สกล เสนอแผนลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ระยะยาว พร้อมผลักดันรัฐสวัสดิการขนส่งสาธารณะ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

สกล สุนทรวาณิชย์กิจ อภิปรายสนับสนุนญัตติศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน โดยเสนอมาตรการเร่งด่วนในการลดรายจ่าย เช่น ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำ รวมถึงระยะสั้นที่ควรส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์และปรับเงื่อนไขค่าความพร้อมจ่ายเพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชน สกล สุนทรวาณิชย์กิจ เสนอมาตรการระยะกลางและระยะยาวเพื่อเพิ่มรายได้ประชาชน โดยในระยะกลางมุ่งเน้นการส่งเสริมสินเชื่อขนาดเล็กผ่านรัฐบาลโดยตรงสำหรับกลุ่มที่ไม่มีเครดิตหรือหนี้นอกระบบ เพื่อลดรายจ่าย และสนับสนุนการสร้างรัฐสวัสดิการขนส่งสาธารณะที่ทั่วถึงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและกระจายรายได้ ส่วนในระยะยาวเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างแบรนด์สินค้าภายในประเทศ ลดการพึ่งพาต่างประเทศ และพัฒนาคุณภาพประชากรให้เป็นแรงงานทักษะสูงพร้อมสิทธิบัตรคุ้มครอง สกล สุนทรวาณิชย์กิจ หารือเรื่องการวางแผนงบประมาณ การปราบคอร์รัปชัน และการพัฒนาคนเพื่อสร้างการเมืองที่ดี พร้อมยกตัวอย่างประเทศเอสโตเนียที่ประสบความสำเร็จจากการมีรัฐธรรมนูญที่ดี

นายสกล สุนทรวาณิชย์กิจ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชน ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา ข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจน ท่านประธานครับ ถ้าเรายกสมการบัญชี อย่างง่ายในการแก้ปัญหาความยากจน นั่นคือการมีเงินเก็บมีค่าเท่ากับรายได้ลบรายจ่ายนะครับ แล้วประชาชนมีเงินคงเหลือ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนหรือลด รายจ่ายให้ประชาชนครับ การเพิ่มรายได้ เช่น การเพิ่มค่าแรงให้สูงขึ้นหรือการทำให้ขาย สินค้าดีขึ้น สำหรับการลดรายจ่าย เช่น ค่าเดินทางถูกลง ค่าน้ำ ค่าไฟถูกลง การมีรัฐสวัสดิการ เป็นต้น ซึ่งผมจะขอเรียบเรียงการแก้ปัญหาความยากจนออกเป็น ๔ ระยะดังนี้

๑. ระยะเร่งด่วน คือระยะที่ต้องทำทันที เป็นการลดรายจ่ายให้ประชาชน ในทันทีครับ เช่น ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ เหมือนนโยบายรัฐบาลที่เคยหาเสียงไว้ ต้องลดทันทีครับ และลดให้ยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิ่งพื้นฐานในการดำรงชีวิตได้อย่างต่อเนื่อง

๒. ระยะสั้นครับ หากต้องการที่จะทำให้ค่าไฟลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ให้ ประชาชนดูแลตัวเองได้ รัฐบาลอาจทำโครงการส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เอง อย่างน้อยนอกจากจะลดค่าไฟแล้วไฟฟ้าที่ผลิตเกินยังขายคืนให้กับ รัฐบาลเป็นการเพิ่มรายได้อีกเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับประชาชนอีกด้วย และเพื่อเป็นการลด ค่าไฟฟ้าให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลควรปรับเงื่อนไขสัญญาค่าความพร้อมจ่ายหรือค่า AP เพราะค่าความพร้อมจ่ายเหล่านั้นถูกรวมอยู่ในค่า Ft ของค่าไฟที่ประชาชนต้องจ่ายครับ เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มจากเงื่อนไขในการผลิตไฟฟ้านะครับ

๓. ระยะกลาง เป็นระยะที่ส่งเสริมให้เงินในกระเป๋าของประชาชนเพิ่มขึ้น และสร้างรัฐสวัสดิการลดรายจ่าย โดยรัฐบาลนำโดยกระทรวงการคลังอาจคิดมาตรการ ในการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชนตัวเล็ก ๆ เพื่อใช้ในการลงทุน อาจเป็นจำนวนไม่มาก สักครอบครัวละไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อให้การลงทุนในกิจการ โดยรัฐบาลเป็นผู้เข้ามา ควบคุมเองไม่ต้องผ่านธนาคาร เนื่องจากประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีเครดิต หรือเครดิตไม่ดีครับ หรือเป็นกลุ่มที่แบกรับภาระหนี้นอกระบบ จ่ายดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม ในอัตราร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ต่อเดือนบ้าง เพราะประชาชนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึง แหล่งทุนได้ และสำหรับการสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อลดรายจ่าย สิ่งที่ประเทศไทยในหลาย ท้องถิ่นยังขาดแคลนมากก็คือการมีขนส่งสาธารณะครับ หากมีการส่งเสริมขนส่งสาธารณะ ให้ประชาชนไม่ต้องมีรถส่วนตัวก็เดินทางได้ จะทำให้ประชาชนไม่ต้องลงทุนซื้อรถแล้วก็ ประหยัดค่าน้ำมัน และยังได้สุขภาพดีในระยะยาวจากการเดินเท้า ลดการเกิดอุบัติเหตุรถล้ม ไม่เสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลยามแก่ให้เป็นภาระลูกหลานเป็นต้น และการมีขนส่งสาธารณะ ทั่วถึงยังช่วยให้รายได้จากการท่องเที่ยวกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ เป็นการเพิ่มรายได้อีกด้วย

๔. ระยะยาว รัฐบาลต้องพัฒนาคุณภาพของคนให้สูงขึ้นลงทุนให้มีนวัตกรรม ของชาติเพิ่มมากขึ้น วางแผนใช้งบประมาณโครงสร้างพื้นฐานอย่างชาญฉลาด การปราบคอร์รัปชัน และการมีรัฐธรรมนูญที่ดีครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีผู้จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ เฉลี่ยปีละ ๓๓,๐๐๐ คน แต่ประเทศเรากลับไม่มี Brand รถยนต์เป็นของเราเองเลยทั้งที่ ประเทศเราก็มีรถยนต์อยู่ในระบบมากถึง ๔๒ ล้านคัน มีปริมาณการซื้อรถยนต์ของไทยอยู่ที่ ๘.๓๕ แสนคันต่อปี ถ้าคนไทยใช้นวัตกรรมของไทยเราก็จะไม่เสียดุลการค้า และในสินค้า ประเภทอื่นก็เช่นกัน ประเทศไทยนำโดยรัฐบาลต้องส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม สร้าง Know How ให้เกิดผู้ประกอบการภายในประเทศและส่งเสริมการจดและคุ้มครองสิทธิบัตรเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมการแข่งขันของเอกชน พัฒนาคุณภาพของประชากรให้สูงขึ้นเป็นแรงงาน ทักษะสูงเหมือนเช่นตัวอย่างในประเทศที่พัฒนาแล้วครับ

อีกหนึ่งประเด็นคือการวางแผนใช้งบประมาณสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อย่างชาญฉลาดและการปราบคอร์รัปชัน เพราะงบประมาณของรัฐคืองบก้อนใหญ่ ถ้างบประมาณ แต่ละปีถูกบริหารราชการในทิศทางที่มีประสิทธิภาพและไม่มีคอร์รัปชันไม่มีสินบนเลย ถ้านับรวม ร้อยปีสะสมป่านนี้ผมเชื่อว่าประเทศไทยเราอาจจะมีเทคโนโลยีอวกาศไปแล้วก็ได้ครับ แต่ต้นเหตุของการไม่คอร์รัปชันเราก็ต้องพัฒนาคนให้ถ้วนหน้า พัฒนาการศึกษาให้รู้เท่าทัน คนไม่ดี หักห้ามใจไม่ให้เป็นคนไม่ดี และการสร้างการเมืองดีเพื่อเข้ามาตรวจสอบให้คนไม่ดี อยู่ไม่ได้ครับ

ประการสุดท้าย การกำหนดสิทธิพื้นฐานของประชาชนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต และการต่อยอดชีวิตให้หลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้ หากเรามีกฎหมายที่ดี เช่น การกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าประชาชนทุกคนต้องมีสิทธิเข้าถึง ระบบอินเทอร์เน็ต ผมขอยกตัวอย่างของประเทศเอสโตเนียที่ขึ้นชื่อเรื่องนี้ เขากำหนดเช่นนี้ ไว้ในรัฐธรรมนูญจึงทำให้ประชาชนของเขาสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่เพื่อพัฒนาคุณภาพ ชีวิตของเขาให้ก้าวทันโลกได้ และไม่มีคนหลุดออกจากระบบราชการดิจิทัลอย่างที่รัฐบาล ของเขาวาดฝันไว้ครับ เห็นไหมครับใครว่ารัฐธรรมนูญไม่สำคัญ มีคนบอกว่าพรรคประชาชน ให้ไปแก้ปากท้องก่อนแก้รัฐธรรมนูญนะครับ ดูประเทศเอสโตเนียเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้วมีขนาด เศรษฐกิจเล็กกว่าประเทศไทย ปัจจุบันจีดีพีต่อหัวของเอสโตเนียเขาแซงไทยไปแล้วเพราะเขา มีรัฐธรรมนูญที่ดีครับ ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่ดี กฎหมายดีย่อมนำไปสู่ประชาชนที่มีปากท้องดี และมีอนาคต ท่านประธานครับ โดยสรุปผมเชื่อว่าหากประเทศไทยสามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปราบคอร์รัปชันและมีรัฐธรรมนูญที่ดีดัง Slogan คำว่า การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ปัญหา ความยากจนก็จะถูกแก้ไข ขอบคุณครับ