เอกราช อุดมอำนวย หารือประเด็นงบประมาณและประสิทธิภาพการทำงานของ กกต. โดยเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้าง การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสิทธิเลือกตั้งได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เอกราช อุดมอำนวย ทักท้วงการจัดสรรบุคลากรในสำนักงาน กกต. โดยเสนอให้ปรับลดสายวิชาการและเน้นงานหลัก เช่น การรณรงค์เลือกตั้งและการพัฒนาพรรคการเมือง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีกลไกอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการในการเข้าถึงสิทธิเลือกตั้ง
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนคนดอนเมือง จากพรรค ประชาชน นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านเลขาที่อุตส่าห์ ให้เกียรติสภาแห่งนี้มารับฟังความคิดเห็นของสมาชิก ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ จะมาสะท้อนการทำงานของ กกต. ซึ่งผมก็อาจจะขออนุญาตที่จะไล่เลียงประเด็นที่อยากจะ ให้ กกต. รับข้อเสนอไปแล้วลองปรับโครงสร้างดูนะครับ คือผมก็ได้ไปดูงบการเงินของ กกต. ที่อยู่ในท้ายเล่มนะครับ ซึ่งก็มีหมายเหตุงบการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรณีที่ถูก ฟ้องร้องในคดีปกครองหรือว่าคดีแพ่งต่าง ๆ อะไรตรงนี้ก็มีรายละเอียดว่าจำนวนเท่าไร ทุนทรัพย์เท่าไรแล้วก็ตั้งงบประมาณเอาไว้ แต่ผมติดใจในเรื่องอย่างนี้ครับ ก็คือเรื่องของการ รณรงค์ประชาสัมพันธ์ในปี ๒๕๖๕ ในหน้า ๒๓ ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งท้องถิ่นใช้ประมาณ ๑,๒๓๑,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ แต่ว่าปี ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นมา ๑๘๗ ล้านบาท ก็เข้าใจว่าน่าจะ สัมพันธ์กับการเลือกตั้งท้องถิ่นแต่ว่าผมไม่แน่ใจนะครับ คือในเล่มนี้พออ่านแล้ว แต่โทษที มันเหมือนจะมีแต่โครงรายละเอียดคร่าว ๆ แต่ว่าไม่มีรายละเอียดที่สำคัญนะครับ อย่างเช่น กรณีท่านบอกว่าท่านประชาสัมพันธ์เชิงรุกนี้อยากจะเห็นว่าท่านเชิงรุกอย่างไร เหมือนที่เพื่อน สมาชิกได้บอกไปว่ามันเห็นแต่ภาพของการจัดอบรมสัมมนาแล้วท่านก็เขียนว่าผลสัมฤทธิ์มัน อบรมสัมมนาเท่านั้นเท่านี้ใช่ไหมครับ แต่ว่าภาพที่แท้จริงของ กกต. ในการทำหน้าที่ คือส่งเสริมให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่งเสริมความรู้ทางด้านการเป็นพลเมือง ในการออกไปใช้สิทธินะครับ ซึ่งโอเคอันนั้นเป็นกระบวนการทำงานภายในของท่านก็เป็นสิ่งที่ ดีเรื่องการอบรม ถ้าท่านตอบได้ว่างบประมาณที่ท่านใช้ไปอบรมกลุ่มเป้าหมายนี้ เจ้าหน้าที่นี้มันคุ้มค่าอย่างไร แต่ว่าในแง่ของการประชาสัมพันธ์ตอนนี้นึกไม่ออกจริงว่า กกต. ท่านมีธง มีนโยบายสำคัญท่านปักหมุดเลยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ปีนี้ ประชาชนจะต้องออกมา ใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าเท่านี้เปอร์เซ็นต์แบบนี้ครับ เราอยากเห็นภาพแบบนี้ว่า กกต. สามารถ รณรงค์จูงใจให้พี่น้องออกมาใช้สิทธิการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีนี้มาดู เครื่องมือที่ท่านมีอยู่กันอย่างเช่น App ตาสับปะรดใช่ไหมที่ใช้ในการร้องเรียน ผมก็ลอง ไปเปิดนะครับ ตลอดระยะเวลานี่มันเด้งบ้าง ใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ท่านก็เลยอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ไม่กล้าเขียนมาในนี้ ผมก็เลยไม่รู้ว่าสุดท้าย App นี้มันยังใช้ได้อยู่ไหม หรือแม้กระทั่ง App โหวตใช่ไหมครับ ก็ใช้ไม่ได้นะครับ บางช่วงเวลาใช้ไม่ได้ บางช่วงเวลาใช้ได้ หรือแม้กระทั่ง การตรวจสอบสิทธิ ผมเจอพี่น้องประชาชนที่สอบถามว่าจะไปเลือกตั้งแต่ไม่รู้จะไปหน่วยไหน ยังมีชาวบ้านถามอย่างนี้อยู่เลย ผมก็บอกว่าอ๋อ กกต. จะต้องส่งหนังสือจดหมายไปหาที่บ้าน ส่งไปแจ้งว่าหน่วยไหน คือการประชาสัมพันธ์เรื่องพวกนี้ง่าย ๆ แบบนี้ประชาชนยังมีคำถาม อยู่เลย เราจะช่วยกันทำอย่างไรที่จะทำให้พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะทักท้วงท่านเลขาเอาไว้นะครับ แล้วก็อาจจะพูดถึง แนวทางไว้ ผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะว่าดูจากงบการเงินแล้วก็ต่าง ๆ คือสำนักงานตอนนี้ สำนักงานก็มีแท่งในหน้า ๔๗ ออกไปประมาณ ๓ ชั้นใช่ไหมครับ แล้วก็มีสำนักสืบสวน แบ่งเป็นสำนักงานต่าง ๆ อะไรอย่างนี้ครับ ผมก็คงไม่อาจจะไปรู้ดีมากกว่าท่าน แต่ว่าผมแค่ ท้วงเอาไว้กลัวว่าทำไปทำมาท่านจะใช้คนเยอะแต่ว่างานไม่มีประสิทธิภาพ คือไม่ได้ตำหนิ หรือว่าอะไร เพียงแต่ว่าอยากจะให้ท่านเลขาลองดูว่าปริมาณคนที่มาใช้กับประเภทมัน Match กันไหม เพราะว่าพอมาดูอัตรากำลังนี่ฝ่ายบริหารน้อย ฝ่ายอำนวยการก็ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รวมกันประมาณ ๑๗๐ กว่าท่าน แล้วก็สายวิชาการเยอะมากเลยโอ้โฮเป็นพัน เลยนะครับ แต่ว่าฝ่ายปฏิบัติงานแล้วก็ลูกจ้างประจำก็หลักประมาณร้อยกว่า ทีนี้ผมไม่แน่ใจ ว่าสายฝ่ายวิชาการมันใช้อย่างไรในสำนักงาน หมายความว่าถ้ากรณีที่มีการสืบสวน สอบสวน ฝ่ายปฏิบัติงานหรือเปล่าที่จะต้องลงพื้นที่เยอะในการเก็บข้อมูล ในการทำการสืบสวน สอบสวนคดี หรือเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานในการสอบปากคำอะไรต่าง ๆ ของ กกต. ทีนี้สาย วิชาการก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการต่าง ๆ ที่ออกเป็นความรู้อะไรแบบนี้ อันนี้ เราสามารถที่จะไปจ้างสถาบันการศึกษาให้พระปกเกล้าฯ ทำให้ก็ได้นะครับ คือผมก็เลยคิดว่า บางเรื่องท่านอาจจะไม่ต้องทำเองก็ได้ แต่ว่าท่านไปเน้นหนักงานหลักที่ผมได้บอกไป อย่างเช่นรณรงค์ให้คนมาเลือกตั้งเยอะ ๆ
แล้วสุดท้ายคือกองทุนพัฒนาการเมือง ซึ่งในหลายประเทศก็มีตัวอย่าง ก็คือ ว่ามันจะมีการพัฒนาในเรื่องของการอุดหนุนให้พรรคการเมืองที่อยู่ได้ ให้พรรคการเมือง สามารถที่จะใช้ขับเคลื่อนในการทำกิจกรรมทางการเมืองได้มากขึ้นก็ฝากเอาไว้นะครับ แล้วก็ สุดท้ายและท้ายที่สุดจริง ๆ ครับ ผมให้โจทย์ท่านไป บรรดาผู้สูงอายุที่อยู่ตามบ้าน ที่ออกมา ไม่ไหวหรอกอย่างนี้ครับ ต้องหามกันมา แบกกันมาแบบนี้ คือเมื่อไรท่านจะมีเครื่องมือกลไก การเลือกตั้งที่อำนวยความสะดวกที่เข้าถึงบุคคลเหล่านี้ ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ ฝากไว้ ในประเด็นเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