อัครเดช เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญ แก้ปัญหาแพร่ระบาดยาเสพติดอย่างเป็นระบบแทน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เสนอญัตติให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชนบทและเมืองอย่างเป็นระบบ แทน สส. ปรเมษฐ์ จินา ที่ติดภารกิจ โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงของยาเสพติดที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ พร้อมยกตัวอย่างสถิติการจับกุมและผลกระทบทางสังคมอย่างกว้างขวางเพื่อสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ได้เป็นตัวแทนของท่านปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้เป็นผู้เสนอญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชนบทและในเมืองอย่างเป็นระบบ ซึ่งวันนี้ ท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา ท่านติดภารกิจเลยได้มอบหมายให้ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเดียวกันได้เป็นผู้เสนอญัตติต่อท่านประธานครับ ก่อนอื่นเพื่อเป็นตามข้อบังคับของสภา ผมขออนุญาตได้อ่านญัตติเสนอท่านประธานดังนี้ครับ

ปัญหายาเสพติดนับเป็นหนึ่งในปัญหาสังคมที่รุนแรงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและปัญหาด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ในด้านสุขภาพ ฤทธิ์ของ สารเสพติดแต่ละชนิดส่งผลกระทบต่อระบบประสาท การทำงานของร่างกายเกิดความผิดปกติ สุขภาพเสื่อมโทรม ด้านสังคม การแพร่ระบาดของยาเสพติดนำไปสู่การมั่วสุมเพื่อทำสิ่ง ผิดกฎหมาย อาทิ การลักทรัพย์ การใช้ความรุนแรง การก่อปัญหาอาชญากรรมที่เป็นอันตราย ต่อบุคคลและทรัพย์สินในชุมชน มีผลกระทบต่อทางด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการค้า ยาเสพติด ก่อให้เกิดการสูญเสียเงินตราแก่ผู้ผลิตภายนอกประเทศจำนวนมหาศาล เงินที่ควรจะถูก นำมาใช้สอยเพื่อหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกลับถูกนำไปใช้เพื่อซื้อยาเสพติดนำเงินตรา ออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก ทางด้านความมั่นคงของประเทศ การที่รัฐบาลต้องเสีย งบประมาณจำนวนมหาศาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดถือเป็นผลกระทบ ที่รุนแรงที่บ่อนทำลายเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดยกระบวนการค้ายาเสพติด มีรูปแบบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก รถกระบะ ดัดแปลง รถขนส่งเอกชน ผู้รับจ้างการขนส่ง รวมถึงระบบการซื้อขายผ่านสังคมออนไลน์ ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงยาเสพติดได้ง่าย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย เป็นที่ตั้งของฐานการผลิตยาเสพติดและเป็นฐานการค้ายาเสพติดรายใหญ่ของโลก และมีแนวโน้ม ในการขยายตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยพบมีการเคลื่อนย้าย ยาเสพติดจากแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้านก่อนเข้าสู่ประเทศไทย จึงทำให้ยาเสพติด แพร่กระจายในแนวชายแดนส่งต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. รายงานสถิติการจับกุมคดี ยาเสพติด ปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ ทั้งหมด ๓๓๗,๑๘๖ คดี โดยเป็นยาบ้า เป็นยาเสพติด ที่แพร่ระบาดมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๗๙.๒ เป็นของกลางยาบ้า ๕๕๕.๗ ล้านเม็ดครับ นอกจากนี้ยังเป็นการจับกุมคดียาไอซ์ เฮโรอีน เคตามีน โคเคน และกัญชา ปัจจุบันยาบ้า ได้แพร่ระบาดเข้าไปในชนบททุก ๆ หมู่บ้าน จำหน่ายกันในราคาถูกเพียงเม็ดละ ๒๐ บาท ซึ่งแต่เดิมจำหน่ายในราคาเม็ดละ ๑๐๐-๒๐๐ บาท ราคาของยาบ้าลดลงอย่างต่อเนื่องจึงทำให้ ผู้เสพเข้าถึงการซื้อขายได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นชุมชนเมืองก็ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะชุมชนในเมืองขนาดใหญ่อย่างเช่นกรุงเทพมหานคร แม้จะมีการจับกุมปราบปราม อย่างต่อเนื่องแต่ก็ยังไม่สามารถชะลอการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้ การแก้ไขปัญหา ยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากส่งผลกระทบรุนแรงในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับประโยชน์ของแผ่นดิน จึงจำเป็นอย่างรีบด่วนที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง ของประเทศทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านอื่น ๆ จึงขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชนบท และเมืองอย่างเป็นระบบ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ตามญัตติที่ท่าน สส. ปรเมษฐ์ จินา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรครวมไทยสร้างชาติได้ทำ ญัตติเสนอท่านประธาน