นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ อภิปรายปัญหาหนี้สินครัวเรือนและสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยเสนอมาตรการควบคุมสินเชื่อ ศึกษาแนวทางแก้ไขจากต่างประเทศ และนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินเกินกำลังจ่ายผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การนำหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้าสู่ระบบเครดิตบูโร, การควบคุมเพดานวงเงินกู้ของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ, การออกกฎหมายควบคุมเพดานดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ และการสร้างโครงสร้างสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมเรียกร้องให้สภาเห็นชอบญัตตินี้เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปนโยบายหนี้สินของประเทศ
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด นนทบุรี พรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอใช้โอกาสนี้นะครับอภิปรายถึงปัญหาที่สำคัญที่ส่งผล กระทบต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวไทยจำนวนมากนะครับ นั่นคือปัญหาหนี้สินเกินกำลังจ่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนไม่มีเงินเหลือใช้ในแต่ละเดือน ติดกับดักความยากจน และขาดโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจของตนเอง ปัจจุบันนะครับประเทศไทยกำลังเผชิญกับ สภาวะที่เรียกว่าหนี้สินครัวเรือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือพี่น้อง ประชาชนจำนวนมากกำลังจมอยู่กับหนี้สินนอกระบบเครดิตบูโร ซึ่งรวมถึงหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้นอกระบบและสินเชื่อที่ไม่โปร่งใส คำถามสำคัญนะครับที่เราต้องหาคำตอบในวันนี้ ก็คือ ๑. เหตุใดประชาชนไทยถึงติดกับดักหนี้สินที่เกินกำลังจ่ายมากมายเหลือเกิน ทำไม หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์จึงกลายเป็นภัยเงียบที่ไร้การควบคุมในปัจจุบัน ประเทศไทย จะสามารถเรียนรู้อะไรจากต่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ปัญหาหนี้สินเกินกำลังจ่ายในประเทศไทย จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยนะครับ ระบุว่าคนไทยเป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยและประชาชนจำนวนมากมีภาระหนี้สูงจนไม่มีเงิน เหลือใช้ในแต่ละเดือน สถิติสำคัญปัจจุบันนี้หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีซึ่งถือ เป็นตัวเลขที่มากที่สุดในประวัติการณ์นะครับ คนไทยมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของแรงงาน ในระบบมีภาระหนี้สินที่ต้องผ่อนชำระมากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อเดือน คนไทย มีหนี้สูงที่สุดในประเทศก็คือข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ต้องกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ถือเป็นหนี้ที่ซ่อนอยู่และไม่ได้ถูกบันทึกในฐานเครดิตบูโร ทำให้ ประชาชนหลายคนสามารถกู้เงินต่อไปได้ แม้จะมีหนี้สินล้นพ้นตัวก็ยังจะสามารถกู้ผ่านระบบ สหกรณ์ได้ เพราะฉะนั้นปัญหาของหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์มีทั้งหมด ๓ เรื่องที่ผมจะพูดถึงก็คือ ๑. เรื่องมาตรการของการไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวด เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์แต่ละแห่ง กำหนดกฎเกณฑ์การปล่อยกู้ด้วยตนเอง ๒.ประชาชนต้องไปกู้เงินแบบ Refinance ซ้ำ ๆ คือคนที่กู้เงินไปแล้วก็ยังสามารถกู้เพิ่มได้อีกโดยไม่มีการตรวจสอบความสามารถในการชำระ คืนหนี้เลย ๓. ก็คือเรื่องของการหักเงินเดือนโดยอัตโนมัติจะทำให้บางคนแทบไม่เหลือเงินใช้จ่าย ในแต่ละเดือนเลยหลังจากหักค่าใช้จ่ายหรือชำระหนี้แล้ว ตัวอย่างที่เกิดขึ้นที่ผมได้กล่าวมาก็คือข้าราชการจำนวนมากนั้นจะถูกหักเงินเดือนทั้งหมด เพื่อชำระหนี้สหกรณ์ บางคนเหลือเงินติดบัญชีที่หักทุกอย่างแล้วต่อเดือนเพียง ๒๐ บาทก็ยังมี บางคนต้องกู้เงินมันเลยทำให้เกิดการกู้เงินนอกระบบเพิ่มเพราะเงินเดือนที่ได้ไม่พอใช้ ถ้าเรา เทียบกับระบบสินเชื่อในต่างประเทศที่เขาเจริญแล้วอย่างประเทศสิงคโปร์และเกาหลีใต้ ในสิงคโปร์จะมีระบบควบคุมสินเชื่อส่วนบุคคลโดยกำหนดว่าคนที่มีภาระหนี้เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ต่อเดือนนั้น ท่านจะไม่ได้รับสินเชื่อเพิ่มเติมใด