ประมวล เสนอผลกระทบภาษีสหรัฐ-เร่งตรวจสอบดุลการค้าภาคบริการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ เมษายน ๒๕๖๘

ประมวล พงศ์ถาวราเดช เสนอข้อมูลผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาต่อไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบข้อมูลดุลการค้าในภาคบริการและเทคโนโลยีเพื่อใช้เจรจาต่อรอง ประมวล พงศ์ถาวราเดช หารือประเด็นสินค้าเกษตรและการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ โดยเน้นย้ำความสำคัญในการปกป้องรายได้เกษตรกรจากการลักลอบนำเข้าและปัญหาการสวมสิทธิ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะท่าน นายกรัฐมนตรีและ ครม. ทุกท่าน ที่ได้นำประเด็นปัญหาที่สำคัญเร่งด่วนและกระทบต่อ พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ คือเรื่องการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อประเทศไทย และทั่วโลก กระผมขออนุญาตหารือในที่ประชุมเพื่อเสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ สืบเนื่องจากการที่ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ออกนโยบายด้านภาษีโดยการประกาศใช้มาตรการภาษี ตอบโต้กับหลายประเทศทั่วโลก ด้วยการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าโดยเก็บภาษี ๒ ส่วน คือการเก็บภาษีขั้นต่ำร้อยละ ๑๐ ซึ่งจะเรียกเก็บกับสินค้าทุกประเทศที่นำเข้าไปใน สหรัฐอเมริกา และการเก็บภาษีส่วนเพิ่มร้อยละ ๑๐-๔๕ กับหลายประเทศที่มีการเกินดุล การค้ากับสหรัฐอเมริกาซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย เพราะฉะนั้นไทยซึ่งมีดุลการค้ากับ สหรัฐอเมริกาซึ่งเราได้ดุลอยู่ประมาณ ๔๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาต่อปี เพราะฉะนั้น การที่สหรัฐอเมริกาประกาศในการจัดเก็บภาษี ณ เวลานี้ทั่วโลกกระทบไปกับประเทศทั่วโลก และโดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งได้ดุลการค้าติด ๑ ใน ๑๐ ที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นผมในฐานะที่เป็นประธานกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการ ไม่ว่าผู้ประกอบการโรงงานเหล็ก ผู้ประกอบการอลูมิเนียม ซึ่งสหรัฐเมริกาได้ขึ้นภาษีเหล็กตั้งแต่สมัยทรัมป์ ๑ (Trump ๑) คือตอนเป็นประธานาธิบดี ครั้งแรก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และขึ้นภาษีอลูมิเนียม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้ สหรัฐอเมริกาได้บวกอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นภาษีอลูมิเนียมกับภาษีเหล็ก ณ เวลานี้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่ากัน ซึ่งในการประชุมกรรมาธิการ ผมต้องขอบคุณกรรมาธิการทุกท่าน และขอบคุณสภาอุตสาหกรรม ขอบคุณสภาหอการค้า ขอบคุณหน่วยงานของรัฐที่เข้ามา ประชุมเพื่อแก้ปัญหารองรับการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ การประชุมครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๘ ที่ประชุมได้มีการ รวบรวมเสนอแนะเพื่อเสนอต่อรัฐบาลหลายเรื่อง เรื่องแรกคือเรื่องที่ที่ประชุมมีมติให้ทำหนังสือ กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงต่างประเทศ เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อมาพิจารณาปัญหา เกี่ยวกับการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ถึงท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบมาที่คณะเมื่อวันที่ ๑๐ ซึ่งใช้เวลาในการเดินหนังสือเพียง ๕ วัน ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ตอบมาว่าได้ตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนแล้ว ส่วนเรื่องที่ ๒ เราได้ทำหนังสือถึงสถาน เอกอัครทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ๑ ฉบับ ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติของ สภาผู้แทนราษฎร ฉบับที่ ๒ ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมาธิการด้านรายได้และการจัดเก็บภาษี สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกาอีก ๑ ฉบับ ฉบับที่ ๓ เราได้ทำถึงประธานคณะกรรมาธิการ ด้านการคลังวุฒิสภาของสหรัฐอเมริกาอีก ๑ ฉบับ เพราะฉะนั้นในเดือนเมษายนเราทำถึงนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๖ เราทำถึงฝ่ายต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘ เพื่อให้หน่วยงานที่เราได้ยื่น หนังสือขึ้นไป โดยเฉพาะฝ่ายต่างประเทศ ไม่ว่าเอกอัครราชทูตหรือว่าวุฒิสภาของอเมริกา ได้รับไปพิจารณาเพื่อชะลอและแก้ปัญหาให้กับประเทศไทย ซึ่งคณะกรรมาธิการในคณะผม ได้มีมติวันนั้น แล้วผมขอฝากเรียนไปถึงรัฐบาล มีอยู่เรื่องหนึ่งที่รัฐบาลเรายังไม่ได้พิจารณา ส่วนนี้ให้ละเอียดเรียบร้อยหรือไม่มีข้อมูลที่เท็จจริง คือข้อมูลสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ อเมริกาที่มาอยู่ในประเทศไทย และข้อมูลในภาคบริการที่อเมริกามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าทางธุรกิจ เทคโนโลยีหรือธุรกิจประกันภัย หรือประกันชีวิต หรือการเงินการคลัง หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โรงแรมที่พัก เราไม่มีข้อมูลตรงนี้เลยที่อเมริกามาได้เปรียบ ดุลการค้าจากประเทศไทย เพราะฉะนั้นผมอยากให้หน่วยงานของรัฐเก็บข้อมูลตรงนี้ไป เพื่อไปเจรจาในการต่อรองครับว่าท่านไม่ได้ขาดดุลการค้ากับประเทศไทยถึง ๔๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่มีการจัดเก็บข้อมูลในภาคสินค้าและการบริการรวมทั้ง ยังขาดข้อมูลในกรณีที่นักลงทุนไทยไปลงทุนธุรกิจต่าง ๆ ในอเมริกาเป็นจำนวนมาก ทำให้ข้อมูลที่สหรัฐอเมริกาพบว่าประเทศไทยได้ดุลการค้าจากสหรัฐอเมริกาอาจจะมี ความคลาดเคลื่อนในข้อมูล ซึ่งรัฐบาลไทยจะต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูล ดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบในการเจรจาโดยเร่งด่วน ผมกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่า เราได้ดำเนินการในฐานะที่เราเป็นกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งอเมริกาเขามีปัญหาอยู่ ๒ เรื่องในการให้ข้อสังเกตกับการนำสินค้าของอเมริกาเข้าเรา

