อรรถกร เสนอญัตติด่วน 4 ข้อ ร้องรัฐบาลเจรจาการค้ารอบคอบ ปกป้องเกษตรกรไทย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๙ เมษายน ๒๕๖๘

อรรถกร ศิริลัทธยากร เสนอญัตติด่วนเพื่อขอความเห็นจากสภาเกี่ยวกับมาตรการและผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำความกังวลของเกษตรกรไทย 40 ล้านคน และเรียกร้องให้รัฐบาลเจรจาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคการเกษตร อรรถกร ศิริลัทธยากร แสดงข้อห่วงใยต่อรัฐบาลเกี่ยวกับการเจรจาทางการค้า โดยเน้นย้ำความสำคัญของภาคเกษตรกรรมและความเป็นไทย เรียกร้องให้ลดการเสียดุลการค้าเพื่อคุ้มครองเกษตรกร และเตือนถึงผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าบางชนิดที่อาจทำให้ราคาสินค้าตกต่ำหรือขัดต่อกฎกฎหมาย อรรถกร ศิริลัทธยากร วิเคราะห์ผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อสินค้าเกษตรไทยและประเทศในอาเซียน เสนอให้รัฐบาลวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราภาษีกับคู่แข่งขันเพื่อวางแผนป้องกันความเสียหาย และสรุปข้อเสนอแนะ ๔ ข้อต่อคณะรัฐมนตรี อรรถกร ศิริลัทธยากร หารือประเด็นผลกระทบ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