จะเห็นว่าปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญและส่งผลกระทบ เป็นอย่างมากทั้งในชุมชน ในเมือง แล้วก็ในสังคมชนบท ผมคาดครับว่าในห้องประชุมนี้ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคงไม่มีพื้นที่ไหนที่ไม่เคยเจอพี่น้องประชาชนมาร้องเรียน เรื่องยาเสพติด ไม่เคยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนที่ไม่เคยเจอพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง ของผู้ที่ติดยาเสพติดนั้นมาร้องเรียนว่าลูกหลานญาติพี่น้องเมื่อเสพยาเสพติดไปแล้วทำให้ จิตหลอน ทำร้ายบุคคลในครอบครัว ทำร้ายแม้กระทั่งพ่อแม่ของตนเอง เมื่อส่งไปบำบัดแล้ว ก็ยังไม่หาย ก็ยังกลับมาทำร้ายบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดอีก อันนี้เป็นปัญหาสังคมในระดับครอบครัว ที่รุนแรง นอกจากนี้อย่างที่ได้นำกราบเรียนท่านประธานในญัตติว่ายังส่งผลกระทบทางด้าน เศรษฐกิจ เงินตราจำนวนมหาศาลของประเทศแทนที่จะนำมาหมุนเวียนในการจับจ่ายใช้สอย สินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ แต่ต้องสูญเสียเงินตราไปที่ต่างประเทศเพื่อเป็นการซื้อ ยาเสพติดนั้นเข้ามา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงแล้วก็แพร่ระบาด มากขึ้น วันนี้ท่านประธานก็คงทราบว่ายาเสพติดนั้นลดลง เพราะว่าปริมาณยาเสพติดเข้ามา ในประเทศเป็นจำนวนมากแล้วปราบกันไม่หมด อย่างที่ท่านประธานดูในญัตติที่เสนอนี้ เป็นคดียาบ้าเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าวันนี้ยาบ้าแพร่ระบาดเข้าไปในหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน บางพื้นที่ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นถูกจับดำเนินคดีกลับเป็นผู้ค้ายาเสพติดเสียเอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นปัญหาของประเทศ แล้วที่ผ่านมานี้ผมดูแล้วนะครับท่านประธาน ญัตตินี้ ไม่ใช่เป็นญัตติแรกที่เรามีการนำเสนอในสภา ผมจำได้ว่าสมัยที่แล้วก็มีญัตติแบบนี้เสนอ เข้ามาในสภา วันจันทร์ที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาในส่วนของการนำเสนอญัตติ เราก็พิจารณา ว่าเอ๊ะแล้วญัตติอย่างนี้เราจะดำเนินการอย่างไร ก็มีข้อสรุปว่าญัตตินี้จะส่งให้กรรมาธิการ ปราบปรามยาเสพติดแล้วก็ฟอกเงินรับไปดำเนินการ ก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าตรงนี้ อยากจะฝากทางกรรมาธิการสามัญ ท่านประธานฟอกเงินแล้วก็ยาเสพติดให้ท่านไปเชิญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขันน็อตอีกสักนิดหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ยาเสพติดมันน้อยลง เพราะว่าตอนนี้มีผลกระทบมาก

ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน คือตอนนี้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างนี้ เมื่อเวลาลูกหลานไปเสพนี่คนเสพจิตหลอน พอจิตหลอนปุ๊บ ก็ทำร้ายพ่อแม่ ทำร้ายญาติพี่น้อง ทำร้ายคนที่อยู่ใกล้ชิด พอเจ้าหน้าที่จับไปบำบัดกลับมา เหมือนเดิมครับ พอเสร็จปุ๊บญาติพี่น้องเดือดร้อนก็มาหา สส. ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แจ้งไป เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ควบคุมตัวไม่ได้ ดำเนินการไม่ได้เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเป็นการทำร้าย ร่างกายกันก็จริงแต่ว่าผู้ที่ติดก็กระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วก็เป็นปัญหาที่ผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ดำเนินการด้วยความยากลำบากนะครับ เพราะว่าจิตเขาหลอนก็เป็นผู้ป่วย พอเป็นผู้ป่วย ไปดำเนินคดีก็ติดอีกว่าเป็นผู้ป่วย การดำเนินคดีก็ค่อนข้างจะลำบากครับ ผมก็เลยเรียนกับ ท่านประธานว่าอันนี้ก็เป็นปัญหาสังคมอีกอย่างหนึ่งว่าจะมีแนวทางอย่างไรที่กรรมาธิการ ปปง. ที่จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลผู้ที่เสพยาเสพติดจนจิตหลอนแล้วก็ทำร้ายบุคคล ในครอบครัว ทำร้ายบุคคลใกล้ชิด แล้วก็ทำร้ายซ้ำซาก แล้วก็ไปบำบัดแล้วก็ไม่หายเราจะ กลับมาจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ผมเองก็คิดนะครับท่านประธาน ไม่ใช่ไม่คิด แต่ก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะแก้อย่างไรนะครับ เพราะว่าเป็นปัญหาที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวก็ไม่ได้นะครับ ก็เคยปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่าจะควบคุมตัวก็เป็นผู้ป่วย ก็ต้องส่งไปบำบัด พอบำบัดกลับมาก็เป็นเหมือนเดิมนะครับ อันนี้เป็นปัญหาสังคมที่จะมากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ก็ฝากประเด็นนี้ให้ทางกรรมาธิการสามัญ ของสภาคือ ปปง. ได้รับไปดำเนินการศึกษาเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