วรรณิดา นพสิทธิ์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาการระบาดของยาเสพติด โดยเปลี่ยนแนวทางจากการลงโทษเป็นการให้โอกาส โดยสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อฟื้นฟูศักยภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านยาเสพติด และสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อให้บุคคลที่เคยเสพติดมีโอกาสในการประกอบอาชีพและมีอนาคตที่ดีขึ้น
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน วรรณิดา นพสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคประชาชนค่ะ ดิฉัน ขออภิปรายสนับสนุนญัตติการแก้ปัญหาการระบาดของยาเสพติดโดยเพิ่มการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในระยะยาวค่ะ จากรายงานสถิติ ผู้ต้องหาคดีราชทัณฑ์พบว่าคดียาเสพติดสูงเป็นอันดับหนึ่งของกรมราชทัณฑ์ค่ะท่านประธาน ซึ่งในรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ปี ๒๕๖๕ มีผู้เข้ารับการรักษาบำบัดกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ราย พบว่ากว่าร้อยละ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เป็นเยาวชนช่วงอายุ ๑๒-๒๕ ปี กว่าร้อยละ ๔๗ เปอร์เซ็นต์ มีอายุระหว่าง ๒๕-๓๙ ปี ซึ่งทั้ง ๒ ช่วงอายุนี้ทั้งตอนต้นและตอนกลางของวัยทำงาน ข้อมูลนี้แสดง ให้เห็นถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเป็นวัยทำงานจำนวนมากค่ะท่านประธาน ซึ่งคนในวัยทำงาน คือกำลังหลักของบ้านและครอบครัว ในการทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและควรจะเป็นกำลังหลัก สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่กลับต้องมาสูญเสียโอกาสในการทำงาน เพราะตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด ที่ผ่านมาดิฉันเข้าใจว่ารัฐบาลก็มีกระบวนการปราบปราม ยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วยแล้วนำไปบำบัด แต่เมื่อนำบำบัด เข้าระบบแล้วพ้นจากการบำบัดออกมาก็จะเกิดปัญหาที่ตามมาค่ะ คือคนในสังคมไม่ให้โอกาส เมื่อไม่ให้โอกาสก็ไม่มีงานและไม่มีรายได้ จนสุดท้ายก็ต้องกลับไปเสพทำให้เห็นว่าการแก้ปัญหา โดยการนำไปบำบัดอย่างเดียววันนี้ไม่เพียงพอค่ะ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนไม่พ้น ปัญหาตลอดรอดฝั่งของผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่เครียดกับฐานะตนเอง เครียดกับการไม่มี อาชีพรองรับเขาเหล่านั้น เครียดที่ไม่มีเงินพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและครอบครัวค่ะ กดดัน ให้สุดท้ายต้องกลับไปอยู่กับยาเสพติด ไปอยู่กับอาชีพที่ผิดกฎหมายเข้าไปอีก ส่งผลให้เข้าไปอยู่ ในวงจรยาเสพติดจนกลายเป็นจากผู้เสพเป็นผู้ค้า เข้าไปพัวพันยาเสพติดมากขึ้น จากเดิมใช้เองบ้าง ด้วยเหตุผลว่าแก้เครียด ก็รับมาขายสักหน่อยก็มีเงิน ยาบ้าเม็ดหนึ่งก็ราคาถูก รับมาเยอะ ๆ จะได้ขายเยอะ ๆ กำไรดี เพราะว่าสุดท้ายก็ต้องนำไปเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกับครอบครัวอยู่ดี สุดท้ายรัฐก็วนกลับไปแก้ปัญหาที่จุดเดิมและสุดท้ายก็แก้ปัญหานี้ไม่ได้ค่ะ ต้องถามว่าทำไม การแก้ปัญหายาเสพติดต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างงาน สร้างอาชีพ องค์การสหประชาชาติว่าด้วย ยาเสพติดและอาชญากรรมมีข้อมูลที่เกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาเศรษฐกิจต่อการใช้ยาเสพติด รายงานระบุว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาการว่างงานและความไม่แน่นอนของรายได้ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้การใช้ยาเสพติดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เปราะบางนะคะ และองค์กรอนามัยโลก WHO ชี้ให้เห็นว่าปัญหาการว่างงานและความยากจนเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญในการเกิดปัญหาสุขภาพจิตและการใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น แรงงานที่ขาดความเชื่อมั่นทางการเงิน หรือวัยรุ่นที่ขาดการสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม จากที่ดิฉันกล่าวทั้งหมดค่ะท่านประธาน จึงเห็นได้นะคะว่าการแก้ปัญหาของยาเสพติด คือเปลี่ยนแนวทางจากการลงโทษเป็นการให้โอกาส ภาครัฐจะต้องสร้างงานสร้างอาชีพค่ะ ฟื้นฟู ศักยภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านยาเสพติด โดยดิฉันขอเสนอแก้ไขปัญหาด้านยาเสพติด ๓ ข้อค่ะ
๑. สร้างโอกาสในการจ้างงาน ให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดหางานให้ผู้ที่เคย เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพื่อให้พวกเขาได้มีรายได้ที่มั่นคงและไม่ต้องกลับไปพึ่งพายาเสพติดอีก
๒. พัฒนาโครงการฝึกอบรมวิชาชีพค่ะ รัฐควรสนับสนุนโครงการอบรมทักษะ อาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เช่น ดิจิทัลการเกษตรสมัยใหม่ ธุรกิจออนไลน์ หรือ ฝึกอบรมในอาชีพในกรมราชทัณฑ์ค่ะ
๓. สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุนค่ะ ให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดและต้องการ ประกอบอาชีพสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อสร้างธุรกิจของตัวเองและมีรายได้ค่ะ
ดิฉันขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหายาเสพติด ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างโอกาสให้ประชาชนมีอาชีพ มีอนาคต และมีคุณภาพชีวิตที่ดี มากขึ้นค่ะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะหาทางออกที่ดีให้กับตัวเองได้ค่ะ วันนี้ทุกภาคส่วนโดยเฉพาะ ภาครัฐ นายกนางสาวแพทองธาร จะต้องมีนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังได้แล้ว ขอบคุณค่ะท่านประธาน