นพพล เหลืองทองนารา พูดถึงปัญหาความยากจนของประเทศไทย โดยเน้นย้ำว่าปัญหานี้มีหลายมิติ ไม่ใช่แค่ตัวเลขเท่านั้น และทุกคนมีส่วนร่วมในการที่ทำให้ความยากจนเกิดขึ้นในสังคมไทย นอกจากนี้ ยังแสดงความไม่พอใจต่อการบูรณาการแบบไทย ๆ ที่ไม่จริงจัง และขอขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยขจัดปัญหาความยากจน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับผมเองขอที่จะได้ร่วมในการอภิปรายข้อเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน ของท่าน สส. อนุชา บูรพชัยศรี ซึ่งผมเองได้ยินที่ท่านได้กล่าวตอนแรก สำหรับในเรื่องนี้ผมเองต้องขอบคุณ ท่านมากครับ เพราะว่าทุกอย่างที่ท่านได้พูดมาถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ ส่วนตัว ผมสนับสนุนเต็มที่สำหรับการขอให้มีการศึกษาในเรื่องนี้ เพราะจริง ๆ แล้วประเทศไทย ผมขออนุญาตเริ่มตั้งแต่การมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฉบับที่ ๑ ซึ่งเริ่ม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔ แล้วก็ได้มีแผนพัฒนามาตลอด จนปัจจุบันเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ ซึ่งอยู่ในห้วงปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ รัฐบาลในห้วงเวลาที่อยู่ในกรอบตรงนี้ เกือบ ๖๐ ปีทุกรัฐบาล ได้คำนึงถึงปัญหาของความยากจนเป็นสำคัญในทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลที่มาจากอีกทำนองหนึ่ง ขออนุญาตใช้คำว่าอีกทำนองหนึ่ง แล้วกันนะครับ ได้ให้ความสำคัญ เพียงแต่ว่าในปัญหาและอุปสรรคมันก็มีอยู่ไม่น้อย บางครั้ง มีความตั้งใจอย่างมาก แต่ว่าด้วยสิ่งแวดล้อม เพราะเราอยู่ในสังคมโลกทำให้เราไม่สามารถ ที่จะดำเนินการตามสิ่งที่เราตั้งใจได้ เพราะมันมีหลายองค์ประกอบแบบนี้ ผมเลยอยากจะขอ ย้ำเน้นอีกทีหนึ่ง พูดถึงเรื่องของความจน ไม่น่าเชื่อว่าในโลกใบนี้มีคนจนตามที่สหประชาชาติ เขาได้สำรวจมาคือ ๑.๒ พันล้านคน เส้นค่าความยากจนที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดไว้คือ ๑.๙ เหรียญ นั่นก็คือตกวันหนึ่ง ๖๔ บาท แต่ของไทยเราตกวันหนึ่งประมาณ ๑๐๐ บาท ที่ TDRI ได้บอกมาว่าเส้นค่าความยากจนของคนไทย ณ ปัจจุบันนี้ในปี ๒๕๖๗ เท่ากับ ๓,๐๔๓ บาท ท่านครับแต่ประเด็นนั้นมันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ว่าเนื้อในของความยากจนมันมีองค์ประกอบ มาจากหลายมิติ ซึ่งจริง ๆ แล้วกล่าวโทษใครไม่ได้สักคนครับ เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการ ที่ทำให้ความยากจนเกิดขึ้นในสังคมไทยเราครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนะครับ จะเป็นผู้บริหาร หรือแม้แต่สมาชิกสภาที่เป็นคนออกกฎหมายก็ตาม ก็มีส่วนเหมือนกันล่ะครับที่ทำให้ลักษณะ ของความยากจนเกิดขึ้น ข้าราชการหรือแม้แต่ตัวประชาชนเอง ในมาตรการหลาย ๆ มาตรการ ที่รัฐบาลตั้งใจว่าจะช่วยพี่น้อง อย่างเรื่องเกษตรนี่นะครับ ตั้งใจเวลาพืชผลตกต่ำ รัฐบาลตั้งใจที่อยากจะช่วยให้พี่น้องนั้น ได้พ้นทุกข์ ให้พี่น้องได้ขายผลผลิตนั้นได้ราคาสูงเพื่อที่จะไม่ให้ขาดทุน แต่ไป ๆ มา ๆ แล้ว กลับกลายเป็นว่ามีประชากรอยู่กลุ่มหนึ่งก็พยายามที่จะเรียกร้องมาโดยตลอดว่าต้องช่วย ๆ โดยบางทีไม่ได้คำนึงถึงราคาเลย ผมพูดไปอย่างนี้ผมอาจจะโดนต่อว่าต่อขานจากพี่น้อง ประชาชนแน่ แต่ว่าตรงนี้ที่ประชาชนพูดอย่างนั้นก็มีเหตุปัจจัยหนึ่งที่โยงลึกลงไป ก็คือย้อนไปดู ที่ปัจจัยการผลิตคนที่เป็นผู้บริหารก็กลับไม่ค่อยจะดูแลเอาใจใส่เท่าไร ถ้าทุกอย่างทำให้เกิด ครบวงจรทั้งหมด นั่นหมายความว่าเรามาเริ่มดูกันตั้งแต่ อย่างเรื่องของข้าว เรามาว่ากัน ตั้งแต่แรกเลย เราละเลยการพัฒนาพันธุ์ข้าวมามากน้อยแค่ไหนแล้วครับ วันนี้เรามาตั้งต้น กันใหม่ไหม ข้าวไทยเคยเป็นที่หนึ่ง การวิเคราะห์ วิจัย การพัฒนามันหายไปไหน เรามาตั้งต้นกัน เอากันใหม่เลยว่าพันธุ์ไหนจะสู้เขาได้ อะไร อย่างไร เอาให้จริงจัง ปัจจัยการผลิตอื่น ปุ๋ย โครงสร้าง ของปุ๋ยราคาภาษีรัฐบาลดูแลหน่อย อะไรที่พอจะลดหย่อนให้พี่น้องได้นะครับ ให้พี่น้องได้ลด ต้นทุนการผลิต เรื่องของกรมชลประทาน พื้นที่อยู่ในเขตชลประทานแท้ ๆ แต่ยังต้องให้ พี่น้องเกษตรกรต้องเสียสตางค์ในการสูบน้ำเข้าไร่นาของตัวเอง ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เคย มีใครได้พูดถึงแต่เยอะมากในส่วนนี้ ในเรื่องของสถานการณ์โลก รัฐบาลมีข้อมูลอยู่ว่าวันนี้อย่างข้าว สถานการณ์อินเดียเป็นอย่างไรครับ ทั่วโลกเป็นอย่างไร ความต้องการข้าวทั่วโลกเป็นอย่างไร เขาจะขายกันเท่าไร บอกประชาชนหน่อย อย่านั่งนิ่ง บอกเลยอธิบายสถานการณ์ให้ประชาชน ได้รับรู้ด้วยสถานการณ์เป็นอย่างไร องคาพยพทั้งหลายจะต้องมาบูรณาการกัน แต่ขอเถอะครับ อย่าบูรณาการกันแบบไทย ๆ ผมขออนุญาตใช้คำนี้ การบูรณาการแบบไทย ๆ ในคำนิยาม ของผมคือว่าต่างคนต่างวางแผน ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างแก้ปัญหา แต่พอมี คำสั่งบูรณาการถึงมารวมกันอย่างนี้ไม่ถูก เลิกเสียทีนะครับ คำว่า บูรณาการแบบไทย ๆ ขอให้มี การบูรณาการอย่างจริงจัง แล้วก็ต้องขอขอบคุณทุก ๆ รัฐบาลที่ได้ช่วยขจัดปัญหาความยากจน และขอบคุณทางรัฐบาลเพื่อไทยที่อย่างน้อยสิทธิของคนจนที่เข้าถึงบริการของรัฐมากที่สุด ก็คือบัตรทองนี่ละที่ไทยรักไทยเป็นคนเริ่มต้น ผมจึงขออนุญาตสนับสนุนในญัตตินี้ของท่าน สส. อนุชาเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