สิริลภัส กองตระการ อภิปรายรายงานสถานการณ์ความรุนแรงปี ๒๕๖๕ โดยแบ่งเป็นประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น พร้อมหารือเรื่องการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยกระตุ้นและกำหนดมาตรฐานการเก็บข้อมูลร่วมกัน สิริลภัส กองตระการ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบูรณาการบุคลากรสหวิชาชีพเพื่อป้องกันผลกระทบทางจิตใจของผู้ถูกกระทำ และเสนอแนวทางแก้ไขโดยเน้นการให้ความรู้ การประชาสัมพันธ์ช่องทางขอความช่วยเหลือ และการสร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล เพื่อลดสถิติและป้องกันปัญหาซ้ำซ้อน
เรียนท่านประธาน ดิฉันสิริลภัส กองตระการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคประชาชน ท่านประธานคะวันนี้ดิฉันก็มีประเด็นที่อยากจะอภิปรายเกี่ยวกับ การรายงานข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงในปี ๒๕๖๕ ๓ ประเด็นด้วยกันนะคะ
เรื่องแรกค่ะ นั่นคือการขุดเจาะให้ลึกถึงปัจจัยเพื่อนำมาหาแนวทางเพื่อแก้ไข ปัญหาที่ต้นตอค่ะ จากรายงานที่ดิฉันได้ศึกษาดูก็มีความเห็นว่ามีปัจจัยที่จะช่วยให้สถิติความ รุนแรงนั้นลดลงได้ นั่นก็คือการเชื่อมต่อข้อมูลร่วมกัน ที่ข้อมูลนั้นจะชี้ให้เห็นถึงปัจจัยกระตุ้น เอามาบูรณาการทำงานร่วมกัน การบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานจะนำมาทำการ สังเคราะห์แล้วก็ดูสถานการณ์ในภาพรวมได้ เราจะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อมูลที่ได้มาจาก ๑๕ หน่วยงาน บวกกับอีก ๓ หน่วยงาน ก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ สูงสุดและสำนักงานศาลยุติธรรม ดิฉันก็มีความเห็นด้วยกับบทสรุปผู้บริหารว่าควรจะต้องมี การบูรณาการข้อมูล แต่ว่าก็ควรที่จะต้องมีหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานเฉพาะเจาะจงเลยค่ะ ที่จะเป็นเจ้าภาพในการนำข้อมูลเหล่านี้มาสังเคราะห์ออกมาเป็นแนวนโยบายในการแก้ไข ปัญหาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือนำข้อมูลเพื่อมาใช้ในการทำการวิจัยและนำผลลัพธ์ออกมาแก้ไข ให้เป็นรูปธรรมค่ะท่านประธาน จากรายงานที่ดิฉันได้นำเสนอมา มีการรวบรวมข้อมูลถึง ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดการกระทำความรุนแรง ข้อมูลนี้ก็อาจจะยังไม่ได้มีการรวบรวม ทุกหน่วยงาน แล้วก็กรอบของการเก็บข้อมูลก็ยังไม่ได้มีมาตรฐานเช่นเดียวกัน จะเป็นการ ดีกว่าหรือไม่ถ้ามีการกำหนดกรอบการเก็บข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดและทุก หน่วยงานนั้นเก็บข้อมูลร่วมกันค่ะ แล้วเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้สังเคราะห์เป็นประโยชน์ต่อไป ดิฉันขอยกตัวอย่างจากหน่วยงานที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลเรื่องของปัจจัยกระตุ้น นั่นก็คือ ศูนย์พึ่งได้ สำนักงานการแพทย์ สำนักอนามัย แล้วก็โรงพยาบาลตำรวจ ตามตารางที่ ๔ ๘ ๑๓ และ ๑๗ ตามรายงาน ก็ยังมีการเก็บข้อมูลที่ยังแยกกันอยู่ ตรงนี้มันอาจจะยังไม่ได้ สะท้อนให้เราเห็นถึงสารตั้งต้นของความรุนแรงในครอบครัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดิฉันก็ได้เห็น สัญญาณที่ดีในการยกกรณีตัวอย่างเรื่องของการสะกดรอยไป แต่ดิฉันก็เคยอภิปรายไปแล้ว ในรายงานที่ท่านมารายงานปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ ว่าควรจะมีการเก็บสถิติข้อมูลเรื่องของการ สะกดรอยให้อยู่ในสถิติของการกระทำความรุนแรงไว้ด้วย อันนี้ก็อยากฝากประเด็นให้ท่าน รับไปพิจารณานะคะ
เรื่องที่ ๒ คือการเข้าให้ความช่วยเหลือของผู้ถูกกระทำได้อย่างทันท่วงที เพื่อไม่ให้ผู้ถูกกระทำนั้นมีปัญหาทางด้านสุขภาวะจิตใจค่ะ จากในรายงานข้อมูลทางด้าน ภารกิจของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่าภารกิจนี้กรมกิจการ สตรีและสถาบันครอบครัว ไม่สามารถทำได้ในหน่วยงานเดียว จะต้องมีการบูรณาการร่วมกัน เพราะฉะนั้นดิฉันก็เชื่อมโยงไปที่ประเด็นแรก นั่นก็คือการใช้ชุดข้อมูลที่ร่วมกันมาพิจารณา กันอย่างครบถ้วนรอบด้านที่จะทำให้แต่ละหน่วยงานนี้ใช้ความเชี่ยวชาญหรือว่าให้การดูแล แบบเฉพาะทางได้ แล้วจะได้ทราบว่าข้อมูลนั้นจะนำมาแก้ไขปัญหาด้วยความเชี่ยวชาญของ เขาได้อย่างไร แล้วก็จะได้ทำในการดูแลไปทุกในมิติในหลายด้านพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องที่อยู่อาศัย การศึกษาการสร้างงาน สร้างรายได้ การดูแลครอบครัวและชุมชน เพื่อช่วย ให้ผู้ถูกกระทำนี้กลับมาปรับตัวใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้ บุคลากรของเราก็ไม่เพียงพอ นักสังคมสงเคราะห์อาจจะทำงานเพียงแค่อย่างเดียว จริง ๆ แล้วมันควรจะมีสหวิชาชีพที่จะทำงานร่วมกันแบ่งหน้าที่ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้บุคลากรไม่เพียงพอจริง ๆ ค่ะ นักจิตวิทยาให้คำปรึกษา ครอบครัว ดิฉันไปหาข้อมูลมาในต่างจังหวัดนี่ไม่มีเลย นักจิตวิทยาคลินิกก็กระจุกตัวอยู่ในบางเขต แล้วบางเขตสุขภาพแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำค่ะ จากการรายงานอภิปรายครั้งที่แล้ว ดิฉันได้ ยกตัวอย่างไปแล้วว่าบุคคลที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวโดยเฉพาะเด็กนั้นจะเติบโต มาหรือว่าส่งผลกระทบเป็นอย่างไร ร้ายแรงที่สุดที่ดิฉันได้เคยอภิปรายไปก็คือการเติบโตมา เป็นฆาตกรต่อเนื่อง ในวันนี้ดิฉันก็อยากจะอภิปรายในภาพรวมว่าเรื่องผลกระทบทางจิตใจว่า หากไม่ได้รับการแก้ไขหรือดูแลได้อย่างทันท่วงทีแล้วจะเกิดอะไรขึ้นนะคะ ผู้ที่ถูกกระทำจะมี ความเสี่ยงเป็นโรคเครียด ซึมเศร้า PTSD วิตกกังวลหรือบุคลิกภาพผิดปกติ Borderline Personality Disorder หรือภาวะบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง บุคคลนี้จะมีอารมณ์ขึ้นลง รุนแรง มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเองแล้วก็ทำร้ายคนอื่น เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือเมื่อ เขาถูกกระทำซ้ำ ๆ จะส่งผลให้เกิดโรคแยกตัวออกจากความเป็นจริงหรือมีภาวะสูญเสียความ ทรงจำชั่วคราวก็ได้ค่ะ ทีนี้เมื่อเราไม่มีกระบวนการในการเข้าถึงการดูแลบำบัดรักษาอย่าง ครบวงจรแล้วนี่ ท่านดูนะคะ จากสถิติความรุนแรงในรายงานเอาฉบับเล่มนี้ในปี ๒๕๖๕ จากข้อมูลแค่ ๑๕ หน่วยงาน มีกรณีที่เกิดขึ้น ๒๖,๖๑๔ เคส ท่านคิดดูว่าประเทศไทยจะมี ผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าไร อันนี้ไม่นับแค่ว่าผลกระทบมันไม่ได้ตกอยู่ที่ตัวผู้ถูกกระทำ เพียงอย่างเดียวนะคะ เราต้องนับไปถึงคนรอบข้างด้วย
ประเด็นสุดท้าย ก็คือแนวทางในการแก้ไข ก็คือการให้ความรู้ แล้วก็การลง แก้ไขปัญหาแบบเชิงรุก อันแรกเลยคือการประชาสัมพันธ์ช่องทางในการติดต่อขอความ ช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่นอกเหนือไปจากตำรวจที่ดิฉันได้ขึ้นสไลด์นี้ไว้ เพื่อแก้ปัญหา ว่าเมื่อผู้ถูกกระทำไปแจ้งความกับตำรวจนั้นส่วนมากจะจบด้วยการไกล่เกลี่ยแล้วก็ยอมความ ทีนี้พอเดินทางกลับไปถึงบ้านการกระทำความรุนแรงนั้นอาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้อีก การให้ ครอบครัวหรือคนในชุมชนได้มีการตระหนักรู้ถึงผลกระทบของการใช้ความรุนแรงใน ครอบครัว ให้เพื่อนบ้านได้ช่วยกันสอดส่องดูแล ปรับเปลี่ยนทัศนคติอย่าให้เห็นว่าอันนี้ เป็นเรื่องของผัวเมีย อันนี้เป็นเรื่องของชาวบ้าน เราไม่ต้องใส่ใจก็ได้ แต่ว่าอยากให้มองเป็น เรื่องของเรื่องที่ทุกคนจะต้องช่วยกันในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง และการเพิ่มความรอบรู้ ทางด้านสุขภาพจิตเพื่อให้ทุกคนสามารถประเมินตัวเองได้ก่อนนะคะ เพราะว่าสาเหตุส่วนหนึ่ง จากการกระทำความรุนแรงในครอบครัวนั้นปัจจัยหนึ่งก็มาจากอาการป่วยทางจิตเวชด้วย ถ้าบุคคลคนนั้นสามารถเข้าถึงการบำบัดรักษาได้ก่อนไม่ให้เขาเป็นผู้ป่วยก็อาจจะลดสถิติ ความรุนแรงลงได้
สุดท้ายนะคะท่านประธาน ครอบครัวเป็นสถาบันที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในการที่จะหล่อหลอมบุคคลคนหนึ่งว่าเขาจะเติบโตมาเป็นคนอย่างไร มีทัศนคติความคิด อย่างไร และการเลี้ยงดูนั้นเป็นการสำคัญมากนะคะ การถูกการเลี้ยงดูด้วยความรุนแรง ไม่ได้ มีการเข้ามาดูแลแก้ไขนี่ การกระทำความรุนแรงเหล่านั้นก็จะถูกส่งต่อไปรุ่นต่อรุ่นไม่จบไม่สิ้น ดิฉันเข้าใจว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ค่อนข้างหนัก แล้วก็เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างมีความท้าทาย ดิฉันก็อยากจะขอให้กำลังใจหน่วยงาน แล้วก็ผู้ปฏิบัติงานหน้างานทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