จิตติพจน์ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สลากฯ ชี้ข้อดีการออม-เสนอรัฐประชาสัมพันธ์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒ เมษายน ๒๕๖๘

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แสดงความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยชี้ให้เห็นข้อดีของการออมผ่านโครงการนี้ที่ประชาชนจะได้ผลตอบแทนบวกต่างจากสลากอื่น ๆ และเสนอให้รัฐประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการออม แต่ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับรายละเอียดบางประการของกฎหมาย จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือปัญหาการบริหารจัดการกองทุน กอช. และเสนอให้รัฐบาลวางแนวทางแก้ไขเรื่องผลตอบแทน การรับรองคุณสมบัติผู้ซื้ออย่างโปร่งใส รวมถึงการวางแผนจัดจำหน่ายสลากให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตแสดง ความเห็นว่าผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากกฎหมายแนวคิดที่ออกมา เป็นแนวคิดที่ดีและจะทำให้กระบวนการออมของประเทศไทยเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพครับ สาเหตุที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องจากว่าถ้าหากเราจะได้พิจารณาจากโครงการ ก็คือเป็นการ ออกสลากใบละ ๕๐ บาท ๕ ล้านใบ แต่ละงวดก็ ๒๕๐ ล้านใบ แล้วก็ออกทุกงวด เป็นจำนวน ๕๒ ครั้งต่อปี รวมแล้วปีหนึ่งก็จะได้ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท และตามกฎหมายก็เขียนไว้ ชัดเจนว่าผลตอบแทนให้ตอบแทนไม่เกิน ๗ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่ามีการ กำหนดว่าผลตอบแทนให้กำหนดไว้ที่ ๖ เปอร์เซ็นต์ ๖ เปอร์เซ็นต์ต่องวดที่ออกนะครับ เพราะฉะนั้นก็เลยออกมาว่ารางวัลก็จะตกประมาณ ๑๕ ล้านบาทต่องวด ซึ่งก็จะมีรางวัลที่ ๑ จำนวน ๕ รางวัล รางวัลละ ๑ ล้านบาท รางวัลที่ ๒ ๑๐,๐๐๐ รางวัล รางวัลละ ๑,๐๐๐ บาท รางวัล ๑,๐๐๐ บาท ก็จะน้อยกว่ารางวัลที่ ๑ ของสลากกินแบ่งเล็กน้อย แต่ก็ถือว่า เป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจครับ ที่ผมกล่าวว่าโครงการนี้น่าสนใจก็เพราะว่าโดยบุคลิก ของคนไทยมีลักษณะที่ชอบในเรื่องของการพนัน ชอบในเรื่องของการเสี่ยงโชค แต่ว่า กระบวนการพนันต่าง ๆ ที่คนไทยเข้าถึงในขณะนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการพนันคนที่ไปเสี่ยง เสียเปรียบแล้วขาดทุนทั้งสิ้นครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้ามีการลงทุนไป ๑๐๐ ล้านฉบับ ฉบับละ ๘๐ บาท ก็ตกประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่เวลาที่มีการจ่ายรางวัลจ่ายแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองนะครับ ประมาณ ๔,๘๐๐ ล้านบาท ทุก ๆ ครั้งที่คนไทยเอาเงินไปซื้อสลากกินแบ่งก็จะขาดทุนทุก ๆ ครั้ง ๑๐๐ บาท ก็ขาดทุน ๔๐ บาทนะครับ แต่สลากหรือหวย กอช. นี้ลงไปแล้วต้นไม่หายแต่มีผลตอบแทนเพิ่ม คือจาก ๑๐๐ ก็กลายเป็น ๑๐๖ หรือ ๑๐๗ ซึ่งเป็นสลากอันเดียวหรือเป็นการเสี่ยงโชค อันเดียวที่ให้ผลกำไรในทางบวก และถ้าหากว่าจะลองเทียบกับการพนันอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น Slot Machine ก็จะมี Return ส่วนที่เขาเรียกว่า RTP หรือ Return to Payer ถ้าเป็นประเทศที่มีกฎหมายที่ดูแลในเรื่องนี้โดยมากก็จะกำหนดไว้ว่า ถ้ามีการใส่เงินเข้าไป ๑๐๐ บาทก็จะคืนประมาณ ๘๕ บาท ก็ยังติดลบอยู่ดี แต่สลาก กอช. เป็นการเสี่ยงโชคที่ประชาชนนำเงินไปลง ๑๐๐ บาทได้คืนมา ๑๐๖ บาท ซึ่งถือว่าเป็น การตอบแทนที่ดีกว่าการเสี่ยงโชคทางอื่น ถ้าหากว่าประชาชนจะได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ และภาครัฐจะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบกันเป็นการทั่วไปว่าการลงทุนกับ สลากของ กอช. นั้นเป็นการลงทุนเดียวที่ให้ผลตอบแทนจากการเสี่ยงโชคสูงกว่าทางเลือกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ดี หรือจะเป็นเรื่องของการไปเล่นการพนันตามที่ต่าง ๆ ก็ดี ผมเชื่อว่าถ้าประชาชนศึกษาดี ๆ ภาครัฐประชาสัมพันธ์ดี ๆ ประชาชนก็คงจะนำเงินมาใช้ ในเรื่องของสลาก กอช. มากขึ้น และผลของการที่มีการออมก็จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจ แล้วก็เป็นการแก้ไขปัญหาในเรื่องของสังคมในอนาคต เพราะว่าสังคมของเรา เป็นสังคมสูงวัย เด็กรุ่นใหม่ ๆ มีจำนวนน้อยลงเทียบกับคนที่มีอายุมาก ดังนั้นผู้ที่สูงอายุ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพยายามที่จะพึ่งตัวเองให้ได้ อยู่ด้วยตนเองให้ได้ การมีสลาก กอช. ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีมากของรัฐบาล ถ้าหากว่าได้มีการดำเนินการดี ๆ แล้ว อาจจะเพิ่ม ยอดเงินแทนที่จะออกสลากแล้วได้เงินประมาณ ๒๕๐ ล้านบาทต่องวด ถ้าประชาชนเห็นด้วย และอยากทำนะครับ และเพิ่มยอดขึ้นเรื่อย ๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะว่าทางเลือกนี้ เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการไปซื้อสลากกินแบ่ง เพราะแต่ละปีประชาชนเสียเงินกับสลาก กินแบ่งรัฐบาลประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยที่ได้ผลตอบแทนกลับมาเพียง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขาดทุน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาททุกปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่าและไม่เป็นประโยชน์กับ ประชาชนก็อยากสนับสนุนให้มีการออกสลาก กอช. อย่างจริงจัง แต่อย่างไรก็ดีครับ ผมก็ยัง มีความกังวลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ ๒ ๓ ประการครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือในเรื่องของยอดเงินแต่ละปี กอช. ขายสลาก ถ้าเข้าเป้า ก็จะได้ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่กองทุน กอช. เองปัจจุบันมีแค่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษครับท่านประธาน ดังนั้นแต่ละปีที่ผ่านไปขนาดกองทุนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผม ไม่แน่ใจว่าคณะกรรมการ กอช. จะมีวิธีการหรือมีบุคลากรที่จะบริหารเงินกองทุน แค่ปีแรก ก็เพิ่มขึ้น ๑ เท่าตัวแล้วก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ความสามารถของ กอช. ที่จะบริหารสินทรัพย์ตัวนี้ ให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและทำให้ประชาชนเกิดความสบายใจว่าเงินที่ลงทุนไม่สูญหาย เงินที่ ลงทุนให้ผลตอบแทนที่ดี อยากให้เกิดความสบายใจ อยากให้ทางรัฐบาลได้วางแนวทางแก้ไข ปัญหาในส่วนนี้ และอีกส่วนหนึ่งที่ผมกังวลก็คือเรื่องของการรับรองหรือว่าการ Approve คุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิจะซื้อ เพราะบอกว่าให้คณะกรรมการเป็นคน Approve ใช่ไหมครับ ก็ไม่แน่ใจว่าวิธีการ Approve เป็นธรรมหรือไม่ และใช้เวลาหรือใช้ค่าใช้จ่ายในการ ดำเนินการที่สูงเกินไปหรือไม่ อย่างไร และอีกส่วนหนึ่งครับท่านประธาน เวลาการจัด จำหน่ายฉลากประมาณ ๕๐ ล้านฉบับทุก ๆ อาทิตย์ ถ้าหากว่าไม่ได้มีการจัดวิธีการบริหาร จัดการดี ๆ ต้นทุนในการจำหน่ายสลากจะเป็นต้นทุนที่สูงซึ่งอาจจะไม่คุ้มค่า เพราะฉะนั้น การวางแผนในเรื่องของต้นทุนวิธีการจัดจำหน่ายรัฐบาลจึงต้องวางแผนให้ดี ให้การ จัดจำหน่ายเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพใช้ต้นทุนน้อย ทั่วถึงและไม่เกิดปัญหาที่ว่ามีเฉพาะ บางกลุ่มเท่านั้นที่ได้สลากไปในขณะที่ประชาชนส่วนมากไม่ได้สลาก ก็เป็นสิ่งที่ผมมีความ กังวลครับ ก็มีอีกหลายเรื่องแต่เนื่องจากเวลาจำกัดก็ขออนุญาตสรุปเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน