พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ หารือเรื่องกับดักความยากจนทั้งทางเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ โดยชี้ให้เห็นปัญหาการเข้าถึงโอกาส การศึกษา สาธารณูปโภค และเงินทุน พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่ห่างไกลที่เด็กต้องเผชิญอุปสรรคในการเดินทางเพื่อไปโรงเรียน นอกจากนี้ยังเสนอให้รัฐบาลเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นว่าการศึกษาไม่ใช่การสงเคราะห์แต่เป็นการลงทุนในการพัฒนาทุนมนุษย์
เรียนท่านประธาน เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่กำลังรับชมการทำงานของ สภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้นะคะ ดิฉัน พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้แทนประชาชน จากเขตคลองสามวา พรรคประชาชน ท่านประธานเคยได้ยินเรื่องกับดักของความยากจนไหมคะ ในขณะที่ความมั่งคั่งนั้นถูกส่งต่อเป็นมรดก ความยากจนก็ถูกส่งต่อเป็นมรดกให้รุ่นต่อไป เช่นเดียวกันค่ะ พวกเขาเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ยากจนและมีภาระ มีค่าใช้จ่ายมีค่าครองชีพ มีต้นทุนชีวิตที่ต้องจ่ายมากเหลือเกินและเป็นเดอะแบกของครอบครัวที่ต้องแบกรับภาระ มีภาระมากมายที่ฉุดรั้งไม่ให้เขาก้าวไปข้างหน้าตั้งแต่ต้นชีวิต และประเภทของกับดักความยากจน มันก็มีหลากหลายด้วยกันค่ะท่านประธาน หนึ่งในนั้นก็คือกับดักความยากจนทางเศรษฐกิจที่เรากำลังหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันในวันนี้ รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ โอกาสทางเศรษฐกิจที่จำกัด การว่างงานการตกงาน ในสภาวะเศรษฐกิจ การไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อหรือการบริการทางการเงิน เมื่อสักครู่ใช่ไหมคะ มีเพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าทางรัฐก็มีความพยายามที่จะส่งเสริมการฝึกอบรมอาชีพต่าง ๆ แต่ว่ามีประชาชนเข้าร่วมน้อยเกินไป นี่ละค่ะคือปัญหาที่เราต้องมาคุยกัน เพราะว่าในวันที่ ประชาชนมีชีวิตที่ต้องดิ้นรนกับการหาปัจจัย ๔ ไปวัน ๆ การจะถึงเว็บไซต์ของรัฐ เว็บไซต์ ของหน่วยงานรัฐสักอย่างเพื่อรู้ว่าตอนนี้รัฐมีโครงการอบรมอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขา ไม่ว่าจะเป็นคนจนเมืองหรือคนจนที่อยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล การเดินทางทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย เหล่านี้คืออุปสรรค และแม้ว่าเขาพาตัวเองไปอบรมอาชีพเหล่านั้นแล้วการเข้าถึงเงินทุน เพื่อที่จะไปประกอบอาชีพอย่างที่ไปอบรมมาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขาค่ะท่านประธาน นี่คือสาเหตุที่เราต้องมาคุยกันแล้วกับดักพวกนี้จะต้องถูกทำลาย ถูกปลดล็อกทีละล็อก ไปด้วยสภาแห่งนี้ ต่อไปเป็นเรื่องกับดักความยากจนทางภูมิศาสตร์ค่ะประธาน เกิดเมืองใหญ่ ต้องยอมรับว่าเราได้เปรียบตั้งแต่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเข้าถึงการศึกษา การดูแล สุขภาพโอกาสในการทำงานที่มีรายได้ดีมากกว่าพื้นที่อื่น ท่านประธานคะดิฉันเคยลงพื้นที่ เข้าไปอยู่ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่ที่เข้าไปดูเรื่องเคสล่วงละเมิดทางเพศ เด็ก ๆ ชาติพันธุ์นะคะ เด็ก ๆ พวกนี้ลงจะเขามาเป็นชั่วโมง ๆ ข้ามน้ำ ข้ามห้วย น้ำประปา ก็เป็นน้ำประปาภูเขา ดิฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของเด็ก ๆ พวกนี้หรอกค่ะว่าความลำบากที่จะ เข้าถึงการศึกษาในระดับนั้นนี่มันลำบากมากมายขนาดไหน เด็ก ๆ เล่าให้ดิฉันฟังค่ะว่า ซ้อนมอเตอร์ไซค์พี่สาวลงมาเจอหมี เจองูจงอางขวางทางไปโรงเรียนไม่ได้ นี่คือหนึ่งในกับดัก ความยากจนที่เด็กในประเทศของเรายังเผชิญอยู่
ต่อไปก็คือเรื่องที่เป็นหัวใจหลักที่ดิฉันอยากจะเน้นย้ำนะคะก็คือเรื่องกับดัก ความยากจนทางการศึกษา เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญค่ะ ดิฉันกล่าวไปหลายตัวอย่าง ยกตัวอย่าง ไปบ้างแล้ว กับดักบางตัวทำงานร่วมกัน กับดักบางตัวทำงานแยกกัน แต่ล้วนแล้วแต่เป็นตัว กีดขวางไม่ให้ประชาชนของพวกเรานั้นเข้าไปสู่โอกาสที่จะเลื่อนสถานะทางเศรษฐกิจได้ แน่นอนค่ะว่าการแก้ไขปัญหาความยากจนนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องซับซ้อน ที่แทบจะเป็นปัญหาร่วมกันในรัฐบาลของทุกประเทศทั่วโลก แต่หนึ่งในกุญแจที่จะปลดล็อก เรื่องนี้ได้ก็คือการศึกษา จากรายงานสถานการณ์ความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศ ของเราพบว่าการศึกษามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการยกระดับคุณภาพชีวิต แล้วก็ลดความเสี่ยง ให้คนตกลงไปในกับดักของความยากจน แต่เด็กจากครอบครัวที่มีความยากจนก็ยังเผชิญ ปัญหาการเข้าถึงการศึกษาค่ะท่านประธาน เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกหลายคนได้กล่าวไปแล้ว ว่าเส้นความยากจนในประเทศของเราอยู่ที่ ๓,๐๔๓ บาทต่อเดือน ใครที่รายได้มากกว่านั้น ยินดีด้วยท่านไม่ใช่คนยากจนในประเทศนี้ ดูเผิน ๆ ใช่ไหมคะประเทศเราอาจจะดูเหมือนกับว่า มีโอกาสมีความก้าวหน้าในเรื่องของการเข้าถึงการศึกษาค่ะ โดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา ค่อนข้างมากค่ะ แต่ถ้าเรามาดูในระดับพื้นฐานจะพบว่าเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา มากเลยทีเดียว ถ้าเรามาดูอัตราการเข้าเรียนสุทธิของเด็กยากจนและยากจนที่สุดในประเทศ ของเรานะคะหลุดออกไปจากระบบการศึกษาจำนวนมากเลย ระดับมัธยมต้นมีเด็กที่ยากจน อยู่ในระบบการศึกษาของพวกเรา ๖๗.๔๑ เปอร์เซ็นต์ พอมาถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ก็จะเหลือเพียงร้อยละ ๔๑.๐๙ และโอกาสที่เด็กจากครอบครัวที่ถูกจัดว่ายากจนและยากจนพิเศษ ในประเทศของเราจะก้าวเข้าไปคว้าปริญญาตรีได้มีแค่ ๑ ใน ๑๐ เท่านั้นค่ะท่านประธาน นี่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างโอกาสทางการศึกษากับสถานะทางเศรษฐกิจของครอบครัว อย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วเพื่อให้ระบบการศึกษาของไทยสามารถเป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำ ได้จริง ทางออกเรื่องนี้จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายในระดับปฏิบัติการที่รัฐบาลทำง่าย ๆ ได้เลย ก็คือเรื่องของการเชื่อมต่อข้อมูลกันระหว่างหน่วยงานราชการ รัฐบาลมีข้อมูลอยู่แล้ว เด็กแต่ละคน มีเลขบัตรประชาชนอะไร เท่าไร อย่างไร สวัสดิการของเรามีเท่าไร อย่างไร สามารถที่จะทำ ได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณใด ๆ ด้วย แค่ทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานเท่านั้นเอง ส่วนในเชิงนโยบายเราทำอยู่แล้วใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงระบบการศึกษาให้สอดคล้อง กับสังคมปัจจุบัน การกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม พัฒนากลไกสนับสนุนต่าง ๆ เวลาเหลือน้อยแล้วนะคะ ดิฉันขอฝากให้ทุกท่านเลิกมองการศึกษาเป็นเรื่องของการสงเคราะห์ ค่ะท่านประธาน เลิกมองการศึกษาว่าเป็นการสงเคราะห์ที่รัฐให้กับประชาชนค่ะ แต่ว่า เราจะต้องมองว่าการศึกษาคือการพัฒนาทุนมนุษย์ คือการลงทุนเพื่อให้ประเทศของเราหลุดพ้น จากกับดักรายได้ปานกลาง ดิฉันขอจบการอภิปรายนี้ไว้ด้วยการฝากให้ท่านสนใจในประเด็น ของการศึกษาแล้วก็จะแก้ไขปัญหาความยากจนนี้ได้ต้องอาศัยความร่วมมือของพวกเรา ทุกคนร่วมกัน ขอบคุณมากค่ะ