมาก ๆ นะครับอันนี้ ส่วนสุดท้าย ประเทศต้องสยบยอม แล้วสุดท้ายก็ไม่สามารถใช้หนี้คืนให้กับจีนได้ก็กลายเป็นอาณานิคมไป โดยอ้อม เพราะฉะนั้นสำคัญมากเราต้องยืนหยัดว่าเราต้องพึ่งพาตัวเองได้ในสภาวะแบบนี้ เผลอ ๆ จีนอาจจะเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่น่ากลัวกว่าอเมริกาอีกนะครับ ไม่ใช่ไทย เราต้องพาตัวเองเอาออกมาอย่าไปผูกติดกับจีนมากจนเกินไป สร้างช่องว่างเพื่อมีระยะห่าง ปลอดภัยทางเศรษฐกิจ อเมริกาเขาเห็นว่าเราอยู่กับจีนมากจนเกินไปเราจะซวยนะครับ นโยบาย Free Zone ทางศุลกากรที่ผ่านมา คือปัญหาหนึ่งที่จีนใช้เราเป็น Backdoor นะครับ เอาสินค้าเข้ามาผ่านแดนเราฟอกขาว Country of Origin เป็นของไทย นี่คือปัญหาเลยครับ ลองไปดูใน List รายการก็ได้ครับ คือที่อเมริกาเขาทำเขาตอบโต้ทั่วโลกเพราะจีนอ้อมไปใช้ ประเทศต่าง ๆ เป็นฐานในการไปฟอกแล้วก็ส่งเข้าไปอเมริกา สุดท้ายอเมริกาก็ต้องแก้แบบทุกประเทศเหมือนกันหมด ศัตรูหลักของอเมริกาคือจีน ไม่ใช่ไทย โดยไทยเราก็รอรับแค่ส่วนแบ่งทางศุลกากรเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับต้นทุนที่เราเสียไป ในกรอบเวลา ๒ ปีที่ให้ต่างชาติเข้ามาเช่าใช้นะครับ ผ่านลาว ผ่านท่าเรือแล้วออกไปข้างนอก อันนี้เป็นสาเหตุหลักอันหนึ่งทำไมเขาถึงตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ไทยในฐานะประตูหลังของ ประเทศจีน เช่น แผงพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Tunnel จีนก็ส่งผ่านไทยมา ท่านไปดู เมื่อเช้าที่ท่านศิริกัญญานำเสนอนี้ผมว่าไม่ได้ผลิตในประเทศไทยผลิตในจีนนะครับ คือเราต้อง แยกรายการสินค้าให้ออกครับอันไหนเป็น Country of Origin ของประเทศไทยจริง ๆ ต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย เราควรใช้โอกาสนี้ในการจัดการบริษัท Nominee จีนที่อยู่ใน ประเทศไทย คือสกัดการสวมสิทธิถิ่นกำเนิด อันนี้เป็นอันแรกเลยที่จะเอาไปคุยกับอเมริกา บอกเราไม่เกี่ยวกับจีน ๆ โอเคเราอาจจะผิดพลาดไปในอดีตปล่อยให้เขามาสวมสิทธิ แต่เรา จะปรับปรุงเรื่องนี้อย่างไรนะครับ นอกเหนือจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของการพัฒนานวัตกรรม แรงงานในประเทศไทย ไทยเราคือถ้าเผื่อเรายังถูกมองว่าเราเป็นพื้นที่ฟอกขาวให้สินค้าจีน รัฐต้องมาลงทุนพัฒนาอย่างจริงจังนะครับ แล้วก็หาทรัพยากรทางเลือกใหม่ ๆ นะครับ แล้วก็ เรื่องพลังงานที่เราอาจจะสามารถ Bounce Balance คือไปนำเข้าจากอเมริกามาเพิ่มได้ และระยะยาวก็ต้องสร้างนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มแล้วก็พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานนะครับ คือแต่นโยบายหลักรัฐของเราให้ความสำคัญน้อยมากกับเรื่องที่ผมพูดมา เราพยายามไปแจกเงิน พยายามไปทำบ่อนกาสิโน เอาท่าเรือในเขตคลองเตยจะไปทำบ่อนกาสิโนแล้วจะพยายาม เอาอันนี้ไปเป็นล่ออเมริกามามันไม่ Work ครับ เราหวังจะกินบุญเก่านะครับไม่ทำอะไรเพิ่ม จะเติบโตแล้วแข่งขันอย่างเต็มขีดความสามารถกับประเทศอื่น