ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เสนอกระทู้ถามเรื่องความไม่สมดุลรายได้ภูเก็ต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๖ มีนาคม ๒๕๖๘

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ เสนอกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับความไม่สมดุลของรายได้ระหว่างการจัดเก็บภาษีและงบประมาณที่ได้รับคืนจากจังหวัดภูเก็ต โดยชี้ให้เห็นว่าเงินส่วนต่างถูกนำไปใช้โดยรัฐบาลกลาง พร้อมทั้งหารือปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและรายได้ของจังหวัดภูเก็ต รวมถึงประเด็นการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มตามพื้นที่จริงและการสอบถามกรมสรรพากรเกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีรวมกัน ณ สำนักงานแห่งใหญ่

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน วันนี้ผมขอเสนอกระทู้ถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ ขอสไลด์แผ่น ที่ ๑ ด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ท่านประธานครับ จาก รายงานฐานะการคลังของจังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสูงกว่าช่วง ก่อนเกิดวิกฤติโควิดแล้ว โดยดูจากรายได้ภาษีที่รัฐบาลกลางจัดเก็บได้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ จัดเก็บภาษีจากจังหวัดภูเก็ตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง ๑๙,๓๘๑.๗ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านลองดูช่องสีเหลืองซึ่งก็คือเม็ดเงินจริง ๆ ที่จังหวัดภูเก็ตได้ใช้ จ่ายเงินรัฐบาลกลางในปีงบประมาณเดียวกันเพียง ๓,๗๗๓.๙ ล้านบาท ส่วนต่างคือ ดุลงบประมาณที่รัฐบาลได้ไปจากจังหวัดภูเก็ตถึง ๑๕,๖๐๗.๑ ล้านบาท คงเหลือเงินให้ จังหวัดภูเก็ตเพียงแค่ร้อยละ ๒๐ เท่านั้นเองจากรายได้ภาษีที่จัดเก็บได้ในจังหวัดภูเก็ต

ขอสไลด์แผ่นที่ ๒ ท่านประธานครับ จากการที่รัฐบาลกลางกอบโกยรายได้ อย่างมหาศาลจากจังหวัดภูเก็ต แต่กลับไม่เหลียวแลมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ จังหวัดภูเก็ตให้ทันต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ เกิดปัญหา สาธารณูปโภคตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาบ่อขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทั้งจังหวัด ก็เพราะว่าเตาเผาขยะของเราไม่เพียงพอ ที่จะรองรับปริมาณในการเผาขยะในแต่ละวัน จนสำนักข่าว Reuters ประโคมข่าวไปทั่วโลก สร้างความเสื่อมเสียให้กับการท่องเที่ยว ถัดมาครับ ปัญหาน้ำเสียที่ปล่อยลงสู่ธรรมชาติเพราะระบบรวบรวมน้ำเสียเข้าโรงบำบัด ครอบคลุมพื้นที่เพียงร้อยละ ๒๕ เท่านั้นเอง ในขณะที่อีกกว่าร้อยละ ๔๐ ถูกปล่อยลงสู่ ธรรมชาติ ถูกปล่อยลงสู่ทะเลอันดามัน เป็นการทำลายหม้อข้าวหม้อแกงของภูเก็ต ถัดมา ครับท่านประธาน ปัญหาการจราจรติดขัดก็เพราะว่าเราขาดระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่าภูเก็ต ท่านเชื่อไหมครับว่าเรามีถนนสายหลักที่วิ่งเข้าสู่เมือง ภูเก็ตเพียงแค่เส้นเดียวเท่านั้นเองที่เราเรียกกันว่า ถนนเทพกระษัตรี โครงการคมนาคมแต่ละ โครงการพูดกันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วในจังหวัดภูเก็ตก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริงสักโครงการ ตัวอย่างเช่น รถไฟฟ้ารางเบา ตอนที่รถยังไม่ติดเหมือนทุกวันนี้ก็ไม่สร้างเพราะอ้างว่ามันไม่คุ้มทุน แล้วกระทรวงคมนาคมก็ปรับโครงการไปมาระหว่างรถล้อยางกับรถรางเบาจนตอนนี้ภูเก็ตรถ ติดหนักมากครับ ท่านก็ยังไม่สร้าง อ้างว่าหากทำการก่อสร้างแล้วจะทำให้เกิดปัญหา การจราจรติดขัดหนักยิ่งขึ้นไปอีก รถติดท่านก็ไม่สร้าง รถไม่ติดท่านก็ไม่สร้าง สรุปว่าท่านจะ สร้างเมื่อไรครับ เมื่อรัฐบาลกลางต่างก็ไม่เหลียวแลมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัด ประกอบกับท้องถิ่นเอง ก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะพัฒนาตัวเองได้ ในปีงบประมาณล่าสุดจังหวัดภูเก็ตได้รับ งบประมาณจากรัฐบาลกลางมาเพียงแค่ร้อยละ ๒๐ ซึ่งเงินก้อนนี้ครับท่านประธาน ส่วนใหญ่แล้ว คืองบประจำ พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พุทธศักราช ๒๕๔๐ แก้ไขเพิ่มเติม ถึงฉบับที่ ๓ พุทธศักราช ๒๕๔๖ มาตรา ๖๒ ระบุว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บตามประมวลรัษฎากร จัดเก็บได้ในจังหวัดใดให้ส่งมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด ร้อยละ ๕ ของภาษีที่จัดเก็บได้ แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ว่า กรมสรรพากรกลับให้สิทธิผู้ประกอบการในการยื่นแบบแสดง รายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน ณ สำนักงานแห่งใหญ่ ทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มของสาขาสถาน ประกอบการที่อยู่ในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากตกเป็นยอดจัดเก็บภาษีของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหญ่ ทั้ง ๆ ที่บริษัทเหล่านั้นต่างก็มาใช้ทรัพยากรของภูเก็ต มาสร้างขยะ มาสร้างน้ำเสีย แล้วก็ทิ้งปัญหาให้กับจังหวัดภูเก็ต สมควรเป็นอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตสมควรที่จะได้รับส่วนแบ่งภาษีมูลค่าเพิ่มของ บริษัทใหญ่ ๆ เหล่านี้ด้วย เพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดฉบับนี้ แล้วก็เพื่อนำเงินมาพัฒนาระบบสาธารณูปโภคภายในจังหวัดภูเก็ต

ขอสไลด์แผ่นที่ ๓ ครับ จริง ๆ แล้วครับท่านประธาน ผู้ประกอบการยังคง สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มรวมกัน ณ สำนักงานแห่งใหญ่ได้เหมือนเดิม เพราะกรมสรรพากรกำหนดให้ผู้ประกอบการเหล่านี้จะต้องยื่นใบแนบ ภพ.๓๐ นั่นเอง รายละเอียดภาษีขายและภาษีซื้อของสถานประกอบการแต่ละแห่งทำให้สรรพากรมีข้อมูล ภาษีมูลค่าเพิ่มแยกแต่ละสาขาอยู่แล้ว สามารถนำตัวเลขนี้ไปคำนวณส่วนแบ่งภาษีให้กับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้เลยครับ ผมจึงขอเรียนถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าเพื่อเป็น การปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมายพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด กรมสรรพากรสามารถจัดสรรยอดภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่ตั้งของสถานประกอบการจริง ด้วยข้อมูลในใบแนบ ภพ.๓๐ รายละเอียดภาษีขายและภาษีซื้อของสถานประกอบการแต่ละ แห่งให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดตามพื้นที่สาขาสถานประกอบการที่เกิดรายได้ ภาษีมูลค่าเพิ่มจริง ในกรณีที่ผู้ประกอบการเลือกที่จะจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มรวมที่สำนักงาน แห่งใหญ่ได้หรือไม่ เมื่อใด ผมขอทราบรายละเอียดครับ