ปกรณ์วุฒิ เสนอ Cell Broadcast แก้ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่าช้า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ เมษายน ๒๕๖๘

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล วิจารณ์ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวที่ไม่สมบูรณ์ โดยชี้ให้เห็นข้อจำกัดของเทคโนโลยี SMS และขั้นตอนการสั่งการที่ล่าช้า ไม่สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ พร้อมเสนอข้อควรระวังในการใช้เทคโนโลยี Cell Broadcast เพื่อแจ้งเตือนภัย รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางเทคนิคเพื่อให้สามารถส่งข้อความเตือนภัยได้รวดเร็วและครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีสิ่งหนึ่งที่สังคมหันมาสนใจอย่างจริงจังก็คือประเทศเรา ควรจะมีระบบเตือนภัยที่ดีได้แล้วนะครับ ขอสไลด์ด้วยนะครับฝ่ายโสต

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ผมคิดว่าระบบเตือน ภัยที่ดีจะต้องประกอบด้วย ๓ สิ่งนี้ จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้ก็คือข้อมูลที่แม่นยำ ขั้นตอนการสั่งการที่คล่องตัว แล้วก็เทคโนโลยีที่ดีพอ เพราะ ๓ สิ่งนี้รวมกันมันจะทำให้ ประชาชนได้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้วก็รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์และสามารถรับมือกับสิ่งที่กำลัง เกิดขึ้นได้ทันการณ์ ผมอาจจะข้ามเรื่องแรกไปก่อนก็คือเรื่องข้อมูลที่แม่นยำนะครับ เพราะว่า ถ้าเราจะถอดบทเรียนจากเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา เรามาดูปัญหาสำคัญกันก่อนที่สไลด์ ถัดไปนะครับ ก็คือขั้นตอนการสั่งการที่คล่องตัวแล้วก็เทคโนโลยีที่ดีพอซึ่งเราไม่มีทั้งคู่นะครับ ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจข้อจำกัดของระบบเอสเอ็มเอส ที่วันนั้นทางรัฐบาลได้สั่งการให้ใช้ช่องทาง ดังกล่าวในวันที่เกิดเหตุนะครับ ขั้นตอนทำงานของระบบ เอสเอ็มเอสครับท่านประธาน เอสเอ็มเอสมันเป็นการส่งแบบ ๑ ต่อ ๑ ระบบจำเป็นต้องรู้เบอร์โทรศัพท์ของผู้รับ ผมอธิบายคร่าว ๆ แบบนี้นะครับ ยกตัวอย่างว่าถ้าเราต้องการส่ง เอสเอ็มเอสให้ทุกคนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ตัว Telco ต้องให้เสาสัญญาณทุกเสาในกรุงเทพมหานครไปกวาดเบอร์ที่จับสัญญาณของทุกเสา มาก่อนว่ามีเบอร์อะไรบ้างนะครับ แล้วเอาทุกเบอร์นั้นมาเข้าคิวเพื่อที่จะส่งเอสเอ็มเอส แล้วด้วยตัวระบบนี้มันก็มีคอขวดของมันอยู่ว่ามันจะไม่สามารถส่งพร้อมกันเป็นหลักล้าน ๆ เบอร์ได้ครับ ดังนั้นระบบมันก็เลยทยอยส่งออกไปเรื่อย ๆ เท่าที่สามารถจะรองรับได้ ทำให้ บางคนกว่าจะได้รับเอสเอ็มเอสก็ล่วงเลยเข้าไปวันเสาร์ หรือเพื่อนผมตอนที่ได้รับเอสเอ็มเอส ก็วันอาทิตย์เข้าไปแล้วครับ และเอสเอ็มเอส ในการส่งมันจะจำกัดจำนวนตัวอักษร ประมาณ ถ้าภาษาอังกฤษอยู่ที่ประมาณ ๑๖๐ ตัวอักษรเท่านั้นนะครับ ดังนั้นการสื่อสารภายใต้ ข้อจำกัดนี้มันก็อาจจะไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนและครบถ้วนได้

อีกประการหนึ่ง ก็คือถ้าเจ้าของเครื่องปิดเสียงอยู่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยเปิด เสียงโทรศัพท์เลยครับ เราก็จะไม่ได้รับทราบแล้วก็ไม่ได้อ่านข้อความนั้นอยู่ดี แล้วมันก็จะไป รวมกับกล่องข้อความอื่น ๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าเราแทบจะไม่อ่านเอสเอ็มเอสกันแล้ว เพราะเราไปใช้ Application อื่นกันหมดแล้ว แต่ว่าแตกต่างจาก Cell Broadcast คือเมื่อ ทางการส่งข้อความออกไปนะครับ วิธีการทำงานของมันคือเสาสัญญาณจะยิงข้อความ เหล่านั้นไปหาเครื่องทุกเครื่องที่จับสัญญาณอยู่กับเสานั้นทันที ผมเปรียบเทียบเหมือนเป็น ลำโพงนะครับ ถ้าเราเปิดเสียงดัง ๆ เวลาเราเดินผ่านไปใกล้ ๆ ต่อให้เราไม่อยากได้ยินเราก็ยัง ได้ยินอยู่ดีครับ ก็เป็นวิธีการระบบการทำงานของ Cell Broadcast แล้วนอกจากนั้น Cell Broadcast ก็ยังทำได้อีกหลายอย่าง คือสามารถส่งเป็นข้อความยาว ๆ ได้ ทำให้สื่อสาร ได้ครบถ้วน ถ้าเป็นการแจ้งเตือนภัยระดับร้ายแรง ต่อให้เราปิดเสียง เสียงของมือถือเรา มันก็จะดังขึ้นอยู่ดี ถ้าท่านประธานเคยดู Series เกาหลีเราจะเคยเห็นฉากที่ทุกคนโทรศัพท์ ดังพร้อมกันบนถนนเพราะว่ามีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้น แล้วภาพนี้ครับภาพขวามือที่เห็น อันนี้จริง ๆ เป็นภาพจริงจากโทรศัพท์มือถือของผมเลยนะครับ ที่ผมไปเยี่ยมชมเอกชน ที่เขาทำระบบนี้ตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้วนะครับ ณ ตอนนั้นเขาพร้อมที่จะยิง Cell Broadcast เข้ามาที่โทรศัพท์ของเราแล้วนะครับ คำถามก็คือหน่วยงานรัฐพร้อมเมื่อไรนะครับ อีกคุณสมบัติที่สำคัญนะครับ สไลด์ถัดไปนะครับ ก็คือมันสามารถส่งได้หลายภาษาครับ ตัวอย่างในภาพนะครับ มีคนมา Comment ใน Page พรรคประชาชน นี่คือข้อความที่เขาได้ ที่ประเทศญี่ปุ่นนะครับ แต่เขาว่าเขาได้รับเป็นภาษาไทย ดังนั้นถ้าเราออกแบบข้อความเอาไว้ หลาย ๆ ภาษา และขึ้นอยู่กับว่าเครื่องนั้นใช้ภาษาอะไรอยู่นี่ ชาวต่างชาตินักท่องเที่ยวก็จะ สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้กำลังเกิดเหตุอะไรขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาไทยนะครับ ถ้าเราส่ง เลขไทยไปอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าตอนนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้น ซึ่งอันนี้ก็เป็นอีกฟังก์ชันหนึ่ง ที่สำคัญมากสำหรับ Cell Broadcast จากความแตกต่างของ ๒ เทคโนโลยีที่ผมได้กล่าวไป เมื่อสักครู่นะครับ ผมต้องบอกแบบนี้ว่าคือถ้าเรามีเทคโนโลยีที่ดี แต่ถ้าวันนั้นเรายังไม่มี เทคโนโลยีนี้ ต่อให้วันนั้นราชการทำงานเร็วมาก ปภ. สั่งการ ๒ นาทีแล้วสั่งให้ Telco ส่งเอสเอ็มเอสเลย แต่ถ้าเราไม่มี Cell Broadcast มันก็ช้าแบบนี้อยู่ดีครับ เช่นกันครับ ถ้าเรามี Cell Broadcast แล้วแต่ระบบสั่งการยังเป็นแบบวันนั้น ที่ต้องส่งหนังสือราชการ เขียนเป็นเลขไทยแล้วส่งต่อไปให้หน่วยงานอื่น ส่งต่อไปให้เอกชนแล้วถึงจะส่งได้ ประชาชน ก็จะได้รับข้อมูลที่ช้าและไม่ทันการณ์อยู่ดี ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีว่าเหตุแผ่นดินไหว มันอาจจะพยากรณ์ล่วงหน้าได้ยากนะครับ ถ้าทำได้เราอาจจะต้องอยู่ไกลแล้วก็อาจจะ ล่วงหน้าได้แค่เป็นหลักวินาทีเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเราไม่ได้ใช้ระบบแจ้งเตือนมาเฉพาะ สำหรับเหตุแผ่นดินไหวเท่านั้น แต่เหตุอุทกภัย น้ำป่า พายุ หลาย ๆ อย่างที่เราสามารถ พยากรณ์ล่วงหน้าได้มันก็สามารถที่จะแจ้งเตือนประชาชนได้เช่นกัน ผมทราบนะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ ขออภัยครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ใช้ระบบ Virtual Cell Broadcast ไปก่อนนะครับ แต่มันก็ยังเจอปัญหาเดิม ๆ นะครับ เพราะว่า IOS ก็ยังต้องใช้ เอสเอ็มเอสอยู่ดี ลองย้อนกลับไปที่ผมอภิปรายงบประมาณวาระหนึ่ง วันนั้นผมบอก ท่านประเสริฐที่นั่งฟังอยู่ตรงนี้ว่า ท่านต้องไปคุยกับ Apple ได้แล้วว่า Cell Broadcast มาตรฐานที่เราจะใช้กับ Apple มันคือมาตรฐานแบบไหน เขาจะได้เปิดระบบให้เรานะครับ ดังนั้นช่วงระหว่างนี้เราต้องมีช่องทางสำรองอื่น ๆ ที่สามารถเตือนภัยให้ประชาชนรู้ได้ เร็วที่สุดนะครับ ขอสไลด์ถัดไปนะครับ เรามาดูอันนี้ จริง ๆ อันนี้ผมอยากข้ามไปเลยนะครับ ดูจาก Comment ก็ได้นะครับ Review Useless กับ Useless นะครับ ข้ามไปเลยครับไม่มีประโยชน์ ต่อไปนะครับ LINE Alert จริง ๆ อันนี้ เราร่วมมือกับทาง LINE มานานแล้ว ตอนนี้มีผู้ติดตาม LINE นี้อยู่ ๒๓๐,๐๐๐ ถ้าเรา Promote ดี ๆ ผมคิดว่าช่องทางนี้ก็พอจะ Work นะครับ ขอสไลด์ถัดไปได้เลยครับ จริง ๆ เรามีประกาศของ กสทช. ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ คือเราสั่งให้เขาพร้อมที่จะออกอากาศคำบรรยาย เป็นตัวอักษรวิ่งข้างล่างแบบเหมือนที่เราเห็นอยู่ในหน้าจอตอนนี้ละครับ หรือว่าออกอากาศ วิธีเตือนภัยอื่น ๆ เช่น สัญลักษณ์หรือสีตามมาตรฐานที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้กำหนดได้ ถ้าอยากรู้ว่าเป็นประมาณไหนลองไปดูนายอาร์มคลิปนี้ลงไว้ ๓ ปีแล้วครับ ว่าจริง ๆ เราควร จะทำอะไรบ้างลองไปดูกันได้ และเมื่อไม่นานมานี้เมื่อ Week ที่แล้วนายอาร์มก็เพิ่งลงอีก คลิปหนึ่ง เรื่อง Cell Broadcast เช่นกันนะครับ เราบังคับให้เอกชนเตรียมพร้อมมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าเราก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ของมัน แล้วจริง ๆ ช่องทางนี้มันก็สามารถใช้ได้ในระยะยาวด้วย นะครับ

