สมศักดิ์ จี้กระทรวงสาธารณสุข จัดระบบบำบัดยาเสพติดให้เพียงพอ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ ตุลาคม ๒๕๖๗

สมศักดิ์ เทพสุทิน หารือประเด็นปัญหาการบำบัดยาเสพติดที่ไม่เพียงพอต่อการรักษา และเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำระบบบริการบำบัดยาเสพติดอย่างเพียงพอ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ขอตอบคำถามกระทู้ถามที่ ๓๑๕ ของท่าน สส. ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ในประเด็นขอให้แก้ปัญหาศูนย์บำบัด ยาเสพติดไม่เพียงพอต่อการรักษา ในส่วนนี้ต้องเรียนว่าในคำถามของท่านเปึนประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนหรือต่อการแก้ปัญหายาเสพติดของประเทศไทยอย่างแท้จริง และโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในประเด็นท้าย ๆ ที่ท่านได้ถามนั้นนั่นคือการแก้ปัญหาในจุดที่ตรงจุดมาก ๆ ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลของ ฯพณฯ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็ได้เน้นย้ำในประเด็นต่าง ๆ ในมาตรการต่าง ๆ ถ้ามีเวลาช่วงท้ายผมจะขอหยิบยกเอาในส่วนที่ท่านได้กรุณาถาม เมื่อสักครู่นี้ ซึ่งเปึนส่วนเกินของกระทู้ถามแต่มีประโยชน์ผมก็จะพยายามเอามาพูดคุยให้ฟัง กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายจัดทำระบบบริการด้านบำบัดยาเสพติดให้เพียงพอ ต่อการบริการพี่น้องประชาชน โดยมีรายละเอียดและการวิเคราะห์ ดังนี้

๑. ความต้องการในการบำบัดยาเสพติด โดยประมาณการผู้ที่ควรได้รับ การดูแลในระบบประมาณ ๔๑๐,๐๐๐ คน เปึนข้อมูลของกรมสุขภาพจิตในป้ พ.ศ. ๒๕๖๖ ในส่วนหน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายมีดังนี้ คือ ๑. ศูนย์คัดกรอง ๙,๖๙๐ แห่ง มีทุกตำบล รพ.สต. และในส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง สถานพยาบาลยาเสพติด ๑,๐๘๑ แห่ง รองรับผู้ป์วยนอกได้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งในส่วนของผู้ป์วยใน IPD มีประมาณ ๑๔,๑๔๐ เตียง หรือรับได้ประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ คน ภาครัฐในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุขมี ๙๓๒ แห่ง จำนวน ๑๐,๕๖๘ เตียง ครอบคลุมทุกอำเภอ ส่วนภายนอก กระทรวงสาธารณสุขมี ๑๔๙ แห่ง จำนวน ๓,๕๗๒ เตียง ในส่วนนี้มีทั้งโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลทหาร โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย สถานฟุ๋นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมี ๑๖๔ แห่ง มีส่วนของกระทรวงกลาโหม ๕๒ แห่ง กระทรวงมหาดไทย ๒๙ แห่ง กรมราชทัณฑ์ ๙ แห่ง กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ๒๘ แห่ง กรุงเทพมหานคร ๑ แห่ง สตช. ๑ แห่ง ในส่วนของศูนย์ฟุ๋นฟูสภาพทางสังคม ๔,๖๘๐ แห่ง ในส่วนนี้เปึนงาน ของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะดูแลในเรื่องการหางานทำ การศึกษา และเรื่องอื่น ๆ ตลอดทั้ง การลงทุนและอาชีพต่าง ๆ ในส่วนผลของการดำเนินการเพื่อสอดรับกับความต้องการในการ ดำเนินการยาเสพติดของประเทศไทย ในป้ ๒๕๖๘ ผลการบำบัดยาเสพติดผู้ป์วยทุกประเภท รวม ๑๙๘,๘๖๘ ราย ในส่วนนี้ผู้ที่ติดมีอาการรุนแรงหรือสีแดงที่คลุ้มคลั่งอาละวาด ๒๒,๐๐๐ คน สีส้มคือรองลงมา คือพวกไม่หลับไม่นอน เดินไปเดินมา พูดจาคนเดียว หงุดหงิด ๘,๕๕๑ คน สีเหลืองอาการวิตกจริตไม่รุนแรง ซึมเศร้า ๔,๘๘๖ คน ส่วนที่เหลือเปึนสีเขียว ผู้เสพ ที่มีอาการไม่รุนแรง หรือไม่มีอาการ ๑๖๓,๐๐๐ คน รวมทั้งหมด ๑๙๘,๘๖๘ คน ซึ่งการดำเนินการ

ในส่วนที่เปึนคำถาม ศักยภาพรองรับผู้ป์วยของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในส่วนนี้ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ศักยภาพรองรับผู้ป์วยมีจำนวน ๑๐,๕๖๘ เตียง มีผู้เข้ารับการบำบัด จำนวน ๖,๐๐๐ ราย คิดเปึนผู้มารับการบำบัด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ยังมีเตียงว่างอยู่ ๔,๖๘๑ เตียง จำนวนผู้ป์วยที่มีความหนาแน่นมากจริง ๆ ที่ล้น ต้องเรียนว่า มีจริงตามที่ท่านได้ตั้งคำถามเข้ามา ก็มีในจังหวัดภาคอีสาน มีโคราช มีสุรินทร์ มีกาฬสินธุ์ ในส่วนนี้กระทรวงสาธารณสุขก็กำลังขยายนะครับ ขยายเตียงโดยเฉพาะในจังหวัดโคราช เพิ่มอีก ๓๐ เตียง จังหวัดสุรินทร์เพิ่มอีก ๑๐ เตียง กาฬสินธุ์เพิ่มจำนวนเตียงอีก ๑๐ เตียง มีการขยายเตียงเพิ่มมากขึ้น แต่สำหรับในจังหวัดนครพนมของท่าน มีผู้ป์วยยาเสพติด ยังไม่ล้น แต่เกือบแล้วประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านถามกระทู้ก็ถูกต้องนะครับ แต่เราก็ พยายามที่จะแก้ไข โดยเป่ดโรงพยาบาลมินิธัญญารักษ์เพิ่มอีก ๑ แห่ง ในอำเภอเรณูนคร ซึ่งจะเพิ่มเตียงขึ้นมาอีก ๘ เตียง ในส่วนตรงนี้ก็จะแก้ไขปัญหาให้กับท่านภูมิพัฒน์ ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตรงนี้ ท่านถามถึงในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่เปึนรูปธรรม ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในป้งบประมาณที่แล้วรัฐบาลได้ใช้มาตรการ ในการจัดการเกี่ยวกับเรื่องของการยึดทรัพย์เข้ามาเปึนมาตรการเพิ่มเติมจากกฎหมายเดิม กฎหมายเดิมมีมาตรการในเรื่องของการปัองกันตามชายแดนต่าง ๆ ที่มีผู้คนพูดกันอยู่เสมอว่า Seal ชายแดนบ้าง หรือให้ทหารออกไปเปึนรั้วปัองกันหรือปราบปราม การปราบปราม ผู้ค้ายาในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น และในส่วนของฟุ๋นฟูที่ท่านถามเปึนกระทู้ ในส่วนของการ บูรณาการ เรามีงบบูรณาการที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม และอื่น ๆ และมาตรการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนะครับ ซึ่งในลุ่มแม่น้ำโขงมีประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน เมียนมา ตรงนี้มาช่วยกันดำเนินการต่าง ๆ แต่มาตรการที่รัฐบาลได้ใช้ ในป้ที่แล้วเปึนป้แรกในเรื่องของการยึดทรัพย์ มีการตั้งตัวชี้วัด ซึ่งผมเปึนคนเสนอ ในคณะกรรมการ ป.ป.ส. ได้ประชุมในสมัยท่านเศรษฐา แต่ยังตั้งตัวชี้วัดไว้น้อย คือในภาค ตำรวจ ๑ ภาค ตั้งเปัาไว้แค่ ๕๐ คดี ใน ๕๐ คดีนี้เปึนคดีที่ดำเนินการแล้วมีผลเกี่ยวกับ เรื่องของการยึดทรัพย์ ถ้าหากว่าเราได้ดำเนินการตัวชี้วัดในการดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว มันจะเห็นผล แล้วผมก็มั่นใจว่าเตียงที่ไม่พอกับการบำบัดที่ท่านถามมันจะหมดไป เพราะว่า ถ้าเราคิดแต่เรื่องบำบัดมันปลายน้ำ ถ้าเราไม่ทำต้นน้ำปัญหาของมันก็จะรุมเร้ามากขึ้น ตัวชี้วัดใน ๙ ภาค บวกกรุงเทพฯ นครหลวงอีก ๑ ภาค และ ป.ป.ส. ตั้งตัวชี้วัดไว้ ๑๐๐ คดี ตัวชี้วัดของคดียึดทรัพย์ในป้งบประมาณ ๒๕๖๗ นับตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ ถึง ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๗ ตัวชี้วัดตั้งไว้แค่ ๖๐๐ คดี แต่ดำเนินการไปได้สบาย ๆ เลยครับ ได้ ๒,๐๐๐ กว่าคดีในประเทศเรา ผมบอกตัวชี้วัดเพิ่งเริ่มดำเนินการก็ทำให้เห็น แต่ว่าถ้าเรา ตั้งตัวชี้วัดไว้สักภาคละ ๕๐๐ คดี ป้หนึ่งประมาณ ๖,๐๐๐ คดีที่ดำเนินการ ผมว่าเราไม่ต้อง หาเตียงเพิ่มหรอกครับ เพราะคนขายถูกจับหมดแล้ว หรือใครขายมาก็ดำเนินการในเรื่องของ การยึดทรัพย์ และเปึน พ.ร.บ. มาตรการสมคบสนับสนุน มีทรัพย์สินโผล่ขึ้นมาเมื่อไรก็ยึดได้เลย เพราะมันเปึนการยึดในลักษณะ Value Based คำนวณว่าคนขายคนนี้ขายมากี่ป้แล้ว ขายมากี่ป้ควรจะมีทรัพย์สินเท่าไร และทรัพย์สินที่โผล่ให้เห็นยึดได้เท่าไร ยังขาดอีกก็ตามยึด ในขณะที่มีการสอบสวนทวนความในการดำเนินการว่าทรัพย์สินเหล่านั้นเขาซ่อนไว้ที่ไหน และคนแจ้งเบาะแส ก็บอกว่าคนไม่กล้าที่จะแจ้งเบาะแส คนแจ้งเบาะแสนี่ได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์ที่ยึดได้ และในส่วนของราชการได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราเอาแนวทางในเรื่องของ การยึดทรัพย์มานำหน้า ตั้งตัวชี้วัดไว้สัก ๖,๐๐๐ คดีต่อป้ ผมว่าไม่เกิน ๓ ป้นะครับ เราไม่จำเปึนที่จะต้องใช้พื้นที่ในเรื่องของการบำบัดให้มันเหนื่อยหรอกครับ เพราะเริ่มทำเมื่อ ป้งบประมาณที่ผ่านมามันจึงยังมีตัวเลขที่จับกุมและดำเนินการในเรื่องของการยึดทรัพย์น้อย ถ้าหากว่าในป้นี้ วิงวอนนะครับ วิงวอนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนอื่น แต่ผมก็จะพูดอยู่ตลอดเวลาว่า ต้องตั้งตัวชี้วัดให้มากขึ้นนะครับ เอาเปึนว่าในภาคหนึ่งสัก ๕๐๐ คดีเปึนอย่างน้อย เพราะภาคหนึ่งมี ๗-๘ จังหวัด คนขายรายย่อย ในขณะที่เรามาบำบัดฟุ๋นฟู ถ้าหากจะถาม ท่าน สส. นิพนธ์ ลองถามดูนะครับ คนที่เข้ามาสู่การบำบัดฟุ๋นฟูเขาจะบอกเลยว่าเขาซื้อยา มาจากไหน แล้วก็ตามสืบสวนทวนความกับคนขายยาตรงนั้น และมันจะจบเรื่องปัญหา ยาเสพติดก็จะหมดไปได้โดยวิธีการและแนวทางของรัฐบาลที่ทำได้ผล อย่างจังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอธวัชบุรี ขอบคุณครับ