เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล อภิปรายร่าง พ.ร.บ. การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ โดยเสนอข้อสังเกตเรื่องการขยายระยะเวลาที่กำหนดราคาเกิน ๑๘๐ วัน กลัวเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ทุจริตและประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงแนะนำให้คงเวลาเดิมหรือเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ขอมีส่วนร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ คือโดยรวมแล้วผมก็เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ว่าผมมีข้อสังเกต ๒-๓ ประการ ที่อยากจะอภิปรายเอาไว้นะครับ โดยเฉพาะในร่างมาตรา ๓ ร่างมาตรา ๓ ที่ว่าด้วยเรื่องของ การขยายระยะเวลา ซึ่งโดยหลักก็คือเดิมมาตรา ๒๑ ก็กำหนดเอาไว้อยู่แล้วว่าการกำหนด ราคาอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน แต่ถ้าเกิดว่า ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดได้ก็ให้ขยายได้อีก ๙๐ วัน แต่ว่า ในร่างฉบับนี้ได้แก้ไขให้ขยายเพิ่มขึ้นเป็นอีก ๑๘๐ วัน ในกรณีที่ไม่สามารถที่จะกำหนดราคา อสังหาริมทรัพย์เบื้องต้นได้อย่างนี้นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตเอาไว้นะครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่ากฎหมายเวนคืนถือว่าเป็นเครื่องมือที่ให้อำนาจรัฐในการบังคับกับ ประชาชนในกรณีที่มีเหตุจำเป็นในการใช้ที่ดินไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ สังคม เรื่องความมั่นคง หรืออะไรก็แล้วแต่ให้รัฐมีอำนาจที่จะไปบังคับแก่ประชาชนได้ ทีนี้เวลามี การใช้กฎหมายฉบับนี้ไปแล้วส่วนหนึ่งคือถ้าเป็นประชาชนที่ได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม กลุ่มนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่จะมีปัญหาอยู่ ๒ กลุ่ม ก็คือกลุ่มประชาชนที่เดือดร้อนไม่ได้รับ การชดเชยอย่างเป็นธรรมไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็แล้วแต่ กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมคิดว่า น่าเป็นห่วง แล้วก็จะเกี่ยวข้องกับมาตราที่ผมกำลังพูดนี้ก็คือกรณีนายทุนหรือคนวงในของ หน่วยงานที่จะเวนคืน อาศัยสถานการณ์นี้กินตามน้ำก็คือทุจริตนะครับ แต่ก็อาจจะเป็น การทุจริตที่อยู่ในกรอบหรือว่าจับผิดได้ยากอย่างนี้นะครับ แน่นอนนะครับว่าในการเวนคืน ด้านหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือว่า ถ้าเกิดว่ามันมีการทุจริตรัฐเองจะเป็นผู้เสียหายจะต้องสูญเสีย เงินในการไปชดเชยโดยที่ไม่จำเป็น ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมของ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายด้วย ซึ่งแน่นอนครับ ๒ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเรื่อง ระยะเวลาที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้นะครับ การกำหนดค่าเสียหายปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับ เรื่องของการกำหนด แล้วก็การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ประชาชนในส่วนนี้นะครับ มันมีหลายรูปแบบวิธีการ แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็แล้วแต่มักจะเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ รัฐของหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปพัวพันหรือว่าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการทุจริตหรือการ ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ไปเช็กตามข่าวหลาย ๆ กรณีก็จะพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐ มีการเรียกรับเงิน มีการไปโกหกว่าจะสามารถไปดำเนินการเพื่อขอเพิ่มได้ คือสิ่งเหล่านี้ทำให้ รัฐเสียหายต้องเสียเงินเพิ่มโดยที่ไม่จำเป็น แล้วเงินที่เสียไปก็ไม่ได้ตกถึงมือของประชาชน ที่เดือดร้อนด้วยนะครับ แต่คนวงในของหน่วยงานนั้นเองเป็นคนดำเนินการ แล้วการ ดำเนินการเหล่านี้เป็นเรื่องที่จับผิดได้ยาก หรือแม้กระทั่งอาจจะไม่ผิดกฎหมายด้วยซ้ำไป เรื่องระยะเวลาเกี่ยวพันกับเรื่องนี้โดยตรง เมื่อมีการกำหนดให้สามารถที่จะขยายระยะเวลา ยาวออกไปได้ สิ่งเหล่านี้จะยิ่งเป็นเป็นการเปิดให้เจ้าหน้าที่วงในที่รู้โอกาส รู้จังหวะ รู้ราคา สามารถที่จะทุจริตต่อไปได้ แล้วพอไปดูว่าใครเป็นผู้ที่มีอำนาจในการขยายก็คือกำหนดว่าให้ เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ในทางปฏิบัติคนที่มีอำนาจขยายก็คือรัฐมนตรี แต่ว่าคนดำเนินการ ก็คือเจ้าหน้าที่แล้วรัฐมนตรีในการจะขยายท่านจะรู้ข้อเท็จจริงได้อย่างไรละครับว่ามันมีเหตุ จำเป็นจริง ๆ หรือเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่จงใจที่จะทุจริตหาช่องทางในการทุจริตมาขอให้ ท่านเป็นคนขยายระยะเวลาให้ อย่างนี้ผมคิดว่ายิ่งเป็นการดำเนินการโดยคนวงในเป็นเรื่องที่ ค่อนข้างยากพอสมควรในการที่จะพิจารณานะครับ อันนี้ก็เป็นห่วงรัฐมนตรีผู้ที่มีอำนาจ ในส่วนนี้ด้วย อีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือว่าในการทำความตกลงก็จะมีอยู่ ๒ กรณี ถ้าเป็นกรณีที่เจ้าของที่ดินยินยอมที่จะตกลงการซื้อขายกัน อันนี้ก็ตรงกันตามราคา แต่ในกรณี ที่เจ้าของที่ดินไม่ยินยอมด้วย อันนี้รัฐก็มีอำนาจตามกฎหมายในการบังคับได้อยู่แล้วโดยที่ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำข้อตกลง ส่วนเรื่องเป็นธรรม ไม่เป็นธรรม อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ผมพูดถึงเฉพาะตัวอำนาจ รัฐมีอำนาจที่จะดำเนินการได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่า การขยายระยะเวลาที่มันยาวเกินอย่างนี้มันก็อาจจะไม่ได้สอดรับกับรูปแบบ หรือว่า กับปฏิบัติการที่มันเกิดขึ้นอยู่แล้วกับอำนาจที่มันมีอยู่แล้วผมคิดว่าบางเรื่องอาจจะไม่ค่อย สอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ผมก็เลยคิดว่าจริง ๆ การคงเวลาเดิมเอาไว้ก็คือการขยาย ให้ขยายได้ ๙๐ วัน แล้วถ้าจะเพิ่มผมก็อยากจะเสนอว่าให้เพิ่มเป็นกรณีที่มีเหตุจำเป็นก็ให้ สามารถที่จะขยายเพิ่มได้ อย่างเช่น ขยายได้เพิ่มอีกไม่เกิน ๙๐ วันอย่างนี้ แต่ว่าไม่ควรที่จะ ไปกำหนดระยะเวลาที่แบบขยายได้ระยะยาว ๆ อีกอย่างนี้ ซึ่งผมคิดว่าอาจจะไม่ได้เป็นผลดี ต่อตัวรัฐเอง แล้วประชาชนเองก็ยังเป็นที่สงสัยอยู่ว่าการขยายระยะเวลาแบบนี้จะทำให้ ประชาชนมีโอกาสที่จะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น หรือมีโอกาสที่จะถูกคนวงในที่รู้เส้นสาย วงในมาโกงอีก อันนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่สงสัย เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะขออภิปรายตั้งเป็น ข้อสังเกตเอาไว้นะครับ ขอบคุณมากครับ