กมลสิษฐ์ ชี้แจงผลการดำเนินงาน ปปง. ๒๕๖๖ ยันแผนปรับปรุงกฎหมายปี ๒๕๗๐

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ มีนาคม ๒๕๖๘

กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย เข้าชี้แจงผลการดำเนินงานสำนักงาน ปปง. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ แทนนายเทพสุ บวรโชติดารา โดยรายงานสถิติการยึดอายัดทรัพย์สิน การบริหารจัดการ และรายได้จากการขายทอดตลาด พร้อมนำเสนอรายงานการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย

นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการฟอกเงิน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน เนื่องด้วยนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินติดภารกิจเร่งด่วนจึงไม่สามารถเข้าชี้แจงผลการ ปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ในครั้งนี้ และได้มอบหมายให้ กระผม นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน พร้อมคณะผู้บริหารเข้าชี้แจงและรับข้อสังเกตของท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นไปตาม มาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่บัญญัติ ให้สำนักงาน ปปง. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และให้ คณะรัฐมนตรีเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมข้อสังเกตต่อสภาผู้แทนราษฎรและ วุฒิสภา โดยรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีอย่างน้อยมีสาระสำคัญดังนี้ ๑. รายงาน ผลการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินและการดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ๒. ปัญหา และอุปสรรคจากการปฏิบัติงาน ๓. รายงานข้อเท็จจริงหรือข้อสังเกตจากการปฏิบัติตาม อำนาจหน้าที่พร้อมทั้งความเห็นและข้อเสนอแนะ สำนักงาน ปปง. ได้เสนอเล่มรายงาน ผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ให้ทราบแล้ว จึงขอรายงานผลการ ดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงาน ปปง. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ พอสังเขปดังนี้

๑. การดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน แบ่งออกเป็น ๑.๑ การยึดอายัด ทรัพย์สิน สำนักงาน ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินจำนวน ๒๓๑ คำสั่ง ๑๗๖ รายคดี มูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๙,๓๐๐ กว่าล้านบาท และดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย จำนวน ๖๗ เรื่อง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๑,๐๒๕ ล้านบาท ๑.๒ การบริหารจัดการ ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัด เก็บรักษาทรัพย์สินจากการยึดอายัดไว้มูลค่าประมาณ ๔๑,๑๗๔.๗๓ ล้านบาท ขายทอดตลาดทรัพย์สินจำนวน ๒๙ ครั้ง มูลค่าที่ขายได้ประมาณ ๓๐๗ ล้านบาท มีรายได้จากการนำทรัพย์สินออกบริหารประมาณ ๖ ล้านบาท นำทรัพย์สิน ส่งคืนเจ้าของประมาณ ๔๔๘ ล้านบาท และนำทรัพย์สินที่ศาลสั่งตกเป็นของแผ่นดินส่งเป็น รายได้แผ่นดินประมาณ ๘,๗๐๐ ล้านบาท

๒. การดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยการประกาศรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนดตามมาตรา ๖ การสนับสนุนทางการเงินแก่การ ก่อการร้ายหรือ UN Sanction List จำนวน ๗ คำสั่ง ตามมาตรา ๗ การสนับสนุนทาง การเงินแก่การก่อการร้ายหรือ Thailand List จำนวน ๓๗ ราย และตามมาตรา ๑๕ จำนวน ๒ คำสั่ง การดำเนินคดีอาญาฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายกับผู้กระทำ ความผิดตามมาตรา ๒๕ จำนวน ๖ รายคดี

๓. การประสานงานความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและ ต่างประเทศ ๓.๑ ภายในประเทศ สำนักงาน ปปง. ได้ให้ความสำคัญในการประสานงาน ความร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และกลุ่มผู้มีหน้าที่ รายงาน เช่น มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส กำหนดหมายเลข โทรศัพท์สายด่วน ปปง. ๑๗๑๐ และการประสานความร่วมมือกับภาคประชาชน โดยมี โครงการสายลับ ปปง. ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจำนวนกว่า ๗๕,๐๐๐ ราย การจัดสัมมนาให้แก่ บุคคลภายนอกเพื่อเผยแพร่ความรู้กฎหมาย การจัดทำบันทึกความเข้าใจ MOU บันทึก ข้อตกลง MOA รวมจำนวน ๔๘ ฉบับ ๓.๒ การประสานงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ต่างประเทศ สำนักงาน ปปง. ได้ส่งเสริมประสานความร่วมมือทั้งระดับภูมิภาคและนานาชาติ มีการจัดทำ MOU จำนวน ๕๗ ฉบับใน ๕๔ ประเทศ พร้อมทั้งเข้ารวมกลุ่มองค์กรระหว่าง ประเทศ เช่น กลุ่มความร่วมมือของหน่วยข่าวกรองทางการเงินสากล Egmont Group หรือกลุ่มต่อต้านการฟอกเงิน Asia/Pacific APG สำนักงาน ปปง. ได้ร่วมปฏิบัติการนอกพื้นที่ ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและวิเคราะห์ข้อมูลพยานหลักฐานดิจิทัลประเภท Network Forensics ที่ได้รับจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสถานที่ให้บริการในการ เชื่อมต่อเข้าข่ายอินเทอร์เน็ตในคดีที่สำคัญ เช่นในความผิดเกี่ยวกับเรื่องหุ้น