เรื่องแรกคือสินค้าเกษตร แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อไปเจรจาเกษตรกร ประเทศไทยพี่น้องประชาชนพลเมืองประเทศไทยอาชีพหลักคือสินค้าเกษตร เพราะฉะนั้น การเจรจาการต่อรองอย่าให้กระทบกับพี่น้องเกษตรกร เพราะฉะนั้นเราจึงแก้ปัญหา ภายในประเทศว่าเราจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเรามีรายได้ครองชีพอยู่ได้ เราต้องพิจารณาข้อกฎหมายในการลักลอบการนำสินค้าต่างประเทศเข้าหรือการเจรจา เพื่อความสมดุลกับการปลูกพืช ปลูกผักของพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ ที่สามารถครองชีพตัวเองได้

ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่อเมริกาเขาดูเราคือเรื่องลิขสิทธิ์การสวมสิทธิ เพราะฉะนั้น การสวมสิทธิเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกหลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้ว เพราะฉะนั้นการสวมสิทธิ ตรงนี้เราจะมาแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อจะให้พี่น้องผู้ประกอบการของเราที่เป็นไทยแท้ ๆ สามารถดำเนินการได้

และสุดท้ายผมก็อยากกราบเรียนว่าขอให้รัฐบาลได้ดำเนินการเจรจาในครั้งนี้ เพื่อบรรเทาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐระดับรัฐอย่างพันธมิตร เพราะเรากับอเมริกานี้เป็น พันธมิตรมาอย่างยาวนาน เพื่อบรรเทาการใช้มาตรการต่าง ๆ ของอเมริกากับประเทศไทย ๒. สนับสนุนในการวางแผนและเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ และสนับสนุนทางด้านกฎหมาย ทางด้านผู้เชี่ยวชาญในการเจรจาทุกระดับ ตลอดจนส่งเสริมเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการ ในภาคอุตสาหกรรมให้แข่งขันในตลาดโลกได้ สุดท้ายเราต้องหาตลาดใหม่เพื่อให้พี่น้อง ผู้ประกอบการและเกษตรกรของประเทศชาติจะได้สามารถดำเนินการได้ และสุดท้ายของ สุดท้ายเราเป็นที่พึ่งของเราเพราะฉะนั้นสินค้าต่าง ๆ ที่เราผลิตในประเทศ โดยเฉพาะสินค้า อุปโภคบริโภค เราก็พยายามส่งเสริมให้พี่น้องคนไทยใช้ของภายในประเทศเพื่อความอยู่รอด ของประเทศชาติ ขอบคุณครับท่านประธาน