ศุภปกรณ์ ระบุปัญหาธนาคารหมู่บ้านนครไทยเสียหาย 500 ล้าน จี้ตรวจสอบทุจริต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๘

ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ระบุปัญหาธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริในอำเภอนครไทย ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตั้งแต่ดำเนินการอย่างธนาคารโดยรับฝากและปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูง สร้างความเสียหายกว่า ๕๐๐ ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบกรณีทุจริตและการข่มขู่ประชาชน รวมถึงสอบถามเรื่องความชัดเจนในการกำกับดูแลสมาคมฯ ที่ตั้งชื่อคล้ายธนาคารแต่ไม่มีพันธกิจจริง และข้อกังวลเรื่องการถ่ายโอนภารกิจจากสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท

นายศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ พิษณุโลก

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอชาติตระการ แล้วก็อำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก พรรคประชาชน วันนี้ขอขอบพระคุณ ท่านผู้แทนของท่านรัฐมนตรีที่สละเวลามาตอบกระทู้ถามนะครับ ผมเองก็มีคำถามที่อยากจะ ถามเกี่ยวกับการดำเนินการของธนาคารหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ ซึ่งธนาคารนี้สร้าง ความเสียหายให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอนครไทยมากกว่า ๘,๐๐๐ คน ซึ่งธนาคาร ตามแนวพระราชดำรินี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐ ซึ่งก็ดำเนินกิจการมาโดยอ้างว่ามีการ ดำเนินการร่วมกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ซึ่งสำนักงานนี้ก็ได้มีการยุบไปแล้ว ซึ่งตอนที่ ธนาคารนี้ดำเนินการก็ดำเนินการภายใต้สมาคมนักพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทยนะครับ ซึ่งดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี ๒๕๖๓ คณะกรรมการก็เริ่มฟ้องกันเอง เริ่มมีการ ยักยอกเงิน เริ่มมีการเรียกว่าทุจริตเกิดขึ้นกรรมการก็เริ่มฟ้องกันเองความเชื่อมั่นของ ชาวบ้านก็เริ่มลดลง ชาวบ้านหลายท่านก็เลยไปถอนเงินจากธนาคารปรากฏว่าธนาคารไม่มี เงินให้เบิกครับ ถอนเงินไม่ได้ปี ๒๕๖๔ ชาวบ้านก็เริ่มร้องไปตามช่องทางต่าง ๆ ทั้งร้องมา ทางศูนย์ดำรงธรรม ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ มีร้องมายังสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยนะครับ ซึ่งแนวทางที่ธนาคารใช้แก้ปัญหากับชาวบ้านก็คือตั้งตัวแทนของธนาคารไปข่มขู่ชาวบ้านว่า ถ้ามีการฟ้องร้องจะเบิกเงินไม่ได้ ถ้าไปแจ้งความจะไม่ได้เงินคืน ยอดความเสียหายครั้งแรก เลยที่มีการประเมินกันเนื่องจากมีสมาชิกในธนาคาร ๑๐ สาขาอยู่มากกว่า ๘,๐๐๐ บัญชี ความเสียหายแน่นอนครับไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท แต่ด้วยระยะเวลาที่ดึงยาวมาบวกกับ การข่มขู่ของตัวแทนธนาคารในพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านหลายท่านเกิดความเกรงกลัวและความ ไม่มั่นใจหลายคนก็ถอดใจไม่ได้มาแจ้งความไม่ได้ไปร้องทุกข์ ส่วนหนึ่งก็คือเกิดความ หวาดกลัวจากการข่มขู่ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของ ประเทศเรา ธนาคารตั้งมากถึง ๑๐ สาขาในพื้นที่อำเภอนครไทย จริง ๆ ตั้งอยู่ไม่กี่ตำบลครับ ในอำเภอนครไทย มีสาขาบ้านน้ำทวนเป็นสาขาแรก สาขาบ้านนาบัว สาขาบ้านโนนบึง บ้านนาค้อ บ้านน้ำลอม บ้านไร่พัฒนา บ้านกกกะบาก บ้านโคกเนินทอง แล้วก็บ้านโนน อันนี้ ๙ สาขาเล็ก แล้วก็มีสาขานครไทยซึ่งเป็นแม่ข่ายใหญ่ในการรวบรวมเงินจากทุกสาขามา ทำเป็น ระบบ จนปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถคืนเงินให้กับประชาชนพ่อแม่พี่น้องที่เป็นสมาชิกได้ ผมเองก็ ได้ไปทำเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนที่จะเป็น สส. ตอนปี ๒๕๖๔ ได้รับเรื่องมาผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่า ถ้าเป็นธนาคารทำไมถึงเบิกถอนไม่ได้ พอเข้าไปดูจริง ๆ ไม่ได้จดจัดตั้งเป็นธนาคาร ท่านประธาน ไม่ได้จดจัดตั้งเป็นธนาคารแต่ดำเนินภารกิจเป็นแบบธนาคารมีรับฝาก มีถอน มีให้ปันผล มีดอกเบี้ย แล้วก็ปล่อยกู้ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยสูงมากเพราะว่าเงินฝากให้ดอกเบี้ยสูง ถึง ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ บอกกับชาวบ้านมีปันผลให้ทุกปี แล้วคนที่เป็นกรรมการแต่ละสาขา มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกท้องถิ่นเป็นผู้บริหารธนาคารอีกด้วย สร้างความเดือดร้อน เป็นอย่างมากแล้วก็กระทบถึงระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศเรา ผมยกตัวอย่าง กรณีเดียวว่าจากชาวบ้านมีเงิน ๓ ล้านบาท ๓ ล้านบาทท่านประธาน อยู่บ้านนอก ๓ ล้านบาท รวยนะครับถือว่าเป็นเศรษฐีคนหนึ่ง บ้านมีรั้วนะครับ เขาก็เลยเห็นว่าธนาคารมาเปิดเขาก็ อยากจะเอาเงินไปฝากเพื่อสร้างมูลค่าต่อเนื่องเพราะตัวเองเริ่มแก่แล้วไม่สามารถหาเงิน ได้เยอะแล้ว ก็ให้เงินทำงานเอาไปฝากธนาคารเพราะเห็นว่าดอกเบี้ยสูง แต่เขาก็ไม่ได้เชื่อมั่น เสียทีเดียวเขาอุตส่าห์กระจายความเสี่ยงแล้วนะครับ เอาไปฝาก ๓ สาขา ๕ สาขา เงิน ๓ ล้านบาทกระจายแล้วเขามั่นใจว่าเขากระจายความเสี่ยงแล้วครับ ปัจจุบันนี้จากมีเงิน ๓ ล้านบาท บ้านมีรั้ว ปัจจุบันขายบ้านเลี้ยงชีพ ไม่มีอาชีพ เงิน ๓ ล้านบาทไม่ได้คืนแม้แต่ บาทเดียว คำถามครับท่านประธาน

คำถามที่ ๑ กระทรวงมหาดไทยทราบหรือไม่ครับว่ามีปัญหาแบบนี้ สมาคมนี้ สมาคมนักพัฒนาชนบทแห่งประเทศไทยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยด้วย แล้วก็ใช้ชื่อว่าตามแนวพระราชดำริแต่กลับไม่มีพันธกิจแบบธนาคารเลย ตั้งชื่อว่าธนาคาร แต่ไม่มีพันธกิจแบบธนาคารครับ คำถามแรกคือมหาดไทยทราบหรือเปล่าว่ามีปัญหาแบบนี้

คำถามที่ ๒ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทที่ธนาคารอ้างมีหลักฐานในการจด จัดตั้งในการก่อตั้งธนาคารนี้ร่วมกับสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทหรือไม่ แล้วในการยุบ สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทเมื่อปี ๒๕๔๕ มีการถ่ายโอนภารกิจเรียบร้อยหรือไม่ เพราะธนาคารเป็นภารกิจหนึ่งของสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบทมันจะต้องมีการถ่ายโอน และภารกิจนี้ใครดูแลต่อไปที่ไหน มีการตรวจสอบสมาคมก่อนส่งมอบ ระหว่างส่งมอบ หรือหลังส่งมอบหรือไม่

คำถามที่ ๓ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายกท้องถิ่นอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของท่าน แต่ไปเป็นกรรมการเสียเอง แล้วธนาคารนี้ก็มีพฤติกรรมในการข่มขู่ชาวบ้านด้วยเมื่อได้รับ ความเสียหายแทนที่จะเร่งรัดแก้ปัญหา ไปข่มขู่เขา เมื่อท่านทราบการกระทำความผิดแบบนี้ แล้วทางกระทรวงมหาดไทยจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอบคุณครับ