สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๗

วีรภัทร คันธะ หารือเรื่องการกระจายอำนาจเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม และเรียกร้องการแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมายเพื่อเสริมศักยภาพพื้นที่

นายวีรภัทร คันธะ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีรภัทร คันธะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ อำเภอพระประแดง พรรคประชาชนครับ ท่านประธานครับ ผมก็เป็นอดีตมัคคุเทศก์ครับ เคยทำงานเห็นหน้าค่าตา อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วก็หลาย ๆ ท่านที่นั่งอยู่ในกรรมาธิการก็น่าจะรู้จัก เห็นหน้าค่าตาผมดีนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องของรายงานการพิจารณาศึกษาสภาพปัญหาและ แนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งผมเห็นรายงานฉบับนี้ในส่วนของ ที่กล่าวไว้ ผมอยากจะขอพูดในส่วนของการกระจายอำนาจเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ก็ขออนุญาตเดี๋ยวขอสไลด์ไว้ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ ประเทศไทย มีศักยภาพสูงมากในเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้ ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความยั่งยืนนะครับ ซึ่งผมก็ดีใจว่าในรายงานฉบับนี้เห็นสภาพปัญหาของการกระจายอำนาจนะครับ ซึ่งผม ขออนุญาตแบ่งเป็นประเด็นสำคัญดังนี้นะครับ

อย่างแรกก็คือเรื่องของการส่งเสริมบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งการให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม เช่นล่าสุดครับ ผมไปประเทศ สวิตเซอร์แลนด์มาครับ เขามีเทศกาลที่เรียกว่าเทศกาลหัวหอมในเมืองเบิร์น ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชื่อมโยงเกษตรกรรมกับกิจกรรม ท่องเที่ยวได้อย่างกลมกลืน ทำให้ชุมชนมีรายได้ ส่งเสริมความสามัคคี แล้วก็ล่าสุดครับ ประเทศไทยมีสิ่งที่เรียกว่า Awakening Bangkok ซึ่งใช้อำนาจท้องถิ่นในการจัดกิจกรรม เพื่อฟื้นฟูย่านเมืองเก่าโดยเชื่อมโยงศิลปะดิจิทัลให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น ช่วยกระจายรายได้ และเสริมเอกลักษณ์ในพื้นที่นะครับ

ข้อต่อมาครับ การจัดเก็บและบริหารรายได้จากการท่องเที่ยว รายได้จาก กิจกรรมท้องถิ่น เช่น ค่าธรรมเนียม ค่าเข้าชม การให้ท้องถิ่นสามารถจัดเก็บรายได้จาก ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการต่าง ๆ จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเงินเหล่านี้สามารถนำไปพัฒนาสาธารณูปโภค ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว และลดการพึ่งพา งบประมาณจากส่วนกลาง อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ในสถานการณ์ ที่งบประมาณมีจำกัด

ส่วนถัดมานะครับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชน ท้องถิ่นสามารถ ตัดสินใจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ระบบขนส่ง และน้ำประปา ให้รองรับความต้องการ ของนักท่องเที่ยวได้ตรงจุด ช่วยยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวและเพิ่มศักยภาพพื้นที่ แล้วก็การมีส่วนร่วมของชุมชนครับ การมีส่วนร่วมให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญ เช่น การเป็น มัคคุเทศก์ การเป็นเจ้าของโฮมสเตย์ ช่วยสร้างรายได้และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ ของพื้นที่ อีกทั้งยังเสริมศักยภาพและความรู้ให้ชุมชน ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการรวมตัว ของชุมชนในกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมอย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่นะครับ เรื่องของ Awakening Bangkok ในย่านเมืองเก่า ซึ่งสามารถสร้างรายได้สู่กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก การใช้วัฒนธรรม และอัตลักษณ์เป็นจุดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยว สามารถเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เรื่องเล่า ในชุมชนได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีครับ

ข้อถัดมาครับ การแก้ไขอุปสรรคทางกฎหมายครับ ซึ่งอย่างที่ท่าน ๆ เรียนมา กฎหมายบางฉบับก็อาจจำกัดศักยภาพของท้องถิ่น กฎหมายบางฉบับก็ยังคงมีปัญหาที่ทำให้ การท่องเที่ยวยังคงเผชิญอุปสรรคอยู่นะครับ ซึ่งการปรับปรุงกฎหมายเหล่านี้จะช่วยให้ ท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นแล้วก็สามารถพัฒนาได้ตามความต้องการนะครับ

สุดท้ายครับ การกระจายอำนาจเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน โดยการให้องค์กรท้องถิ่นจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วย เสริมสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มศักยภาพของชุมชนในระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่ ความสำเร็จที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทย อย่างไรผมขอเป็นกำลังใจให้ คณะกรรมาธิการชุดนี้แล้วก็คณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ในการเดินหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะผมเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มตัวเลขทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ซึ่งประเทศไทย ผมถือว่าเป็นประเทศที่มีตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวมากเป็นลำดับต้น ๆ ของโลกครับ ขอบคุณมากครับ