กฤช ศิลปชัย เสนอญัตติให้สภาพิจารณายกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียน เพื่อสร้างกองทุนดูแลระบบการผลิตและส่งออก โดยเสนอเก็บค่าธรรมเนียมส่งออก ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อนำเงินไปแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ไฟฟ้า ราคาปัจจัยการผลิต และราคาตลาดที่ผูกขาดกับจีน กฤช ศิลปชัย เสนอแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมทุเรียนไทยทั้ง ๖ ด้าน ได้แก่ วิจัยเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานโดยคนไทย การสร้างความเชื่อมั่นในตลาด การส่งเสริมการแปรรูปและระบบโลจิสติกส์ การสร้างกองทุนชดเชยเกษตรกร และกำหนดมาตรฐานคุณภาพเพื่อผลักดันให้ทุเรียนไทยเป็นผู้นำตลาดโลก
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม กฤช ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่าน สส. พงศธร ศรเพชรนรินทร์ ให้เป็นผู้สรุป ญัตติเรื่องทุเรียน ท่านประธานครับ ในพื้นที่ตำบลตะพง ตำบลกระเฉด ตำบลสำนักทอง อำเภอเมือง แล้วก็อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา ในพื้นที่จังหวัดระยองของผมนั้นเป็นพื้นที่ ปลูกทุเรียนกันเยอะครับ แล้วตอนนี้ก็ปลูกกันในอีกหลายจังหวัด ผมลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้อง ประชาชนชาวสวนทุเรียนก็มักจะได้ยินข้อห่วงกังวลของชาวสวน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำ เรื่องไฟ ราคาปุ๋ย ไปจนถึงราคาขายในแต่ละปี ท่านประธานครับ มูลค่าส่งออกผลไม้ทุเรียนเป็นอันดับหนึ่ง ทุเรียนคือราชาแห่งผลไม้ ส่งออก ๗.๒ ล้าน จากปี ๒๕๖๒ เพิ่มเป็น ๑.๖ แสนล้าน ในปี ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นราว ๆ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ร้อยละ ๙๐ เป็นทุเรียนสด ร้อยละ ๑๐ เป็นทุเรียนแช่แข็ง โดยภาคตะวันออก ท่านประธานครับ เป็นภาคที่ส่งออกสูงสุดด้วยตัวเลขที่สูงขณะนี้ทุเรียน เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่เส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของชาวระยองและชาวภาคตะวันออก ของผม พื้นที่ปลูกทุเรียนปี ๒๕๕๗ ราว ๆ ๗.๕ แสนไร่ครับ ปี ๒๕๖๖ เพิ่มเป็น ๑.๕ ล้านไร่ สิ่งที่รัฐจัดการไม่ทันการเติบโตของทุเรียน ก็คือน้ำและไฟฟ้า ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวสวนทุเรียน ในพื้นที่ของผมสะท้อนมาอย่างต่อเนื่องถึงความกังวลเรื่องปริมาณน้ำในหน้าแล้ง ว่าจะเพียงพอ ในแต่ละปีหรือไม่นะครับ บางพื้นที่มีปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำที่ปนเปื้อนจากน้ำเสียของโรงงาน อุตสาหกรรมบ้าง รวมถึงกำลังไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอที่จะใช้สูบน้ำ แผนการจัดการน้ำยังไม่สามารถ รองรับการเติบโตได้ทัน แผนการพัฒนากำลังไฟฟ้าก็ตามไม่ทัน ยังมีเรื่องราคาปุ๋ย ราคายา ที่แพงขึ้น บางอย่างแพงขึ้นเกือบเท่าตัวครับ ถึงฤดูกาลจะตัดทุเรียนก็ต้องลุ้นกันว่าราคาจะได้ ราคาเท่าไร นี่คือเสียงสะท้อนที่พวกผมได้ยินพี่น้องชาวสวนทุเรียนในพื้นที่สะท้อนมาโดยตลอด และเรื่องใหญ่ที่ชาวสวนทุเรียนกังวล สนใจคือราคาทุเรียนที่ต้องผูกขาดกับตลาดจีนเป็นหลัก ซึ่งก็เป็นประเด็นแทรกแซงอย่างเช่นการตรวจพบสารแคดเมียมและสาร BY2 ที่พบล่าสุด ที่อาจส่งผลให้ราคาทุเรียนในปีนี้ยังน่าเป็นกังวล ชาวสวนจะถูกผลักภาระค่าตรวจต่าง ๆ มาให้ชาวสวนทุเรียนต้องแบกรับกันด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนภาครัฐทำงานกันในเชิงรับ แทบไม่เห็นการทำงานในเชิงรุก ไม่สามารถกำหนดมาตรฐานของตนเองและสร้างความเชื่อมั่น ให้กับตลาดทุเรียนได้ ยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ภาครัฐต้องอำนวยความสะดวก ให้ชาวสวนทุเรียนในการจัดหาแรงงานให้มากกว่านี้รวมไปถึงการสนับสนุนเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อใช้ต้นทุนการผลิตที่เหมาะสมและได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและมีผลผลิตต่อไร่สูงนะครับ ท่านประธานครับหากดูตัวเลขการส่งออกที่สูงถึง ๑.๖ แสนล้านบาท ดูจากวิธีเพาะปลูก การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ทุเรียนเสมือนหนึ่งเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรที่ต้องมีการดูแล อย่างเป็นระบบ และด้วยตัวเลขที่กล่าวไปทุเรียนสามารถดูแลตัวเองได้ จึงเป็นที่มาที่ทางผม ต้องเสนอญัตติให้สภาพิจารณาศึกษาเพื่อยกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียนความต้องการ ของเครือข่ายชาวสวนทุเรียนด้วยหลักการง่าย ๆ ครับว่าถ้าเราเก็บค่าธรรมเนียมส่งออก ได้เล็กน้อย เช่นสัก ๑ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑.๖ แสนล้านบาท เราจะมีเงินในกองทุนราว ๆ ประมาณ ๑.๖ พันล้านบาทต่อปี เพื่อมาดูแลทุเรียนอย่างเป็นระบบ เงินจากกองทุนนี้เอามาใช้ ทำอะไรครับ ผมก็ขอยกตัวอย่างสัก ๖ ข้อครับ
๑. วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร เพื่อให้ระบบเกษตรแม่นยำ ลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้ทรัพยากรเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพิ่มคุณภาพและความหลากหลาย อันเป็นเอกลักษณ์ของทุเรียนในแต่ละแห่ง ทำฐานข้อมูลเชิงรุกเพื่อวางแผนร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาแหล่งน้ำ และขยายกำลังไฟฟ้า
๒. สนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการทุเรียนตลอด Supply Chain โดยคนไทย เรื่องนี้เป็นข้อห่วงกังวลของคนในวงการทุเรียนที่เกรงว่าจะเดินซ้ำรอยลำไยครับ
๓. สร้างความเชื่อมั่นและอำนาจต่อรองกับตลาดเดิมและแสวงหาตลาดใหม่
๔. ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าตลอดจนเทคโนโลยีการจัดเก็บขนส่งเพื่อ คงสภาพทุเรียนจากต้นทางถึงปลายทาง ก็คือการแกะเนื้อแช่เย็นครับ
๕. ชดเชยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนอย่างเหมาะสมเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติ เช่น ภัยธรรมชาติ โรคระบาด หรืออาจนำมาเป็นกองทุนสำหรับการตรวจหาสารเคมีตกค้าง หากจำเป็นต้องตรวจเหมือนกรณีแคดเมียมหรือ BY2 เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับพี่น้องชาว เกษตรกร และ
๖. ส่งเสริมและควบคุมคุณภาพทุเรียนไปจนถึงสร้างมาตรฐานทุเรียนโดยเรา เป็นคนกำหนด ทั้งนี้ก็ต้องขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นหรือฝากไปยัง คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ที่จะตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้าน เพื่อให้มีข้อเสนอรวมไปถึงยกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการ เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ชาวสวนทุเรียนเพื่อยกระดับทุเรียนไทยให้เราเป็นผู้นำและกำหนด ตลาดโลกครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