จิตติพจน์ ชี้แจงปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยาสูบ หวังเพิ่มรายได้-พัฒนาเกษตรกร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตและส่งเสริมอุตสาหกรรมยาสูบอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มรายได้ให้รัฐและพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดยเสนอให้เน้นการสื่อสารเพื่อสร้างจิตสำนึกในการบริโภคแทนการขึ้นภาษีเพื่อลดการสูบ พร้อมตั้งข้อกังวลต่อสมมุติฐานการปรับภาษีที่อิงกับราคาและการลดการบริโภค รวมถึงประสิทธิภาพการปราบปรามบุหรี่เถื่อน และเรียกร้องให้ทบทวนแนวทางอย่างรอบด้านเพื่อความสมดุลระหว่างรายได้รัฐกับผลกระทบที่เกิดขึ้น

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการครับ ขออนุญาต ตอบคำถามเพื่อนสมาชิกครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตชื่นชมเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาอภิปราย และให้ข้อคิดเห็นที่เปึนประโยชน์นะครับ ไม่ว่าจะเปึนท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านอาจารย์พรรณสิริ กุลนาถศิริ ท่านปรีติ เจริญศิลปี ท่านทรงยศ รามสูต ท่านนพพล เหลืองทองนารา รวมทั้งท่านอาจารย์เทอดชาติ ชัยพงษ์ ด้วยนะครับ ความเห็นต่าง ๆ ของท่าน ล้วนแล้วแต่เปึนข้อคิดเห็นที่เปึนประโยชน์ทั้งสิ้น ก็ขออนุญาตชื่นชมที่ท่านใส่ใจ ในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องชาวไร่ยาสูบ เรามีความเห็นตรงกันว่าเราอยากจะให้ พี่น้องชาวไร่ยาสูบมีฐานะความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ทำอย่างไรจะทำให้อุตสาหกรรมยาสูบ เปึนอุตสาหกรรมที่มีความยั่งยืน ทำให้พ่อแม่พี่น้องที่ปลูกยาสูบมีชีวิตความเปึนอยู่ที่ดี ในขณะเดียวกันการยาสูบแห่งประเทศไทยนั้นก็จะต้องมีผลประกอบการที่ดีครับ เพราะว่า เมื่อไรก็ตามที่การยาสูบแห่งประเทศไทยมีผลประกอบการที่ดีมันก็จะทำให้เปึนผลดีกับ ประเทศชาติโดยรวม ถ้าดูจากตัวเลขโดยรวม ก่อนป้ ๒๕๖๐ การยาสูบแห่งประเทศไทย สามารถนำส่งภาษีสรรพสามิต รวมทั้งส่งกองทุนต่าง ๆ รวมเปึนเงินถึง ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าพอมีการเปลี่ยนภาษีสรรพสามิต ทั้ง ๒ ครั้ง เปลี่ยน ๒ ครั้ง ลดทั้ง ๒ ครั้ง ตอนนี้ การยาสูบแห่งประเทศไทยนำเงินส่งคลังเพียงประมาณ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะผลประกอบการของการยาสูบแห่งประเทศไทยถดถอยลงมาก กำไรก็น้อยลง ยอดขาย ก็น้อยลง จึงมีความจำเปึนที่เราจะต้องช่วยกันหาวิธีทำให้การยาสูบมีผลประกอบการที่ดีขึ้น ซึ่งเบื้องต้นเลยที่กรรมาธิการเห็นก็คือว่า เราจะต้องหาทางปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ให้มีความเหมาะสม เพราะโครงสร้างภาษีสรรพสามิตปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้จัดเก็บภาษีได้น้อยลงเท่านั้น ยังไม่ได้ลดปริมาณการบริโภคบุหรี่อย่างแท้จริงด้วย แต่เดิมแนวคิดการปรับภาษีสรรพสามิต ผมมีโอกาสได้คุยกับทางกรมสรรพสามิต ก็บอกว่าแนวคิดนี้มาจากทางกระทรวงสาธารณสุข จะหาทางทำอย่างไรให้บริโภคบุหรี่ลดลง ก็เลยบอกว่าก็ขึ้นภาษี ขึ้นภาษีพอบุหรี่แพงคนจะได้ สูบน้อยลง แต่ผลจากที่มีการดำเนินงานประมาณ ๖ ป้ที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การขึ้นภาษีบุหรี่นั้นไม่ได้ทำให้บริโภคบุหรี่ลดลง แต่กลับทำให้การบริโภคบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟัา รวมทั้งยาเสพติดชนิดอื่นเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นแนวคิดที่ว่าจะใช้ภาษีมาลดพฤติกรรมการบริโภคบุหรี่ จึงเปึนไปไม่ได้นะครับ ถ้าหากรัฐบาลเห็นร่วมกันและปรับแนวคิดตรงนี้ แล้วก็บอกว่า การบริโภคบุหรี่สามารถที่จะปรับโดยการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวไทยรู้ว่า การบริโภคบุหรี่นั้น จะต้องบริโภคบุหรี่อย่างระมัดระวังตามสมควร หรือละได้ก็ละ เว้นได้ก็เว้น หรือลดได้ก็ลด แล้วก็เปึนการบริโภคอย่างที่มีจิตสำนึก แล้วก็ตระหนักในโทษของบุหรี่ ต่อสุขภาพของตนเอง และสุขภาพของคนข้างเคียง ถ้าทำอย่างนั้นได้การบริโภคบุหรี่ ก็จะอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าเราปรับโครงสร้างคิดใหม่ว่าทำอย่างไร ให้การยาสูบแห่งประเทศไทยมีความเข้มแข็ง แล้วก็สามารถที่จะส่งบุหรี่ไปขายต่างประเทศได้ ก็เปึนแนวคิดที่ดีครับ ไม่ว่าจะเปึนการปรับส่วนผสมต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับตลาด ต่างประเทศมากขึ้น ถ้าเราทำได้ก็จะทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทยมีผลประกอบการดีขึ้น ภาษีเงินส่งกองทุนต่าง ๆ ที่เคยลดลง เราก็อาจจะได้เพิ่มมากขึ้น อาจจะเกิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ได้ ถ้าเห็นร่วมกันอยากปรับแนวคิดส่วนนี้ ผมเชื่อว่าก็อาจจะร่วมกันเสนอทางรัฐบาล หรือประชาสัมพันธ์ให้มีการเปลี่ยนแนวคิดในเรื่องของการมองอุตสาหกรรมยาสูบว่าไม่ใช่ สิ่งที่เสียหายแต่อย่างไร เพียงแต่ทำให้ประชาชนรู้ว่าบริโภคอย่างไรจึงจะพอดี แล้วก็ไป ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมมีความสามารถในการแข่งขันตามสมควร ก็น่าที่จะหาความสมดุล ระหว่างเรื่องของสุขภาพกับเรื่องของรายได้ที่ส่งรัฐได้

ในส่วนที่มีความกังวลว่าเอกสารที่พวกเราพิจารณามีข้อมูลเรื่องภาษี สรรพสามิตหรือไม่ ก็ขออนุญาตในช่วงท้ายของรายงานนี้ ในเรื่องของการปรับโครงสร้างภาษี ในเรื่องผลการดำเนินการของการยาสูบแห่งประเทศไทย จะมีข้อมูลเรื่องอัตราภาษีสรรพสามิต อยู่นะครับ กล่าวโดยสรุปก็คือ ภาษีสรรพสามิตปัจจุบันต่อมวนก็ ๑.๒๕ บาท ๒๐ มวน ซองหนึ่งก็ ๒๕ บาท หลังจากนั้นก็ดูที่ราคาต่ำกว่า ๗๒ บาท ก็เสียภาษี ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตามมูลค่า ถ้าราคาสูงกว่า ๗๒ บาท ก็เก็บ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ นี่คืออัตราภาษีปัจจุบัน แล้วทาง กรมสรรพสามิตก็ทำ Scenario ทำฉากทัศน์ว่า ถ้าปรับอัตราภาษีสรรพสามิตเปึนเท่าไร และผลจะเปึนอย่างไร แต่ในส่วนนี้กรรมาธิการก็ยังไม่เห็นด้วยนะครับ เรากังวลว่าแนวคิด อย่างที่ว่าน่าที่จะไม่ได้ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนนี้ก็เปึนสิ่งที่ค่อนข้างซับซ้อน เพราะว่า แนวคิดของสรรพสามิตท่านบอกว่าการตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า ถ้าราคาสูงขึ้น การบริโภค จะลดลง และ ๒. กรมศุลกากรและหน่วยงานของรัฐสามารถที่จะปราบบุหรี่เถื่อนได้ ซึ่งทั้ง ๒ เรื่องนี้เปึนสมมุติฐานที่ไม่ค่อยเปึนไปตามความเปึนจริงเท่าไร ก็เปึนสิ่งที่ต้องช่วยกัน คิดต่อไป เพราะว่าเปึนเรื่องใหญ่เปึนเรื่องสำคัญ ก็ขออนุญาตชี้แจงเท่านี้ ต้องขออนุญาต ขอบพระคุณท่านสมาชิกที่กรุณาอภิปรายให้ข้อมูลที่เปึนประโยชน์ครับ ขอบพระคุณครับ