ร่มธรรม ขำนุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืน โดยชี้ว่าทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญสร้างรายได้มหาศาลและเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่การขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็วในภาคใต้และจังหวัดพัทลุงนำมาซึ่งปัญหาต้นทุนการผลิต การใช้น้ำ ควบคุมคุณภาพ และการแข่งขันจากต่างประเทศ จึงเสนอให้สภาฯ พิจารณาบริหารจัดการทั้งระบบ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอแนะให้คณะกรรมาธิการศึกษาโครงสร้างและกลไกบริหารจัดการทุเรียนทั้งระบบ โดยเน้นการกำหนดเจ้าภาพหลัก การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการพิจารณาจัดตั้งกฎหมายเฉพาะเพื่อควบคุมคุณภาพและพัฒนาตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอการจัดตั้งกองทุนทุเรียนไทยเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ศึกษาการบริหารจัดการพื้นที่และการจัดหาน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือปัญหาคุณภาพทุเรียนจากการส่งออกที่มีสารปนเป
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออนุญาต อภิปรายสนับสนุนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาการส่งเสริม พัฒนา แก้ไขปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืนทั้งระบบ และยกร่าง กฎหมายว่าด้วยทุเรียน ซึ่งท่านสรรเพชญ บุญญามณี แล้วก็เพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน เป็นผู้เสนอครับ ท่านประธานครับ ญัตติเรื่องทุเรียนในวันนี้เป็นประเด็นที่สมควรสนับสนุน อย่างยิ่งครับ เพราะว่าทุเรียนถือเป็นผลไม้ทางเศรษฐกิจที่สำคัญครับ แล้วก็ได้สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมหาศาลกว่าแสนล้านบาทในแต่ละปีครับ ซึ่งประเทศไทยของเรา เป็นผู้ส่งออกทุเรียนอันดับหนึ่งของโลกนะครับ โดยมีตลาดที่สำคัญก็คือประเทศจีนนะครับ ที่มีความต้องการการบริโภคที่สูงมากครับ โดยในปี ๒๕๖๗ ครับ จีนมีการนำเข้าทุเรียนกว่า ๑.๖ ล้านตัน แล้วก็คาดการณ์ว่าในอีก ๗ ปีข้างหน้าอาจจะมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง ๕ ล้านตัน ซึ่งอุตสาหกรรมทุเรียนของไทยเราอาจจะสามารถสร้างรายได้สูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นโอกาสที่สำคัญของพี่น้องประชาชนในการสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคง แล้วก็เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วยครับ แต่เราจะเห็นครับว่าในปัจจุบัน หลายพื้นที่ก็มีการขยายการปลูกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด รวมถึงในภาคใต้ แล้วก็ จังหวัดพัทลุงของผมด้วยนะครับ จากที่สอบถามไปยังสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง พบว่า ในปี ๒๕๖๗ พื้นที่ปลูกทุเรียนในพัทลุงมีอยู่ประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอริม เทือกเขาบรรทัดครับ ก็คืออำเภอกงหรา ตะโหมด ศรีบรรพต ศรีนครินทร์ ป่าพะยอม แล้วก็ ป่าบอน เป็นต้นนะครับ ด้วยที่ว่าเรามีความอุดมสมบูรณ์มีดินดี มีแร่ธาตุที่ดี มีน้ำที่ดีจากต้นน้ำ เขาบรรทัด แล้วก็มีอากาศที่ดีนะครับ ทำให้ทุเรียนของเรามีคุณภาพที่ดีครับ มีเนื้อแห้ง เป็นครีม เม็ดลีบ เปลือกบาง หอมหวานเป็นอัตลักษณ์นะครับ ทางโสตกรุณาขึ้นรูปด้วย ผมขอยกตัวอย่างทุเรียนภูบรรทัดของจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นทุเรียนอัตลักษณ์ของพัทลุง ในพื้นที่ริมเทือกเขาบรรทัดนะครับ ซึ่งไม่กี่วันที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ไปลิ้มลอง ในคราวไป ครม. สัญจรเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ยังได้ มีข้อสั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งหาแนวทาง สนับสนุนการปลูกกล้วยของจังหวัดพัทลุง แล้วก็ปลูกทุเรียนภูบรรทัดของพัทลุงอีกด้วย ทั้งในด้านการส่งเสริมการเพาะปลูกให้แพร่หลาย ทั้งการหาตลาดรองรับ เพิ่มมูลค่าสินค้า ของชุมชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับการเติบโตอย่างรวดเร็ว ของอุตสาหกรรมทุเรียนก็นำมาซึ่งปัญหาและความท้าทายมากมาย ทั้งในเรื่องของต้นทุน การผลิต การใช้น้ำในฤดูแล้ง การควบคุมคุณภาพ การควบคุมการส่งออก ปัญหาสภาพ ภูมิอากาศ โรคพืช แล้วก็การขาดองค์ความรู้ของพี่น้องเกษตรกรรายใหม่เป็นต้นนะครับ นอกจากนี้เราก็ไม่สามารถละเลยการแข่งขันจากต่างประเทศได้ เพราะปัจจุบันประเทศ เวียดนาม มาเลเซีย และลาวกำลังเร่งเพิ่มกำลังการผลิต แล้วก็ขยายตลาดการส่งออกไปยังจีน ซึ่งเวียดนามเองก็สามารถส่งออกทุเรียนไปจีนได้มากขึ้น เนื่องจากมีระยะทางขนส่งที่ใกล้กว่า ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับญัตตินี้ว่าสภาแห่งนี้ควรศึกษาหาแนวทางการบริหารจัดการ และแก้ไขปัญหาทุเรียนทั้งระบบแบบครบวงจร โดยผมมีประเด็นที่อยากให้กรรมาธิการ ได้พิจารณาศึกษาต่อไปดังนี้
ประการที่ ๑ คือโครงสร้างและยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมทุเรียนทั้งระบบ หนึ่งในปัญหาอุตสาหกรรมของทุเรียนขณะนี้ก็คือการขาดกลไกและขาดเจ้าภาพที่ดูแล เรื่องทุเรียนทั้งโครงสร้างนะครับ ปัจจุบันเรามีหลายหน่วยงานนะครับ มีอยู่หลายกรม หลายกระทรวง แต่ว่ายังขาดการเชื่อมโยง ขาดการบูรณาการแล้วก็ขาดการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชนนะครับ ผมจึงขอให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาว่าหน่วยงานใดควรเป็น หน่วยงานเจ้าภาพหลัก หรือว่าควรจะมีการจัดตั้งหน่วยงานหรือคณะกรรมการกลางเพื่อดูแล อุตสาหกรรมทุเรียนทั้งระบบหรือไม่ โดยควรมีความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ เกษตรกร นักวิชาการ แล้วก็ผู้บริโภค แล้วก็ภาคประชาสังคม ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการจัดการ และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบได้ ตั้งแต่การกำหนดยุทธศาสตร์ กำหนดแนวทางในการ ควบคุมดูแลพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนไปจนถึงการหาตลาดรองรับใหม่ ๆ แล้วก็ ส่งเสริมช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ดียิ่งขึ้นนะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือกลไกทางกฎหมายเพื่อบริหารจัดการทุเรียน ผมอยากให้ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาว่าปัจจุบันมีกฎหมายใดและหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมทุเรียนและกฎหมายเหล่านั้นสามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือมีความจำเป็นหรือไม่ที่เราควรจะมีกฎหมายเพื่อบริหารจัดการทุเรียนเป็นการเฉพาะ ซึ่งขณะนี้เรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพืชผลทางการเกษตรที่สำคัญอื่น ๆ บางประการแล้ว เช่นยางพาราหรือลำไย เป็นต้น อย่างไรก็ตามก็ขอเรียนกับท่านประธานครับว่าหากเรามีการ ยกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียนก็ขอให้คำนึงถึงการบังคับใช้ได้จริง และให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อพี่น้องประชาชนนะครับ
ประการที่ ๓ ก็คือกองทุนทุเรียนไทย ผมเห็นด้วยกับผู้เสนอญัตติ ท่านสรรเพชญ บุญญามณี ครับว่า ผมอยากให้คณะกรรมาธิการได้ศึกษาว่าเราควรจะมีการจัดตั้งกองทุน ทุเรียนหรือไม่ อย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่น หากเรามีกองทุนทุเรียนแบบเดียวกับกองทุน สงเคราะห์การทำสวนยางก็สามารถนำเงินจากกองทุนนี้มาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในยาม ประสบปัญหาด้านราคาต้นทุนหรือประสบภัยพิบัติได้ นอกจากนี้ครับกองทุนนี้ก็จะสามารถ นำมาพัฒนาองค์ความรู้ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสายพันธุ์ การปลูก การควบคุมมาตรฐาน แล้วก็การแปรรูป เป็นต้น อย่างไรก็ตามเราต้องให้แน่ใจครับว่ากองทุนนี้จะเกิดประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนได้จริง ไม่ใช่ตกไปเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ประการที่ ๔ ก็คือการบริหารจัดการพื้นที่และการบริหารจัดการน้ำเพื่อทุเรียน ท่านประธานครับ การปลูกทุเรียนที่เพิ่มขึ้นนี้ก็มีความท้าทายต่าง ๆ ทั้งการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น แล้วก็ปัจจัยการผลิตอื่น ๆ ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ผมขอเสนอให้ได้ศึกษาครับว่าเราควรจะมีการ จัดระเบียบและวางแผนพื้นที่รับรองการปลูกทุเรียนหรือไม่ เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการ แล้วก็ลงทุนจัดหาแหล่งน้ำระบบชลประทานแล้วก็ปัจจัยอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนให้ชาวสวนทุเรียน ได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพได้มากที่สุด
ประการที่ ๕ ก็คือการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานทุเรียน ท่านประธาน ก็จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาจากการปลูกทุเรียนที่เพิ่มขึ้น ความต้องการที่เพิ่มขึ้น เราก็พบปัญหา โดยเฉพาะปัญหาจากการส่งออกที่มีการพบกากแคดเมียมที่เกินมาตรฐานแล้วก็มีการพบ การใช้น้ำยาชุบทุเรียนที่เรียกว่า Basic Yellow 2 ซึ่งมีสารก่อมะเร็งนี่นะครับ ซึ่งสาเหตุ ก็อาจจะมาจากหลายประการ ประการหนึ่งก็คืออาจจะมีทุเรียนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แล้วก็มาสวมสิทธิเป็นทุเรียนไทย หรืออาจจะเกิดจากการขาดองค์ความรู้ก็เป็นได้ ประเด็นนี้ ผมก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะควบคุม มาตรฐานการส่งออก โดยเราควรจะทำงานเชิงรุกตรวจสอบคุณภาพดิน แล้วก็ตรวจสอบ คุณภาพสารโลหะหนักต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแคดเมียม ปรอท ตะกั่ว แล้วก็สารหนู ขอเวลาอีกสักนิดครับท่านประธานครับใกล้จบแล้วครับ ซึ่งการตรวจสอบมาตรฐานแล้วก็ สารต่าง ๆ นี้เป็นสิ่งที่ทางจีนได้ให้ความสำคัญอย่างมาก รวมถึงเราก็ควรที่จะป้องกันไม่ให้มี ทุเรียนจากต่างประเทศมาสวมสิทธิเป็นทุเรียนไทยด้วยนะครับ
ประการที่ ๖ ประการสุดท้ายก็คือการสร้างการตลาด Branding แล้วก็การขนส่ง ท่านประธานครับ วันนี้เราควรจะสร้างตลาดในประเทศใหม่ ๆ ของทุเรียนเพื่อที่จะขยาย โอกาสให้กับอุตสาหกรรมทุเรียนของไทย นอกจากนี้การสร้าง Branding ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างมากนะครับ วันนี้เราควรส่งเสริมทุเรียน ทุเรียนอัตลักษณ์ท้องถิ่นทุกพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างเช่น ทุเรียนในจังหวัดพัทลุงแล้วก็จังหวัดในภาคใต้หลายจังหวัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ทาง ประเทศจีนก็ให้ความสำคัญในเรื่องของอัตลักษณ์ของทุเรียนนี่นะครับ ซึ่งเราสามารถนำ ทุเรียนอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาเชื่อมโยงกับ Soft Power แล้วก็การท่องเที่ยวเชิงชุมชน ได้อีกด้วยนะครับ
อีกประการที่สำคัญก็คือเราควรที่จะทำให้เกิดเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูก ทุเรียนในแต่ละพื้นที่ เพื่อที่เราจะสามารถพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิต การแปรรูปแล้วก็ การรวบรวมผลผลิตเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรกับผู้ซื้อ แล้วก็ผู้ประกอบการได้อีกทางด้วย
ประการที่สำคัญประการสุดท้ายก็คือเรื่องของการคมนาคมขนส่งทุเรียน วันนี้ เราควรผลักดันการร่นระยะเวลาการส่งผลไม้แล้วก็ทุเรียนไทยไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะ ประเทศจีนให้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะโครงการรถไฟรางคู่ทั่วประเทศนะครับก็จะทำให้การขนส่ง ผลไม้จากไทยไปยังประเทศจีนทำได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ จากประเด็นที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ท่านก็จะเห็นว่าอุตสาหกรรมทุเรียนนี้มีศักยภาพสูงแล้วก็ เป็นความหวังของพี่น้องประชาชนนะครับ แต่หากเราไม่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบเราก็อาจจะเสียความสามารถในการแข่งขัน ให้กับประเทศคู่แข่งได้ในอนาคตนะครับ ดังนั้นเราจึงควรมีโครงสร้างการบริหารจัดการ มียุทธศาสตร์ที่เข้มแข็งเพื่อการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วก็ทำให้อุตสาหกรรมทุเรียน ของเรามีความเข้มแข็ง
ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ในโอกาสที่เรากำลังเข้าสู่เดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ของพี่น้องมุสลิม ผมขอใช้โอกาสตรงนี้ขอดุอาห์จากเอกองค์อัลลอฮ์ จงประทานพรให้พี่น้อง มุสลิมทั่วทั้งประเทศมีความสันติสุข มีสุขภาพแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ และบรรลุ ผลสำเร็จทุกเป้าหมาย ขอเอกองค์อัลลอฮ์ทรงตอบรับการงานและความปรารถนาของเรา และท่านทั้งหลายตลอดเดือนรอมฎอนและตลอดไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน