จำนงค์ ถาวรวิสิทธิ์ นำทีมชี้แจงผลการดำเนินงานศาลปกครองประจำปี ๒๕๖๖ โดยเน้นการขับเคลื่อนตามแผนแม่บท ๒๐ ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย ผ่าน ๕ ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพคดี การเสริมสร้างธรรมาภิบาล การพัฒนาศาลอัจฉริยะ การบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ และการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมรายงานสถิติการพิจารณาพิพากษาคดีและการบริหารจัดการตุลาการตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน โดยเสนอแผนงานสำคัญ เช่น การจัดทำคู่มือ e-Book ส่งหน่วยงาน 9,000 แห่ง การจัดอบรมทั้งออนไลน์และหน้างาน และการพัฒนาระบบสื่อสารประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านสื่อมวลชนและช่องทางออนไลน์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวก รวมถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบศาลปกครองอัจฉริยะ Smart Admincourt และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ผลจากการประเมินรัฐบาลดิจิทัลในปี ๒๕๖๖-๒
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจำนงค์ ถาวรวิสิทธิ์ รองเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง รักษาการในตำแหน่ง เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานศาลปกครอง ขอชี้แจงข้อมูล สำคัญเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ประกอบรายงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ดังนี้
ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ แผนแม่บทของศาลปกครองระยะ ๒๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑-๒๕๘๐ โดยมีวิสัยทัศน์ว่า อำนวยความยุติธรรมทางปกครองด้วยความเป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย เพื่อเสริมสร้าง ธรรมาภิบาลในสังคม และเป็นศาลแห่งความเป็นเลิศ หรือตามคติพจน์ เป็นธรรม รวดเร็ว ทันสมัย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ เป็นการดำเนินการตามแผนแม่บท ศาลปกครอง ๒๐ ปี ระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ และแผนปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลปกครอง พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยมีเป้าหมายเป็นศาลปกครองในระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Admincourt และมีมาตรฐานการบริหารจัดการคดีที่เป็นสากล ประกอบด้วย การขับเคลื่อนและผลักดัน ๕ ด้าน ได้แก่ ด้านที่ ๑ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ คดีปกครอง ด้านที่ ๒ การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสังคม ด้านที่ ๓ การพัฒนาศาลปกครอง อัจฉริยะหรือ Smart Admincourt ด้านที่ ๔ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กร สู่ความเป็นเลิศ และด้านที่ ๕ การยกระดับความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม
สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญในแต่ละด้านได้ดังนี้ ด้านที่ ๑ การเพิ่ม ประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีปกครอง ในส่วนของการพิจารณาพิพากษาคดีของ ศาลปกครอง มีผลการพิจารณาปรากฏอยู่ในรายงานหน้า ๔๒ ถึงหน้า ๔๓ ตั้งแต่เปิดทำการ ศาลปกครอง เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๖ มีคดีเข้าสู่ การพิจารณาของศาลปกครอง จำนวน ๒๐๖,๕๐๖ คดี พิจารณาคดีแล้วเสร็จ จำนวน ๑๘๐,๐๘๘ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๒๑ ของคดีที่รับเข้า โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ มีจำนวนตุลาการศาลปกครอง รวมทั้งสิ้น ๒๙๒ คน เป็นตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ๔๙ คน ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ๒๔๓ คน รับผิดชอบคดีทั้งหมด ๓๙,๑๘๑ คดี จำแนกเป็นคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการยกมาจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๒๗,๐๙๘ คดี และเป็นคดีที่รับเข้าในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑๒,๐๘๓ คดี แบ่งเป็นคดี ที่อยู่ในความรับผิดชอบของศาลปกครองสูงสุด ๑๕,๔๔๖ คดี เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของศาลปกครองชั้นต้น จำนวน ๒๓,๗๓๕ คดี มีผลการพิจารณาคดีแล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ จำนวน ๑๒,๗๖๓ คดี แบ่งเป็นคดีที่ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเสร็จ ๔,๘๐๔ คดี ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณาคดีแล้วเสร็จจำนวน ๗,๙๕๙ คดี คิดเป็นร้อยละ ๙๓.๑๖ ของ ค่าเป้าหมายตามตัวชี้วัดจำนวนคดีที่ศาลปกครองพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จตามจำนวน ที่กำหนดไว้ ๑๓,๗๐๐ คดี หรือคิดเป็นร้อยละ ๓๒.๕๗ ของคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ ทั้งหมดคือจำนวน ๓๙,๑๘๑ คดี พร้อมนี้ขอรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ มีคดีอยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๓๙,๕๕๓ คดี กำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัด จำนวนคดีที่ศาลปกครองจะต้องพิจารณาแล้วเสร็จ ๑๓,๗๐๐ คดี ปรากฏว่าสามารถ พิจารณาคดีแล้วเสร็จ ๑๒,๘๗๗ คดี คิดเป็นร้อยละ ๙๔ ของค่าเป้าหมายตามตัวชี้วัด ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดทำการศาลปกครองจนถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ มีคดีรับเข้า ๒๒๕,๓๗๘ คดี โดยสามารถพิจารณาแล้วเสร็จ ๑๙๘,๒๔๑ คดี คิดเป็นร้อยละ ๘๗.๙๖ นอกจากนั้นศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองยังดำเนินการยกระดับการอำนวย ความยุติธรรมทางปกครองในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดี เช่น การปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ลดขั้นตอนในชั้นการนั่งพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุดในคดี ที่เห็นสมควรกำหนดให้ดำเนินการในกระบวนการพิจารณาคดีโดยเร่งด่วน นำกระบวนการ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในคดีปกครองมาใช้เป็นทางเลือกในการยุติข้อพิพาท และพัฒนา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการดำเนินกระบวนพิจารณาคดี การพิพากษาคดีของ ศาลปกครอง ตลอดจนการบังคับคดีปกครองให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นต้น
ต่อไปด้านที่ ๒ การเสริมสร้างธรรมาภิบาลในสังคม ได้ดำเนินการสร้าง บรรทัดฐานแนวทางปฏิบัติราชการที่ดีให้กับหน่วยงานปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อลด และป้องกันเหตุแห่งการฟ้องคดี อีกทั้งยังส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานทางปกครอง และประชาชนเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่และการอำนวยความยุติธรรมทางปกครอง มีการ ดำเนินการที่สำคัญ เช่น การจัดทำสรุปแนวทางปฏิบัติราชการที่ดี การเผยแพร่คำพิพากษา คำสั่งไปยังส่วนราชการทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการจัดทำ e-Book ส่งตรงไปยังหน่วยงาน รวมจำนวนถึง ๙,๐๐๐ แห่ง
ต่อไปเป็นการจัดสัมมนาอบรมแก่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทั้งในส่วนกลางและ ภูมิภาค ผ่านระบบออนไลน์และ Onsite รวมทั้งการพัฒนาระบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ เชิงรุก โดยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของศาลปกครองทางสื่อมวลชน เสริมสร้าง เครือข่ายความร่วมมือด้านประชาสัมพันธ์ รวมทั้งผลิตสื่อและพัฒนาช่องทางการ ประชาสัมพันธ์ผ่านทางระบบสื่อสารออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ด้านที่ ๓ การพัฒนาศาลปกครองอัจฉริยะหรือ Smart Admincourt ศาลปกครองดำเนินการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการพิจารณาพิพากษาคดี ปกครอง และปรับปรุงการให้บริการประชาชนเพื่อให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งระบบการบริการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อบริการประชาชนหรือ e-Service ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการพิจารณาพิพากษาคดีปกครองและการบังคับคดีปกครอง หรือ e-Court รวมทั้ง ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการปฏิบัติราชการของสำนักงานศาลปกครองหรือ e-Office โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ได้พัฒนาระบบกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานคดีปกครอง ทั้งในศาลปกครองชั้นต้นและในศาลปกครองสูงสุดสำหรับให้บริการแก่คู่กรณี ผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ในการติดตามความคืบหน้าในการพิจารณาคดีของศาลปกครอง พัฒนาห้อง ไต่สวนคดี ห้องพิจารณาคดี ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ครอบคลุมทั่วทุกศาลในภูมิภาค รวมศาล ทั้งหมดแล้วเรามีระบบศาลปกครองอิเล็กทรอนิกส์ในห้องไต่สวนและห้องพิจารณาคดี อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งสิ้น ๑๖ หน่วย ครบทุกสำนักงานศาลครบทุกศาล ทั้งนี้สำนักงาน ศาลปกครองได้ร่วมการประเมินความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งจัดโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ สพร. และได้รับรางวัลจำนวน ๓ รางวัล ได้แก่ รัฐบาล ดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก เป็นอันดับที่ ๖ สูงขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งเราอยู่ในลำดับที่ ๑๑๓ นับว่าเป็นก้าวกระโดดอย่างน่าพอใจ ต่อมารางวัลที่ ๒ รางวัลหน่วยงานควบคุมคุณภาพด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ รางวัลที่ ๓ เป็นหน่วยงานที่พัฒนาดีเด่นระดับกรมที่ให้บริการเป็นหลัก และด้วยความมุ่งมั่น พัฒนาการให้บริการประชาชนหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างต่อเนื่อง ทำให้ศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัลอีกครั้งในปีงบประมาณ ๒๕๖๗
ต่อไปด้านที่ ๔ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรสู่ความเป็นเลิศ สำนักงานศาลปกครองได้พัฒนาตุลาการศาลปกครองและข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง ด้วยการจัดฝึกอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ รวมถึงพัฒนาระบบงานต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการ พัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังกำหนดให้บุคลากรทุกคนจัดทำ แผนการพัฒนารายบุคคล หรือ IDP จากเดิมที่กำหนดไว้ ๔๕ ชั่วโมงต่อปี พัฒนาก้าวขึ้นเป็น ๖๐ ชั่วโมงต่อปี และมีการเน้นย้ำให้ดำเนินการพัฒนาทางด้านการทำงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของสำนักงานศาลปกครอง หรือ ITA ซึ่งสำนักงานศาลปกครองได้รับรางวัล ITA Award ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ และปี พ.ศ. ๒๕๖๗ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้รับ รางวัลประเมิน ITA เท่ากับ ๙๗.๗๔ คะแนน และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ได้รับคะแนน ประเมิน ITA เท่ากับ ๙๗.๖๒ คะแนน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีคะแนนสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ประเภทหน่วยงานองค์กรศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ และหน่วยงานสังกัดรัฐสภา
ประการสุดท้ายครับ ด้านที่ ๕ การยกระดับความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยมีกิจกรรมเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ เช่น การดำเนินการในทางด้านความร่วมมือทางกิจกรรมทางวิชาการกับศาลยุติธรรมสิงคโปร์ ศาลประชาชนระดับสูงนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ศาลประชาชนสูงสุดแห่ง ส.ป.ป. ลาว รัฐบาลฝรั่งเศส และมูลนิธิ Konrad Adenauer ประจำประเทศไทย รวมทั้ง การเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมาธิการถาวรของสมาคมกฎหมาย อาเซียน ครั้งที่ ๔๓ และการประชุมคณะกรรมาธิการ Global Rule of Law Commission of The EPLO เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับหลักนิติธรรม ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล
ในโอกาสนี้ในนามของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครองกระผม ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครองด้วยดีเสมอมา และพร้อมรับคำแนะนำ คำชี้แนะ รวมทั้งข้อสังเกต จากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณารายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน ของศาลและสำนักงานศาลปกครองต่อไป ขอขอบพระคุณครับ