ๆ อีกต่อไป ต่างกับประเทศไทยนะครับ อย่างในประเทศเกาหลีใต้ก็เหมือนกันธนาคารแห่งชาติควบคุมการพิจารณาความสามารถ ในการชำระหนี้หรือ DSR ของเขา เขาก็จะมีองค์กรนี้คอยควบคุม คอยมอนิเตอร์ว่าแต่ละคนนั้น มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ เขาถึงจะปล่อยนะครับ ผมเลยข้อเสนอตรงนี้ก็คือ เราควรจะกำหนดเพดานหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์และนำข้อมูลหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์นี้ เข้าสู่ฐานเครดิตบูโร เพื่อให้แบงก์หรือว่า Non-Bank ได้เอาไปทำการประเมินความสามารถ ในการชำระหนี้ของบุคคล ทีนี้เรามาดูตัวอย่างของประเทศที่เขาประสบความสำเร็จในการลด ความยากจนในแต่ละประเทศเขามีแนวทางแก้ไขปัญหาความยากจนแตกต่างกันอย่างไร ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เราสามารถศึกษาและนำไปปรับใช้ให้ เหมาะสมกับประเทศไทยได้นะครับ อย่างนโยบายของประเทศแรกที่ผมจะพูดถึงก็คือ นโยบายของประเทศจีนเขาได้มีการออกนโยบายภาพใหญ่เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชากร ของเขากว่า ๘๕๐ ล้านคนนั้นหลุดพ้นจากความยากจนภายใน ๔๐ ปีข้างหน้า ซึ่งนโยบายอันนี้ เขาเรียกว่าการขจัดความยากจนแบบแม่นยำ โดยมีการใช้ Big Data และเอไอเพื่อระบุว่า ครัวเรือนไหนจนจริงครับและจะได้มีการจัดมาตรการที่ช่วยเหลือเฉพาะแบบบุคคลเลย จากฐานข้อมูล Big Data และเอไอที่เขาได้พัฒนาขึ้นมา ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องเข้าไป ดูแลประชาชนรายบุคคลและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อให้เขาหลุดพ้นจากความยากจน ผลลัพธ์ก็คือตอนนี้ประเทศจีนก็มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและพี่น้องประชาชนชาวจีนก็หลุดพ้น ความยากจนหลายร้อยล้านคน สำหรับอีกประเทศหนึ่งที่ผมขออนุญาตเอ่ยถึงก็คือประเทศ สิงคโปร์ สิงคโปร์ก็จะมีการผลักดันในเรื่องระบบประกันสังคมและการออมทรัพย์แบบบังคับ วิธีการของสิงคโปร์ก็จะใช้กองทุน CPF ทุกคนจะต้องสะสมเงินเข้ากองทุนนี้ ก็คือการหักเงินเดือน อัตโนมัติ จะสามารถใช้เงินจากกองทุนนี้เพื่อ ๑. ในการซื้อบ้าน ๒. เรื่องของการศึกษา และ ๓. คือค่ารักษาพยาบาล ก็เลยทำให้สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีสวัสดิการที่ดีหลังเกษียณ แล้วก็มีความมั่นคง ท่านประธาน ประเทศสุดท้ายอย่างเกาหลีใต้เราจะเคยเห็นว่าเกาหลีใต้ เคยมาดูงานที่ประเทศไทยแล้วก็ต้องการจะมีเศรษฐกิจดีเหมือนประเทศไทยเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันนี้เกาหลีใต้ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะสูง สนับสนุนธุรกิจ SMEs แล้วก็อุตสาหกรรมทางเทคโนโลยีซึ่งต่างกับประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นไปที่เกษตรกร ทุกวันนี้เกาหลีใต้ก็ได้ให้ความสำคัญหนักในเรื่องของการศึกษา แล้วก็เน้นในเรื่องของการพัฒนา อุตสาหกรรม Hitech อย่างยานยนต์ แล้วก็อิเล็กทรอนิกส์จนปัจจุบันเกาหลีใต้ก็พัฒนาเป็น ประเทศที่ติด ๑ ใน ๔ ของเอเชียที่มีเศรษฐกิจที่ดี
สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหา หนี้สินที่เกินกำลังจ่ายที่ได้กล่าวมาเบื้องต้น ๑. ก็คือนำหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์เข้าสู่ระบบเครดิตบูโร เพื่อให้มีการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ก่อนปล่อยเงินกู้ ๒. ในการควบคุม เพดานหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ก็คือจำกัดวงเงินกู้ของข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ๓. คือการออกกฎหมายควบคุมดอกเบี้ยหนี้นอกระบบ กำหนดเพดานดอกเบี้ยไม่ให้เกิน อัตราที่ประชาชนสามารถรับได้ในปัจจุบัน ๔. คือการสร้างโครงสร้างคือสินเชื่อฉุกเฉิน ทางเลือกสำหรับพี่น้องประชาชนให้ประชาชนนั้นสามารถเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและ สามารถเข้าถึงสินเชื่อเงินกู้แบบง่าย ๆ ท่านประธานครับประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน เกินกำลังจ่ายที่รุนแรงซึ่งเป็นผลจากนโยบายสินเชื่อที่ไม่มีมาตรการการควบคุมที่เหมาะสม อย่างไรผมขอให้สภาผู้แทนราษฎรโดยเห็นชอบญัตตินี้หรือส่งไปให้คณะกรรมาธิการที่ดูแล พิจารณาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปนโยบายหนี้สินของประเทศ เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง ขอบพระคุณครับท่านประธาน