อนุสรณ์ เสนอแนวทางลดความรุนแรง 4 ข้อ เน้นป้องกันเชิงรุกและฟื้นฟูจิตใจ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ระบุสถิติความรุนแรงในสังคมไทยที่เพิ่มขึ้นและเชื่อมโยงกับสื่อละคร โดยเสนอแนวทางแก้ไข 5 ประการเพื่อลดปัญหาความรุนแรง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขการใช้ความรุนแรงในครอบครัวโดยเน้น 4 ประการ ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้และเปลี่ยนค่านิยมผ่านกิจกรรมโต้วาที, การเปิดช่องทางแจ้งเหตุที่หลากหลายพร้อมจัดกำลังคนเฝ้าระวัง, การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองผู้ถูกกระทำและผู้ช่วยเหลือ, และการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจรวมถึงการจัดหาที่พักปลอดภัยโดยแยกผู้ได้รับผลกระทบออกจากผู้กระทำความผิด อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันเชิงรุกผ่านการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็งและการสื่อสารที่ดี เพื่อลดการใช้ความรุนแรงในสังคมและภายในครอบครัว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ๒ สมัย ทำงานกับรัฐมนตรี พม. มา ๒ คน ก็ต้องกราบเรียนแบบนี้เพื่อจะบอกว่าเรื่องความรุนแรงนั้น ผมอ่านรู้ดูเห็น แล้วก็แก้ปัญหาเป็น แต่เราต้องยอมรับครับท่านประธานว่า ครั้งหนึ่งในอดีต ประเทศไทยของเราเคยติดอันดับ Top Ten ประเทศที่มีการใช้ความรุนแรงในสังคมสูงที่สุด Top Ten ก็คืออยู่ ๑ ใน ๑๐ ของโลก ซึ่งไม่ได้เป็นอันดับ Top Ten ที่เราน่าจะภาคภูมิใจ อะไร ในปี ๒๕๖๕ สถิติไม่ได้มีไว้จรดจารจารึก แต่มีไว้ทำลายหรืออย่างไรไม่ทราบ มีสถิติอีกตัว ครับว่าคนไทยหรือสังคมไทยนั้นมีการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เมื่อสักครู่ใช้ความรุนแรง ในสังคม อันนี้ใช้ความรุนแรงในครอบครัว มีแนวโน้มใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น ๓ เท่า พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข ทุก ๆ กรมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ ไปไม่ถูกทิศ ทำงานไม่ถูกทางนั่นก็ไม่ใช่ แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าบริบท ของสังคมในบางประเด็นนั้นเป็นส่วนเร้าที่ทำให้มีการใช้ความรุนแรง ในอดีตสมัยผมเด็ก ๆ เขาบอกว่าจะดูละครต้องดูละครหลังข่าวครับ แต่ปัจจุบันนี้ละครไม่ต้องมาหลังข่าวครับ แต่ว่าเขานำเสนอข่าวเป็นละคร ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงที่บ้านกกกอก จังหวัดมุกดาหาร หรือกรณีของเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในแวดวงดารา ศิลปิน คนบันเทิง แล้วเราก็เสพสิ่งเหล่านี้ทุกวัน ๆ จนเราอาจจะแยกแยะไม่ออกเลยว่าอันไหน คือสิ่งที่เป็นวิถีปฏิบัติปกติในสังคมหรือสิ่งใดเป็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ประเภท ผัวตบเมียตี ผัวหนีเมียด่า ผัวกระทืบคลานออกมา เมียตามกลับมาตบซ้ำ แบบนี้ถือว่าเป็น ความรุนแรงในครอบครัวและเป็นความรุนแรงในสังคม ผมอ่านรายงานก็เห็นแสงสว่างที่ ปลายอุโมงค์ครับ ท่านสรุปมาอ่านเข้าใจง่าย แบ่งเป็นหมวดหมู่ จัด Grouping ไว้เรียบร้อย แต่ผมอยากจะ Highlight ๕ ประการด้วยกัน และผมเห็นว่าถ้าเราทำตาม ๕ ขั้นตอนนี้ปัญหา ความรุนแรงในครอบครัว การใช้ความรุนแรงในสังคมอาจจะไม่หมดไปครับ แต่ว่าจะหนัก เป็นเบา ทุเลาเป็นหาย และมีทิศทางคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ประการที่ ๑ เราต้องสร้างความตระหนักรู้และเปลี่ยนค่านิยม ประเภทโต้วาที กันในญัตติระหว่างสามีภรรยาว่า กลับเช้า กับไม่กลับเลยอะไรดีกว่ากัน โต้กันไปโต้กันมามีใช้ อุปกรณ์ประกอบการโต้วาที เช่น ไปรื้อโทรทัศน์กัน ไปทุ่มอุปกรณ์ด้วยกัน เอาพัดลมทุ่มใส่กัน แบบนี้ถือเป็นการใช้ความรุนแรงและสังคมต้องตระหนักรู้ ใครอยู่ใกล้ต้องช่วย จะแจ้งข้อมูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะโทรไปเบอร์สายด่วนของ พม. ก็ต้องทำ

ประการที่ ๒ ต้องเปิดช่องทางในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และมีช่องทาง ในการแจ้งเหตุที่หลากหลายครับ จะโทรทาง LINE จะโทรสายด่วน ๑๓๐๐ โทรกระทรวง สาธารณสุข ไปศูนย์พึ่งได้ โทรไปโรงพยาบาลต้องติดง่ายครับ และทุกสายนั้นต้องพร้อม ในการที่จะเฝ้าระวังและจัดอัตรากำลังคนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับสถานการณ์การใช้ความ รุนแรงอย่างทันท่วงที

ประการที่ ๓ เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดชัดเจนว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องไปดูว่า ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจังและมีมาตรการคุ้มครองของผู้ที่เป็นพลเมืองดี ผู้ประสบเหตุ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ การใช้ความรุนแรงในครอบครัว หน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีบทบาทในการเป็นองค์กรนำในการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำ รวมถึงคุ้มครอง ผู้ให้การช่วยเหลือด้วย

ประการที่ ๔ การฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ให้คำปรึกษาในมิติของการ ฟื้นฟูเยียวยาจิตใจให้กับผู้ที่ถูกกระทำ ถูกใช้ความรุนแรง จัดหาที่พัก ที่พึ่งพิงชั่วคราว จะเรียกว่า บ้านปลอดภัยหรือศูนย์พักเพื่อความปลอดภัย สนับสนุนด้านอาชีพ หาการศึกษาให้ อันนี้ก็ต้องทำ สนับสนุนให้ผู้ถูกกระทำการใช้ความรุนแรงนั้นสามารถใช้ชีวิต ต่อไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้กระทำความผิด แต่ว่าในบางสถานการณ์มีแบบนี้ครับ คือมีการใช้ ความรุนแรงนานเข้ามากเข้าเรื่อย ๆ พอถึงเวลาพอไปแจ้งเสร็จปั๊บผู้ใช้ความรุนแรงก็ถูกจับไป ดำเนินคดี สุดท้ายก็กลับมาอยู่บ้านหลังเดียวกันอยู่ดีครับ ดังนั้นเราจะต้องแยกและฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบ และต้องไม่สามารถกลับไปอยู่ร่วมกับผู้กระทำความผิดได้

ประการที่ ๕ เป็นส่วน Highlight สำคัญที่ผมต้องชี้ชัด ๆ ว่า ต้องเพิ่มมิติการ ป้องกันเชิงรุกด้วยการสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง ที่เขาบอกว่า ล้อมรั้วด้วยรัก ถักทอความ อบอุ่น เป็นสายใยรักของคนในครอบครัว ส่งเสริมการสื่อสารที่ดีในครอบครัวครับ บางทีบาง ครอบครัวนี่ลักษณะเหมือนครอบครัวหัวร้อน แบบโฆษณาขายข้าวมันไก่ ต้องขว้าง Halls เข้าไปให้อมแล้วถึงจะสามารถอารมณ์เย็นขึ้น การใช้ความรุนแรงผ่านการพูดการสื่อสารเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ความรุนแรงในการคุกคาม หรือการทำร้ายร่างกาย สนับสนุนการอบรมในการบริหารจัดการอารมณ์ครับ ไอคิวดีแล้ว อีคิวต้องดี ต้องมีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ ลดความตึงเครียดและอารมณ์ร้อน ให้ความสำคัญกับการเลี้ยงดูเด็กและสิ่งแวดล้อมที่อบอุ่นและปลอดภัย นี่เป็น ๕ ขั้นตอน ๕ แนวทางที่ความจริงในรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงก็พูดไว้ครบถ้วน ผมเพียงแต่ Highlight ว่า ๕ ข้อนี้เดินไปตามทิศทางนี้ การใช้ความรุนแรงในครอบครัว การใช้ความรุนแรงในสังคมลดลงแน่นอน และต้องทำอย่างเป็นระบบ ทำอย่างต่อเนื่อง และความรุนแรงในครอบครัวก็จะหมดไปในที่สุด ขอบคุณครับ