๕. ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ มีการยกร่างและปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย อาทิ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอนุภาพ ทำลายล้างสูง ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง ร่างกฎกระทรวงการคืน หรือการชดใช้คืนซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน และกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วมีผลบังคับ ใช้แล้ว อาทิ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๕ ก็คือฉบับคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน การประกาศสำนักงาน ปปง. เรื่องการ กำหนดระยะเวลาดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมของสำนักงาน ปปง. ลงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๖

ข้อ ๖ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน

๖.๑ เพื่อให้การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ตามมาตรฐานสากล AML/CFT เป็นไปตามข้อแนะนำและรองรับการเข้ารับการประเมิน ตามมาตรฐานสากลในปี ๒๕๗๐ จึงมีความจำเป็นจะต้องตราและปรับปรุงกฎหมายร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่างกฎหมาย เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน กรมสรรพากร กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเร่งผลักดันการตรา และปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย รวมทั้งสนับสนุนให้ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ก่อนปี ๒๕๗๐

๖.๒ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานและการติดตามทรัพย์สิน ระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและทันต่อ สถานการณ์ ควรมีการจัดตั้งผู้ประสานงานหลัก และกำหนดผู้ประสานงานกลางของแต่ละ หน่วยงาน รวมทั้งจัดทำ MOU ตลอดจนควรพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้การ เชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเป็นปัจจุบัน

๖.๓ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรจัด บุคลากรให้เพียงพอต่อภาระงานและสนับสนุนสำนักงาน ปปง. ให้มีหน่วยงานส่วนภูมิภาค เพื่อส่งเสริมให้เกิดการทำงานในเชิงรุก ลดระยะเวลาในการเดินทางไปปฏิบัติงานของ พนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งประหยัดงบประมาณในการปฏิบัติงาน อีกทั้งควรจัดให้มี งบประมาณสำหรับโครงการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินโดยเฉพาะ เพื่อให้การ บริหารจัดการคดีมีประสิทธิภาพในทุกมูลฐาน และมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน มากยิ่งขึ้น

๖.๔ เพื่อให้การเก็บรักษาและการบริหารจัดการทรัพย์สินมีประสิทธิภาพ ทรัพย์สินอยู่ในสภาพที่ไม่เกิดความเสียหาย ควรปรับปรุงกฎหมายให้ยืดหยุ่นต่อการบริหาร จัดการทรัพย์สินได้ตามสถานการณ์ ควรมีหน่วยงานกลางในการเก็บรักษาจัดการทรัพย์สิน ที่ถูกยึดอายัดจากหน่วยราชการทั้งประเทศเพื่อจะได้เป็นมาตรฐาน การเก็บรักษาจัดการ ทรัพย์สินและบูรณาการข้อมูลทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในภาพรวมของประเทศ

๖.๕ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การ ก่อการร้ายมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ภาครัฐต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน ให้มีภูมิคุ้มกันทางความคิด รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ โดยเฉพาะ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์มิให้ถูกชักจูงเข้าสู่แนวคิดของกระบวนการผู้ก่อความไม่สงบ ในพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการมาตรการทางกฎหมายกับผู้ให้การสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ อย่างต่อเนื่องเข้มข้นในทุกมิติ

จึงกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรทุกท่านเพื่อโปรดทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ หากท่านมีข้อสังเกตหรือข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์สำนักงาน ปปง. จะได้นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณาดำเนินการ เพื่อให้การ ปฏิบัติงานของสำนักงาน ปปง. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดตาม เจตนารมณ์ต่อไป ขอบคุณครับ