ขอบพระคุณท่านประธาน ที่กรุณาให้โอกาสผมได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจานะครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ฉะเชิงเทรา สังกัดพรรคกล้าธรรม ผมต้องขออนุญาตท่านประธานในการเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจาเพื่อขอความเห็นจากสภาครับ ในเรื่องมาตรการและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากที่มี การประกาศนโยบายขึ้นภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งนโยบายการขึ้นภาษีตอบโต้ ได้ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ผมย้ำว่าญัตติที่ผมได้นำเสนอต่อท่านประธานและ ที่ประชุมไปเป็นญัตติด่วนเพื่อที่จะส่งความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่จะร่วมอภิปรายกันในวันนี้ ไปยังรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพราะ ณ วันนี้รัฐบาลมีภารกิจในการที่จะต้องเร่งวางแผนส่งทีมไป เพื่อเจรจา เพื่อไม่ให้กระทบกับพี่น้องชาวไทยให้มากที่สุด นั่นคือวัตถุประสงค์ของญัตติที่ผมเสนอ ผมเชื่อว่าการตั้งกรรมาธิการก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่แน่ใจว่า ถ้าเราตั้งกรรมาธิการไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการการเกษตร กรรมาธิการเศรษฐกิจ หรือกรรมาธิการ อะไรก็ตามที่มีอยู่ ๓๐ กว่าคณะในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มันจะทันเวลาหรือไม่นะครับ แต่ถ้า เพื่อนสมาชิกจะทำผมก็ไม่ได้ขัดข้อง ท่านประธานครับ ผมได้รับการประสานจากท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นหัวหน้าพรรคกล้าธรรมเมื่อวาน ว่าท่านนั้นได้รับ โทรศัพท์จำนวนมากจากพี่น้องหลัก ๆ ก็คือพี่น้องเกษตรกร ตัวแทนพี่น้องเกษตรกรในหมวดหมู่ สินค้าทางการเกษตรต่าง ๆ ว่าเป็นห่วงครับว่าการเจรจาของรัฐบาลไทยจะเกิดผลกระทบต่อ ชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรมากน้อยเพียงใด ดังนั้นเองท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมของผมนี่ก็ประสานผมมาว่าวันนี้ที่สภาผู้แทนราษฎร เราจะประชุมระเบียบวาระอะไรบ้าง มีกฎหมายอะไรบ้าง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหยิบยก ประเด็นญัตติด่วนที่ผมได้นำเสนอนี้ แล้วเพื่อนอีก ๙ คน ๙ ญัตติ มาเสนอเป็นการเร่งด่วน เพื่อที่จะมอบความเห็นไปยังรัฐบาล ผมก็รับปากท่านครับ นอกจากนี้ผมต้องขอบพระคุณ รัฐบาลนะครับ ที่วันนี้ท่านก็ให้ความสนใจโดยการส่งรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ผู้เข้าร่วม ฟังการชี้แจง การอภิปรายอีกหลายท่าน ซึ่งผมเชื่อว่าทุกท่านที่อยู่บนบัลลังก์แห่งนี้ก็คงจะมี ส่วนร่วมในการวางแผนยุทธศาสตร์ในการเจรจาของทีมไทยเหมือนกัน ท่านประธานครับ นั่นคือความจำเป็นที่ผมจะต้องเสนอญัตตินี้นะครับ ผมเข้าใจดีครับว่าความกังวลของพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรจากการขึ้นภาษีในครั้งนี้มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วรัฐบาลไทย ก็คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันใดวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้รัฐบาลไทยก็คงจะต้องส่งทีมไปเจรจา แต่ต้องเรียนตามตรงครับว่าทุกการเจรจาที่ผ่านมาประเทศไทยรัฐบาลชุดไหนก็ตามมักจะเอา สินค้าทางการเกษตรไปเป็นส่วนหนึ่ง ไปเป็นเงื่อนไขในการเจรจา ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าที่ผ่าน ๆ มา การเจรจาแบบนี้ทางรัฐบาลในขณะนั้นได้ถามพี่น้องเกษตรกรไหมว่าการไปให้สิทธิพิเศษกับ ประเทศคู่ค้าหรือว่าต่างประเทศมันจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรมากน้อยเพียงใด ดังนั้นเองวันนี้ผมในฐานะสมาชิกพรรคกล้าธรรม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ฉะเชิงเทราที่มีความข้องเกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีเกษตรกรอยู่เกือบ ๔๐ ล้านคน ก็ขอเป็นตัวแทนครับ ขอส่งเสียงของพวกเราไปยังรัฐบาลว่าการเจรจาอะไรนี่ พี่น้องเกษตรกร ๔๐ กว่าล้านชีวิตนี้ขอให้คำนึงถึงจิตใจเขาด้วย ขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ราคาสินค้ามันจะตกต่ำลงหรือไม่ อุปสรรคทางการค้า ความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยเฉพาะภาคการเกษตรจะเป็นอย่างไร ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าถ้ารัฐบาล เอาสินค้าทางการเกษตรไปยื่นเป็นส่วนหนึ่งเป็นเงื่อนไขในการเจรจาพี่น้องที่จะได้รับ ผลกระทบมีจำนวนมหาศาล ทีนี้พอลองคิดอีกมุมหนึ่งกลับกัน ประเทศไทยเงื่อนไข ต่าง ๆ ในเรื่องของการส่งออก นำเข้าสินค้า มันยังมีสินค้าประเภทอื่นไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือว่าบริการต่าง ๆ มันส่งผลกระทบเหมือนกันครับท่านประธาน ตัวเลขมันใหญ่ แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบอาจจะมีจำนวนน้อยกว่า หรือแม้แต่กระทั่งต้องเรียนท่านประธาน ตรง ๆ ครับว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของกิจการใหญ่ ๆ เหล่านี้บางครั้งอาจจะไม่ใช่คนไทยก็ได้ เป็นบริษัทลูกครึ่งครับ ลูกครึ่งไทย-อังกฤษบ้าง ลูกครึ่งไทย-เกาหลีบ้าง ลูกครึ่งไทย-ยุโรปบ้าง หรือแม้แต่กระทั่งเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกันบ้าง ดังนั้นเองผมก็อยากจะฝากท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ ไปยังรัฐบาล อยากให้คิดถึงหัวอกโดยเฉพาะพี่น้องที่เป็นเกษตรกร อย่างไรก็ดีอย่างที่ผมนำเรียนไปเข้าใจครับว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร จะต้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบที่สุด ทราบมาว่า ทางท่านนายกรัฐมนตรีก่อนหน้าที่จะมีการประกาศนโยบายจากทางสหรัฐอเมริกาท่านก็ทราบ ล่วงหน้า ท่านก็ได้มีการตั้งทีมขึ้นมาวิเคราะห์และเตรียมตัวเรื่องนี้ไว้แล้ว ดังนั้นเอง ณ วันนี้ ผมค่อนข้างมีความเชื่อมั่นครับว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรีจะสามารถบรรลุ ข้อตกลงและป้องกันอธิปไตยทางการค้าของประเทศไทยให้ได้ ท่านประธานด้วยความเคารพ ผมเป็น สส. จากพรรคกล้าธรรม อย่างที่ผมนำเรียนไปก็ได้รับการประสานจากหัวหน้าพรรค มาเมื่อวานนะครับ ผมยืนยันนะครับว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำในการแลกเปลี่ยนสินค้าก็คือ เราจะต้องนึกถึงพี่น้องที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะพี่น้องภาคเกษตร ผมจึงขออนุญาต ฝากความห่วงใยบางประเด็นผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับ

ข้อห่วงใยแรกที่พรรคกล้าธรรมและผมอยากจะสื่อสารไปยังรัฐบาลก็คือว่า การเจรจาขอให้รัฐบาลคำนึงถึงรากเหง้าของความเป็นคนไทย ขอให้รัฐบาลคำนึงว่าประเทศไทย เป็นประเทศที่อยู่ได้ด้วยภาคเกษตร ดังนั้นเองการเสียดุลทางการค้ามิติของการเกษตรนี่ อยากจะให้เสียดุลให้น้อยที่สุด อยากจะให้พี่น้องเกษตรกรเสียเปรียบให้น้อยที่สุด ทุกวันนี้ พี่น้องเกษตรกรก็อยู่ลำบากอยู่แล้วขอให้คำนึงถึงพี่น้องเกษตรกรก่อนภาคอื่น ๆ นั่นคือ ความตั้งใจของผมในฐานะสมาชิกพรรคกล้าธรรมและ สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา นอกจากนี้ ผมได้ไปศึกษาดูนะครับ ผมก็เห็นข้อเรียกร้องต่าง ๆ ให้ประเทศไทยลดภาษีนำเข้าบ้าง เห็นข้อเรียกร้องให้ประเทศไทยยอมอนุญาตให้นำเข้าสินค้าทางการเกษตรบางชนิดเข้ามาใน ประเทศไทยบ้าง ผมต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งนี้เราต้องคำนึงให้ดีว่า เพราะการอนุญาตสินค้าทางการเกษตรบางชนิดซึ่งที่ผ่านมาอาจจะไม่เคยเกิดขึ้นหรือว่า เป็นนโยบายของรัฐบาล ถ้าเราปล่อยให้นำเข้ามาในครั้งนี้อาจจะส่งผลกระทบในเรื่องของ ราคาสินค้าทางการเกษตรอาจจะตกต่ำลงไปมากกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งสินค้าทางการเกษตร บางตัวถ้าอนุญาตให้นำเข้ามาอาจจะขัดต่อกฎหมายที่ประเทศไทยนั้นบังคับใช้อยู่ในทุกวันนี้ ก็เป็นไปได้ ผมคงไม่ต้องลงไปในรายละเอียดเยอะ

นอกจากนี้ท่านประธานครับข้อห่วงใยประเด็นถัดมา คืออยากจะให้คำนึงถึง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งผมยืนยันแน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย บ้านเกิดของเรากับประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แต่อย่าลืมว่าไทยไม่ได้ ค้าขายกับประเทศสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว ประเทศไทยยังมีประเทศคู่ค้าที่มี ศักยภาพอื่นอีกมากมาย ดังนั้นเองการกำหนดนโยบายร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ก็จะส่งผลกระทบต่อมาตรการทางการค้าขายกับประเทศอื่นเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ พอผมได้ทราบข่าวเรื่องการมีนโยบายขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาด้วยความห่วงจริง ๆ ผมก็ต้องรีบกลับไปดูว่าสินค้าภาคการเกษตรจากของไทยตัวไหนที่จะเข้าข่ายว่าจะได้รับ ผลกระทบบ้าง เท่าที่ผมไปดูมานะครับ ผมต้องเรียนว่าเอาเฉพาะในอาเซียนประเทศไทย ได้รับผลกระทบอยู่ในระดับกลาง ๆ เพราะว่าเราจะต้องจ่ายภาษี ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องเรียนว่า น้อยกว่าอัตราการขึ้นภาษีที่เพื่อนบ้านเราโดน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมา ที่เขาโดนอัตราภาษีอยู่ที่ ๔๙ ๔๘ ๔๖ และ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังมีเพื่อนบ้านของเรา อีกหลายประเทศที่ครั้งนี้โดนอัตราภาษีเพิ่มขึ้นน้อยกว่าประเทศไทย ดังนั้นเองมันจะทำให้ การแข่งขันโดยเฉพาะในภาคอาเซียนกับสหรัฐอเมริกาการค้าขายนี่มันเปลี่ยนแปลง มันเปลี่ยนโฉมหน้าไป เพราะประเทศที่โดนปรับอัตราขึ้นภาษีน้อยกว่าเขาก็ได้เปรียบกว่า นอกจากนี้เนื่องจากอัตราภาษีไม่เท่ากันผมว่ารัฐบาลไทยมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง ไปดูเลยว่าสินค้าแต่ละประเภทที่ค้าขายกับสหรัฐอเมริกาคู่แข่งของเราโดนภาษีมากกว่าเรา หรือน้อยกว่าเรา ต้องไปวิเคราะห์ให้ดีและวางแผนให้ดีเพื่อที่จะวางแผน เพื่อที่จะป้องกัน ไม่ให้ผลกระทบเกิดขึ้นกับเกษตรกรไทยให้มากที่สุด อันนั้นคือสิ่งที่ผมต้องนำเรียนผ่าน ท่านประธานครับ อย่างที่ผมทราบดีว่าตอนแรกนึกว่าจะมีผู้เสนอญัตติ ๒ ๓ ท่าน ตอนนี้ มีทั้งหมด ๑๐ ญัตติด่วนด้วยกัน ท่านประธานก็กรุณา ผมก็เกรงใจไม่อยากให้ท่านประธาน ต้องเหนื่อยแบบอาทิตย์ที่แล้ว ผมก็จะใช้เวลาเพียงเท่านี้ สุดท้ายผมขอสรุปเลย ผมมีข้อเสนอ ฝากผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ๔ ข้อด้วยกัน

๑. พรรคกล้าธรรมโดยเฉพาะท่านประธานที่ปรึกษา ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านอยากจะเห็นรัฐบาลเจรจาอย่างรัดกุมเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้อง เกษตรกร เพราะการเจรจาครั้งนี้เราเชื่อว่าจะส่งผลกระทบในระยะยาวไม่ใช่เฉพาะในช่วงนี้ แต่มันจะเกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรระยะยาวหลายปี

๒. อยากจะให้รัฐบาลช่วยหาทางเพื่อที่จะลดความเสี่ยงหรือว่ากระจาย ความเสี่ยงลง นั่นก็คือเราอาจจะต้องหาคู่ค้าเพิ่มนะครับ อะไรที่ไม่สามารถส่งออกหรือนำเข้า จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เราก็ต้องมีสถานที่อื่นที่เราจะปล่อยสินค้าทางการเกษตร ของเราออกไปต่อไป

๓. อยากจะเห็นมาตรการรองรับ เพราะว่าผมเชื่อว่าทุกประเทศโดนกันหมด ทุกประเทศจะโดนปรับอัตราภาษีเพิ่มขึ้นหมด ดังนั้นถ้าเขาส่งไปประเทศสหรัฐอเมริกา ได้น้อยลงมันก็มีโอกาสที่เขาจะส่งสินค้าของเขามายังประเทศไทยนะครับ ดังนั้นเราก็ต้อง เตรียมมาตรการในการรับมือสินค้าที่จะไหลทะลักนะครับ ฝั่งยุโรปอาจจะเทกลับมาฝั่งเอเชีย มากขึ้นก็ได้นะครับ

สุดท้ายครับ ขอให้รัฐบาลดูแลแล้วก็หาทางเยียวยาพี่น้องเกษตรกรนะครับ ซึ่งต้องบอกว่าทุกวันนี้ก็ค่อนข้างลำบากให้ดีที่สุดนะครับ ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการเจรจา ในครั้งนี้ ดังนั้นเองผมสรุปเลยครับ ผมอยากจะเห็นครับ อยากจะเห็นการเร่งส่งความเห็นของ พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ไปยังรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไปประกอบการพิจารณา ดำเนินการเพื่อที่จะไปเจรจาในอนาคตต่อไป จึงขอขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งที่ให้ โอกาสครับ ขอบพระคุณครับ