สรพัช ศรีปราชญ์ อภิปรายปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในจังหวัดสระบุรี โดยชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากความยากจนและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการแก้ไขที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแจกเงินชั่วคราว และขอให้รวบรวมข้อมูลชุมชนที่ติดยาเสพติดอย่างแท้จริง
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม สรพัช ศรีปราชญ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี อำเภอเมือง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอ แก่งคอยเฉพาะตำบลห้วยแห้งจากพรรคประชาชนครับ วันนี้ถือว่าเป็นอีก ๑ วัน ที่ผมต้องลุก ขึ้นมาอภิปรายเพราะว่าญัตติในวันนี้คือการพิจารณาแก้ปัญหายาเสพติดที่ขณะนี้ระบาด อย่างหนักในแทบจะทุกพื้นที่ของประเทศไทย ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ผมพบเจอพี่น้อง ประชาชนครับ นอกจากมาบอกเล่าความลำบากในเรื่องของค่าครองชีพต่าง ๆ แล้ว ยาเสพติด ยังเป็นอีกหนึ่งเรื่องยอดฮิตที่พี่น้องประชาชนมาร้องเรียนให้ช่วยเร่งรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหานี้ให้ สถานการณ์ยาเสพติดนับวันยิ่งมีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ในจังหวัดสระบุรีที่ผมเป็นผู้แทนอยู่ เมื่อปีที่แล้วผมลองอ่านข่าวจับกุมใหญ่ ๆ ที่ออกตามหน้าสื่อทั่วไป มีปริมาณยาบ้าที่ถูกจับได้ มากกว่า ๒๐ ล้านเม็ด นี่ยังไม่รวมการจับเล็กจับย่อยระหว่างทางที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ ข้อมูลมาว่ามีจับกันแทบทุกวัน ถามว่าทำไมถึงมีข่าวยาเสพติดจำนวนมากที่จังหวัดสระบุรี ก็เพราะว่าจังหวัดสระบุรีเป็นที่ตั้งที่อยู่ในเขตการขนส่งสินค้าระหว่างภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ยาเสพติดสามารถถูกลักลอบขนส่งผ่านพื้นที่นี้ได้ จึงมี ความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ นี่ระบาดกันขนาดนี้ครับ แต่สิ่งที่แปลกใจ ที่สุดก็คือเหตุใดรัฐบาลไม่มีการออกมาตรการกวาดล้าง จัดการยาเสพติดแบบที่ท่านเคยพูด กันอยู่บ่อย ๆ ว่าเคยทำได้ ชำนาญเรื่องนี้ พ่อค้ายากลัวพวกท่านมาก แต่วันนี้ยังไม่มีวี่แววว่า ยาเสพติดจะลดลงแถมยังปล่อยให้มียาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมา เข้าถึงง่ายกว่าเดิมอีกครับ มากมายทุกวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ยาเสพติดทุกวันนี้กระจายอยู่แทบทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน ตอนนี้ไม่มีหมู่บ้านไหนหรือชุมชนไหนกล้าพูดว่าไม่มียาเสพติดในละแวกบ้านของตัวเอง เราลืมไปหรือไม่ว่านี่มันไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านที่จะมาเป็นของจำเป็นที่ต้องมีทุกชุมชน ท่านประธานครับ การใช้ยาเสพติดส่งผลกระทบทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยตรง ซึ่งในระดับ บุคคลนั้นผู้ใช้ยามักจะประสบปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นในความเสี่ยงของโรคทางจิตเวช การเสพยาเสพติดที่เป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ รวมถึงการก่ออาชญากรรมเพื่อนำมา ซื้อยาเสพติด ซึ่งผลที่เกิดก็เกิดความไม่ปลอดภัยในชุมชน ซึ่งในปัจจุบันนี้ที่บางชุมชนไม่กล้า ไปแจ้งความให้เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม ก็เพราะว่าผู้ที่ใช้ยานั้นเป็นลูกหลาน ญาติพี่น้องของ ตัวเองที่อาศัยร่วมกันในละแวกนั้น ไม่มีใครอยากให้คนที่รักถูกจับกุม เพราะฉะนั้นการไล่จับ คนเสพนั้นคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แล้วปัญหาที่ต้นเหตุจริง ๆ ล่ะครับคืออะไร ซึ่งถ้าเรา ไป Search ในอินเทอร์เน็ตหรือไปถามที่ ChatGPT ก็ได้ ตอนนี้กำลังเป็นที่ได้รับความนิยม ก็พบว่าปัญหาที่ต้นตอนั้นมีหลากหลายปัญหา แต่วันนี้ผมจะขอพูดปัญหาต้นตอในเรื่องของ ปัญหาเศรษฐกิจและสภาพแวดล้อม ท่านประธานครับ ความยากจนคือปัญหาหลัก เมื่อไม่มีงาน ก็ไม่มีเงิน ไม่มีกิน ไม่มีใช้ ไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี ทำให้ผู้ที่ตกอยู่ในสภาวะนี้เกิดความเครียด ถ้าเมื่อก่อนตอนยาเสพติดไม่ระบาดก็ไม่เป็นไรครับ เพราะราคามันแพงครับ แต่ปัจจุบันนี้นอกจากหาง่ายซื้อคล่องแล้วนะครับ ราคายังถูกแสนถูก ไปอีกครับ ก็ไปหากันมาใช้ครับ ทำให้ตัวเองเคลิบเคลิ้มพ้นทุกข์ไปในช่วงเวลาหนึ่งครับ ซึ่งพอใช้ไปนาน ๆ ก็ติดไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งปัญหานี้เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาครอบครัวและ ขยายตัวไปเป็นปัญหาของชุมชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัญหานี้เมื่อถูกขยายตัว จากจุดเริ่มต้นแล้วนั่นก็คือปัญหาความยากจน พอปัญหาถูกขยายตัวไปเป็นระดับชุมชน ลูกหลานที่เติบโตมาในชุมชนนั้นก็จะเห็นการกระทำแบบนี้เป็นเรื่องปกติ จนไม่ได้คิดว่า เป็นสิ่งที่ผิด เพราะเรื่องนี้เขาเห็นทุกวันและเติบโตมากับสิ่งเหล่านี้ แล้วเราจะแก้ไข กันอย่างไร อย่างแรกเลยรัฐบาลต้องทำให้คนไทยมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รัฐบาล มีเครื่องมือมากมายที่จะสามารถสั่งการหรือออกมาตรการสำหรับประชาชนได้ แต่ผมขอให้ ทำแบบยั่งยืน ไม่ใช่แจกเงินครั้งเดียวแล้วก็จบแยกย้ายกันไป เพราะนั่นคือการแก้ปัญหา แบบลูบหน้าปะจมูก ไม่ได้แก้กันจริง ๆ ทั้งระบบ อย่างที่ ๒ ครับ ต้องลงลึกในการแก้ไข ปัญหา รัฐบาลต้องสั่งการให้รวบรวมข้อมูลชุมชนที่ติดยาเสพติดในปริมาณที่มาก ซึ่งผมก็ เข้าใจว่ารัฐบาลพอจะมีข้อมูลชุดนี้อยู่แล้วครับ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรครับว่าข้อมูลที่ได้มานั้น คือข้อมูลจริง ๆ ครับ ปัจจุบันยังพบว่ามีผู้นำชุมชนบางชุมชนไม่กล้าจะรายงานความจริง ต่อฝ่ายปกครอง เพราะว่ากลัวจะโดนตำหนิหรือถูกลงโทษ นี่คือความจริงที่น่าเจ็บปวดครับ ที่บางครั้งรายงานจริงแล้วก็ไปโดนผู้บังคับบัญชาตำหนิลงมา ทำให้เราไม่ได้ข้อมูลแบบจริง ๆ และครบถ้วน แต่ไม่เป็นอะไรครับ เอาเท่าที่มีก่อนก็ได้ รัฐบาลต้องตั้งเป้าหมายและทำแผน รวมถึงต้องติดตามด้วยว่าแต่ละชุมชนยาเสพติดลดลงหรือไม่ อย่างสุดท้ายครับ ต้องให้ความรู้ แก่เยาวชนผ่านการศึกษา รวมถึงทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะทำให้เขาเติบโตอย่างมีคุณภาพและ ห่างไกลยาเสพติด ให้มีภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ถูกชักจูงได้โดยง่าย ท่านประธานที่เคารพ สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่ผมต้องขอฝากให้นำไปพิจารณาต่อว่าวันนี้เรามองปัญหาเหมือนกันหรือไม่ วันนี้เราจะ เริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่จุดไหน สุดท้ายนี้ครับ ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสังคม เป็นวงกว้าง ยาเสพติดไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน ไม่ใช่ของจำเป็นที่ทุกบ้านต้องมี ขอบคุณครับ