เฉลิมพงศ์ แสงดี หารือเรื่องปัญหาการระบาดของยาเสพติด และขอสนับสนุนญัตติในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๒ พรรคประชาชน วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการระบาดของยาเสพติด โดยเพิ่ม การสร้างงาน สร้างอาชีพและช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนในระยะยาว ที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชน คุณชุติมา คชพันธ์ เป็นผู้เสนอ ท่านประธานครับ นโยบายแก้ไขยาเสพติดถ้ายังจำกันได้เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๖๗ ในถ้อยคำแถลงของรัฐบาล ที่นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่า รัฐบาลจะแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด ครบวงจร แต่จนถึงขณะนี้ผมมั่นใจว่ารัฐบาลแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ได้เลย แต่ที่แน่ ๆ ผมมั่นใจว่าปัญหาที่เพื่อน สส. อย่างพวกเราได้รับเรื่องร้องเรียนอันดับแรก ๆ คือเรื่องยาเสพติด ในชุมชน ดังนั้นถ้านับกันตั้งแต่ประกาศจะแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลผ่านมาแล้ว ๕ เดือน มันเป็นภาพสะท้อนการบริหารงานของรัฐบาล วันนี้เราไม่รู้เลยว่าการแก้ไขปัญหา ยาเสพติด การปราบปรามอย่างเด็ดขาดครบวงจรอย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวไว้นั้น วันนี้ ดำเนินการแล้วเป็นอย่างไรบ้าง อย่างที่ผมกล่าวไปครับว่า ยาเสพติดยังคงระบาดทุกพื้นที่ ราวกับเป็นสินค้า OTOP คำว่า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แทบไม่เกินจริง ทั้งตัวเก่าตัวใหม่ ขายง่ายขายคล่อง ทำการกระทบรุนแรง บางคนตาย บางคนกลายเป็นคนเชือนเดินเสียสติ ล่องลอย หรือหนักกว่านั้นก็คุ้มคลั่งทำร้ายคนไปทั่ว เกิดปัญหาซ้อนปัญหาตามให้แก้ไข เต็มไปหมดครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนจากจังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยว ระดับโลก แต่มาวันนี้ครับไปที่ชุมชนไหนยาเสพติดระบาดเกลื่อนเมือง ผมยกตัวอย่างในพื้นที่ ของผมครับ ชุมชนชาวไทยใหม่ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต มีผู้เสพและมีผู้ค้า สถิติการจับกุมยาเสพติดปี ๒๕๖๗ ของจังหวัดภูเก็ตมีทั้งสิ้น ๒,๕๐๙ คดี ส่วนในเดือนที่แล้ว เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๘ มีการจับกุมทั้งหมด ๑๙๙ คดี ปัญหาใหญ่คือภาพลักษณ์ของจังหวัด ภูเก็ต นักท่องเที่ยวต่างชาติบางรายขอย้ำนะครับว่านักท่องเที่ยวต่างชาติบางรายเท่านั้น ที่มองว่าประเทศไทยทำอะไรก็ได้มีเงินซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งยาเสพติดก็เหมือนซื้อขนม หากปล่อยไว้ภาพของภูเก็ตเมืองท่องเที่ยวระดับโลกก็ค่อย ๆ ถูกทำลายลงไป กลายเป็นเมือง ที่นักเสพจากทั่วโลกมุ่งหวังจะมาเสพยาก็มาที่นี่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผมคิดว่ารอไม่ได้ต้องรีบ จัดการครับท่านประธาน อันที่จริงแล้วปัญหายาเสพติดที่จังหวัดภูเก็ตถือว่ากระทบการท่องเที่ยว กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ เราไม่มีทางที่จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้ หากเราไม่สามารถแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ ผมเข้าใจดีว่าปัญหายาเสพติดเป็นเรื่องที่ต้องใช้ ความชำนาญซ้ำซ้อนและต้องอาศัยเวลา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรับผิดชอบต่อคำพูดที่รัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีแถลงเอาไว้ ว่าจะเป็นตัวพิสูจน์ได้ว่าท่านมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังแค่ไหน แต่วันนี้สิ่งที่เห็นกลายเป็นว่าเราเห็น แต่การแก้ไขปัญหาการเมืองภายใน รายวันของรัฐบาลไม่จบไม่สิ้น แล้วแบบนี้เมื่อไรพี่น้อง ประชาชนจะได้รับการแก้ไขปัญหาครับ ท่านประธานไม่มีเวลาแล้ว ขณะนี้ลูกหลานเยาวชน ของเราอยู่ในสภาวะเปราะบางกลุ่มเสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ภาพที่เราเห็นในขณะนี้มองไป ภาคการศึกษายิ่งสะท้อนใจครับ มีทั้งเด็กที่หลุดและเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาปีละ นับล้านคน เด็กเหล่านี้คือกลุ่มเปราะบางทีมีความเสี่ยงต่อการระบาดของยาเสพติดในอัตราเร่งด่วน นี่ยังไม่นับในส่วนของการศึกษาในระบบที่มีความเหลื่อมล้ำ บางแห่งอาจจะด้อยคุณภาพ ครูไม่พอครบชั้น ไม่สามารถดูแลเด็กได้ทั่วถึงครับ ดังนั้นสถาบันครอบครัวและการศึกษา ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กได้ ปล่อยตามมีตามเกิดแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ปัญหายาเสพติด ไม่ใช่ปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐยิ่งปัญหาหนักเท่าไรก็ยิ่ง สะท้อนถึงความอ่อนแอไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลมากเท่านั้น เราจะปล่อยให้บ้านเมืองของเรา เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ผมในฐานะผู้แทนราษฎรขอสนับสนุนญัตตินี้ แต่หวังว่ากลไกนิติบัญญัติ ในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการบรรเทาทุกข์ของประชาชนในหลายครอบครัวที่จะต้องเผชิญ กับยาเสพติดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน