ธัญธร ธนินวัฒนาธร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติฉบับปรับปรุง โดยเสนอเพิ่มสลาก กอช. เพื่อจูงใจให้ประชาชนออมเงินมากขึ้น พร้อมชี้ให้เห็นความจำเป็นในการปรับเพดานเงินสมทบและเงินสะสม เนื่องจากสังคมไทยเข้าสู่ภาวะสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีรายได้เพียงพอหลังเกษียณ
เรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ธัญธร ธนินวัฒนาธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางแค ภาษีเจริญ จากพรรคประชาชนครับ ขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติกองทุน การออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีเนื้อหาหลักก็คือการเพิ่มสลาก กอช. หรือที่เรียก ติดปากกันว่า หวยเกษียณ เพื่อเพิ่มบทนิยามคำว่า สลาก กอช. ผู้ออมทรัพย์ และเงินออม ทรัพย์ โดยกองทุนการออมแห่งชาติที่มีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมการออมขั้นพื้นฐาน ของประเทศไทยเรา และเพื่อสนับสนุนให้กองทุนการออมแห่งชาตินั้นมีเม็ดเงินมาหมุนเวียน เพื่อจ่ายเป็นเงินเกษียณให้กับผู้สูงวัยมากยิ่งขึ้น และนำเงินที่ได้รับในการทำประโยชน์นี้มาคืน ในยามชรา ในสไลด์ที่ ๒ นี้ท่านก็จะเห็นว่าก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นที่เราจะมีผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้ เพิ่มขึ้นมา ผมก็ขอตั้งคำถามก่อนว่าผลิตภัณฑ์เดิมของ กอช. นั้นจูงใจส่งเสริมการออมเพียงพอ แล้วหรือยัง ต้องบอกว่าผมเห็นด้วยกับหลักการของสลาก กอช. นี้นะครับ แต่จาก ประสบการณ์ตรงที่ผมก็ได้รับการเชิญชวนจาก กอช. นี่เองให้ร่วมส่งเงินสะสมมาเกือบ ๑๐ ปี ตั้งแต่เริ่มตั้งกองทุนขึ้นมา จากเดิมที่ออมได้สูงสุดทางด้านซ้าย ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี โดยรัฐจะ สมทบเป็นขั้นบันไดไม่เกิน ๖๐๐ บาท ๙๐๐ บาท แล้วก็ ๑,๒๐๐ บาทต่อปีตามช่วงอายุนั้น ท่านก็ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นสูงสุด ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี โดยรัฐสมทบไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาทต่อปี ด้วยตัวเลขเงินสมทบนี้ก็ยังเห็นอยู่ว่ายังน้อยไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อที่ เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและไม่เพียงพอที่จะใช้ดำรงชีพหลังเกษียณได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งผมคิดว่าควรปรับเพดานเพิ่มขึ้นอีกนะครับ ทั้งในฝั่งของเงินสะสมและเงินสมทบเพื่อจูงใจ ประชาชนมาออมให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของกองทุน ในสไลด์ถัดไปนะครับ ปัจจุบันประเทศ ไทยเราก็เข้าสู่สังคมสูงอายุ มีประชากรอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป คิดเป็น ๑ ใน ๕ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรทั้งหมด ประมาณ ๑๓ ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๘ ล้านคนในปี ๒๕๗๓ เข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ตามคำจำกัดความ ขององค์การสหประชาชาติ และกว่าร้อยละ ๔๐ ของผู้สูงอายุมีรายได้และทรัพย์สิน ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ หลายคนก็ยังมีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบอยู่ การส่งเสริมให้ ประชาชนเข้าถึงการออมเพื่อชราภาพและเพื่อการเกษียณอย่างพอเพียงนี้ก็จะช่วยบริหาร พื้นที่งบประมาณทางการคลังในการดูแลประชาชนในวัยเกษียณได้ครับ ที่ผ่านมาสไลด์ถัดไป ก็จะมีการศึกษาเกี่ยวกับ Lotto-Linked Saving หรือ LLS มาอย่างต่อเนื่อง และพบผลลัพธ์ ที่ไปในทางเดียวกันว่าสามารถกระตุ้นการออมเงินของประชาชนได้เพิ่มขึ้นมาก สำหรับ ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติฉบับนี้จะอาศัยการออกรางวัลทุกสัปดาห์ในวันศุกร์ เป็นอีกแรงจูงใจให้กับประชาชนทุกคนที่มีสัญชาติไทยและอายุไม่ต่ำกว่า ๑๕ ปีบริบูรณ์ สามารถซื้อสลากได้โดยมีรางวัลที่ ๑ รางวัลละ ๑ ล้านบาท จำนวน ๕ รางวัล และรางวัลที่ ๒ รางวัลละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๐,๐๐๐ รางวัล จุดเด่นที่สำคัญคือแม้ว่าท่านจะไม่ถูกรางวัล ก็ยังได้รับเงินก้อนนี้คืนเมื่อชราภาพเมื่ออายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงยังมีดอกผลในการ ลงทุนมาร่วมด้วย ซึ่งในร่างฉบับนี้ก็ได้เปิดกว้างมากกว่าร่างแรกนะครับ โดยที่เปิดกว้างให้กับคน ทุกกลุ่ม ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นสมาชิกของ กอช. ก่อนถึงจะมาซื้อสลากตรงนี้ได้ และจาก ผลการฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ในสไลด์ถัดไปครับ ประเด็นเห็นด้วย หรือไม่ที่กองทุนการออมแห่งชาติออกสลากออมทรัพย์เพื่อการเกษียณ จำนวน ๑๐๕ คน พบว่ามีการตอบว่าเห็นด้วยถึง ๑๐๔ คนที่จะได้เข้าไปตอบในระบบ มีตัวอย่างความคิดเห็น บางส่วนดังนี้ ความคิดเห็นแรก ควรเปิดโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ มีสิทธิ ในการซื้อสลากเพื่อความเสมอภาคและเท่าเทียม ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ ข้อ ๒ เห็นด้วยกับร่าง เนื่องจากส่งเสริมการออมในระยะยาว เปิดโอกาสให้เยาวชน อายุ ๑๕ ปีบริบูรณ์เข้าถึง การออม ข้อ ๓ อาจมีการพิจารณาวงเงินซื้อตามกรอบอายุ ความเห็นนี้ก็อาจจะมาจาก ความกังวลว่าเยาวชนอาจจะใช้เงินมาซื้อเป็นจำนวนมากเกินไป ความเห็นต่อไปก็เห็นด้วยกับ การกำหนดให้ผู้ซื้อสลาก กอช. ที่ทุพลภาพหรือมีความจำเป็นทางร่างกายจากความทุพลภาพ ได้ถอนเงินก่อนกำหนดออกมาใช้จ่าย พ.ร.บ. นี้ก็มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน คนไทยเรา ซึ่งอาจขยายความได้ว่าเรามีอัตราการออมที่ค่อนข้างน้อย และชื่นชอบการ เสี่ยงโชคอยู่แต่เดิม และข้อสุดท้าย ควรได้รับสิทธิทางประโยชน์ภาษีเพิ่มขึ้น อันนี้อาจจะ พิจารณาเพิ่มเติมทางด้านประกันชีวิตหรืออุบัติเหตุเพิ่มเติมจากส่วนลดหย่อนเดิมของ กอช. ที่ลดหย่อนได้อยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ บาทอยู่แล้วครับ การได้ส่วนนี้เพิ่มเข้าไปก็จะยิ่งดึงดูดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน การส่งเงินสะสมกับ กอช. ปกติในรูปแบบเดิมก็สามารถนำไป ลงทุนได้หลายรูปแบบในลักษณะที่เป็นการควบคุมจัดการความเสี่ยงนะครับ แต่ผลตอบแทน ที่ผ่านมาก็ยังอยู่ในระดับที่น้อยกว่าที่คาดหวัง หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านสภาไปก็จะทำให้ กอช. นั้นมีเม็ดเงินจำนวนมากจากการจำหน่ายสลาก ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นนี้สามารถนำไปบริหารจัดการผ่านการลงทุน เพื่อคาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นได้ และทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อส่งเสริมการออมในระยะยาว และขอฝาก กอช. ในการบริหารจัดการผลตอบแทนให้มีความคุ้มค่าอย่างยั่งยืน ขอบคุณครับท่านประธาน