สรุปครับท่านประธาน จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาผมคิดว่าความสำคัญของระบบ แจ้งเตือนนั้น คือเราจะต้องทำให้ประชาชนรับทราบว่าตอนนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้นแล้วเขา จะต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพราะเหตุที่มันต่อเนื่องกันมา ผมคิดว่าประชาชนพอไม่รู้แล้วเกิด อาการ Panic วันก่อนมีการสั่งอพยพทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่มี Aftershock ดังนั้นผมคิดว่า มันเป็นสาเหตุสำคัญเลยก็คือวันนั้นเขาไม่รู้อะไรเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วมันทำให้ ความกลัวของเขามันต่อเนื่องยาวนานมาอีกหลายวัน

สุดท้ายครับท่านประธานนับถึงวันนี้เป็นเวลา ๕ ปีหลังจากที่ผมได้อภิปราย เรื่อง Cell Broadcast ครั้งแรกในสภา ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ตอนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ สหรัฐอเมริกา ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๐๐๖ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือมาเลเซียใช้มาตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ ผมพยายามผลักดัน เรื่องนี้มานานครับ เพราะผมคิดว่าระบบเตือนภัยมันไม่ใช่แค่ตัวอักษรที่ส่งให้กับประชาชน แต่เวลา ๒ ชั่วโมงที่ประชาชนรู้ว่าน้ำกำลังจะท่วมบ้าน มันคือเวลาที่พวกเขาจะขนทรัพย์สิน พาครอบครัวออกไปสู่ที่ปลอดภัยได้ทันการ หรือเวลาแค่เสี้ยววินาทีที่ประชาชนรู้ว่าสถานที่ ที่เขาอยู่กำลังเกิดเหตุวินาศกรรม เกิดเหตุกราดยิงขึ้น มันหมายถึงชีวิตของคนอีกหลายคนที่ เขาจะได้กลับบ้านไปเจอคนที่พวกเขารักอย่างปลอดภัย ในวันนี้อย่างน้อยผมก็ยินดีที่กระแส สังคมทำให้รัฐบาลหันมาจริงจังกับเรื่องนี้และเร่งรัดเรื่องนี้ และหวังว่าเราจะมีระบบเตือนภัย ที่พร้อมสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดครับ ขอบคุณครับ