ๆ ได้อย่างไรครับ เราหวัง จะหารายได้จากท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวนะครับ อย่างสงกรานต์นี้ที่จีนก็มีแล้วนะครับ จัดงานดึงดูดนักท่องเที่ยวใหญ่โตในยูนานแล้วจะแข่งอย่างไร ขนาดสงกรานต์จีนยังก๊อบ เราไปเลยนะครับ บุญเก่ามันเริ่มหมดนะครับถ้าเราพึ่งพาตัวเองไม่ได้อันตรายมากนะครับ ผมในฐานะผู้แทนเขตวัฒนาและคลองเตยซึ่งเราก็กระตือรือร้นที่อยากจะใช้ประโยชน์ท่าเรือ นำไปสู่การพัฒนาด้านโลจิสติกส์ ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับการที่เอาท่าเรือแทนที่เราจะใช้ประโยชน์ จากข้อได้เปรียบตรงนี้ของเรา Location ในเชิงภูมิศาสตร์เราอยู่ Center ของอินโดจีน จะเอาไปทำบ่อนกาสิโนผมไม่เห็นด้วยนะครับ ท่านทราบหรือไม่ครับอีกอันหนึ่ง กองเรือหลัก ของประเทศไทยที่ต่อในจีนจะโดนเก็บภาษีเทียบท่า ๑ ล้านเหรียญนะครับ เรามี ๔ บริษัทใหญ่ อย่างโทรีเซน หรือ อาร์ ซี แอล อันนี้เป็นปัญหา เราอาจจะต้องพิจารณาว่าเราอาจจะต้องใช้ ประเด็นนี้ในการต่อรองอเมริกานะครับ คือพัฒนาขีดความสามารถอุตสาหกรรมการต่อเรือ ของเราเองหรืออาจจะไปต่อรองซื้อจากเขา แล้วก็พาณิชย์นาวีของไทยด้วย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์ในระยะสั้นจะกระทบมากนะครับเป็นส่วนประกอบสำคัญ ในการนำเข้าส่งออกซึ่ง มันก็ผันแปรไปกับจีดีพี ซึ่งจะชะลอตัวอย่างรุนแรงแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้นสำคัญมากที่เราจะต้องพัฒนาประสิทธิภาพและต้นทุนทางโลจิสติกส์ ในเขตคลองเตย และเขตวัฒนายังมีลูกหลาน ยังมีแรงงานอีกมากมายที่เขาพร้อมที่จะพัฒนาศักยภาพเพื่อจะ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แล้วก็หารายได้สร้างชีวิต แล้วก็ทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์ จริง ๆ แต่ว่าผมก็เห็นด้วยวันนี้เราเอาเรื่องนี้เข้ามาก่อนเรื่องกาสิโน เพราะว่าประชาชนตอนนี้ กำลังเดือดร้อนมากนะครับ สุดท้ายครับเรื่อง Self Resilience คือความสามารถในการปรับตัว ให้ทัน คือตอนนี้เราต้องปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะนะครับ เพราะว่าถ้าเผื่อ เขาทะเลาะกันแล้วเรายังอยู่ได้ด้วยตัวเองไม่ได้ เราต้องไปพึ่งพาเขาอันตรายมากนะครับ ยังมี ตลาดหลายท่านพูดไปแล้ว ตลาดตะวันออกกลาง Asia กลาง รวมตะวันออกหรือกลุ่มประเทศ Global South แอฟริกา ลาตินอเมริกาซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพแต่เราต้อง Customize Product เรา คือเราจะขายแต่ Product ไปอเมริกา High End แบบแพง ๆ อย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีหลายเกรดนะครับ คุณภาพสินค้าราคาก็ต้อง Match ให้ตรงกับตลาดดังกล่าว ซึ่งเป็นโอกาส ผมมองเป็นโอกาสในวิกฤติ ก็อยากจะให้รัฐบาลคิดให้ลึกตกผลึกให้เร็วแล้วก็ รับเอาข้อเสนอของผมทั้งเรื่อง Self Reliance พึ่งพาตัวเองให้ แล้วก็ Self Resilience ก็คือ ปรับตัวให้ได้เร็วเอาไปขบคิดต่อนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน