กมลศักดิ์ อภิปรายกรณีส่งผู้ลี้ภัยอุยกูร์กลับจีน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ อภิปรายประเด็นการผลักดันผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน โดยชี้แจงที่มาที่ไปของกรณีและยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่มีนโยบายส่งตัวกลับ ณ ปัจจุบัน

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ นราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอ บาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมและ พรรคประชาชาติในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เป็น มุสลิมอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทันทีที่สภาผู้แทนราษฎรโดยคุณรอมฎอน ปันจอร์ ได้ ยื่นญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาข้อเท็จจริงผลกระทบกรณีการผลักดันผู้ลี้ภัย ชาวอุยกูร์กลับไปประเทศจีน เพื่อส่งข้อเสนอแนะให้รัฐมนตรีดำเนินการต่อไปนะครับ พรรคประชาชาติเราขอมีส่วนร่วมกับประเด็นเหล่านี้ จริง ๆ เราติดตามเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ท่านประธานครับ ในฐานะที่ข้อมูลข้อเท็จจริงหลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ ผมขออนุญาต เกริ่นนำนิดหนึ่งว่าอุยกูร์คือใคร เพราะว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะไม่ทราบ ชาวอุยกูร์ก็คือผู้ที่ นับถือศาสนาอิสลามอยู่ในประเทศจีน รัฐซินเจียง เจาะลงประเด็นของคนที่เรากำลังอภิปราย เหล่านี้ประมาณ ๔๘ คนนี้นะครับ ที่มาที่ไปมาจากเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ไปพบ ชาวอุยกูร์ ๒๐๐ กว่าคนแถวสะเดา สงขลา เป็นผู้ลี้ภัย เราต้องเข้าใจคำว่า ลี้ภัย การลี้ภัยก็คือ การที่ไม่ต้องการอยู่ในประเทศดั้งเดิมของตนเอง อพยพมายังประเทศอื่นด้วยเหตุผลกลใด ก็แล้วแต่นะครับ แต่แน่นอนที่สุดครับ ทุกคนรักบ้านเกิด แต่การที่ต้องจากบ้านเกิดเพราะอยู่ไม่ได้ อาจจะด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประเด็น ผมคงไม่อาจกล่าวถึงแยกแยะทีละประเด็น ทีละเรื่อง เพราะเป็นเรื่องระหว่าง ประเทศ แต่โดยสรุปก็คืออยู่ไม่ได้ เมื่ออยู่ไม่ได้นะครับ ณ ตอนนั้น ๒๐๐ กว่าคน ประเทศไทย ส่งชาวอุยกูร์ ๑๗๐ กว่าคนไปยังประเทศที่ ๓ ก็คือประเทศตุรกีเป็นผู้รับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ ไปอยู่ประเทศตุรกี ๑๐๙ คน ถูกส่งกลับประเทศจีน แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับ ข้อมูลข้อเท็จจริงเป็นเช่นไรกับ ๑๐๙ คนที่เคยถูกส่งกลับไปยังประเทศดั้งเดิมก็คือประเทศจีน เหลืออีก ๕๐ กว่าคนอยู่ที่ ตม. สวนพลู ประสงค์ไปยังประเทศที่ ๓ ประเทศไทยไม่สามารถ ส่งตัว ๕๐ กว่ารายนี้ไปยังประเทศที่ ๓ ได้ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ จนกระทั่งเสียชีวิตไป ๕ รายอย่างที่ท่านกัณวีร์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ เหลือ ๔๘ ราย ๔๘ รายนี้ ๑๑ ปีอยู่ที่ ตม. สวนพลู ผมในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิ มนุษยชน ได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ๑ ปีที่แล้วตอนที่ได้รับตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษชนก็ไปเยี่ยมที่ควบคุมตัวของพี่น้องชาวอุยกูร์ ที่ ตม. สวนพลู ได้รับการชี้แจงการปฏิบัติต่อคนเหล่านี้กับเจ้าหน้าที่ ตม. สวนพลู ได้รับการ ประสานงานจากสำนักงานจุฬาราชมนตรี มีองค์กร มีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานเพื่อดูแล เรื่องอาหารการกินและการปฏิบัติศาสนกิจกับชาวอุยกูร์ที่ ตม. สวนพลูมาโดยตลอด จนกระทั่งต้นปีที่ผ่านมานี่นะครับท่านประธาน ประเด็นเรื่องชาวอุยกูร์ไม่ใช่เพิ่งจะมี แค่อาทิตย์นี้ หรือวัน ๒ วันนี้ ประมาณต้นมกราคม ๒๕๖๘ ก็มีข่าวว่าจะส่งชาวอุยกูร์ กลับประเทศจีน หลาย ๆ ภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมที่มีความเป็นห่วงถึงแม้ไม่รู้จัก แต่เราถือว่าคนเหล่านั้นก็คือเรือนร่างเดียวกันของพวกเรา ส่วนใดเจ็บร่างกายเราก็เจ็บไปด้วย เราเป็นห่วงครับ เป็นห่วงเกรงว่าความชัดเจนในการส่งกลับ ๑๐๙ คนที่ส่งกลับไปแล้วก็ไม่ได้ รับข่าวคราว แล้วไม่ได้รับการชี้แจงใด ๆ ทั้งสิ้น เกรงว่า ๔๘ รายที่ยังมีชีวิตอยู่ส่งกลับไปแล้ว จะได้รับการปฏิบัติละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้นปีที่ผ่านมาผม ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการก่อนที่จะบรรจุระเบียบวาระเข้าคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เรียกหน่วยงานมาสอบถามท่านประธานครับ เราได้เรียกกระทรวงการต่างประเทศมาสอบถามว่ามีข่าวว่าจะส่งอุยกูร์ไปประเทศจีน จริงเท็จแค่ไหน หรือไม่ อย่างไร เราได้เรียกกระทรวงการต่างประเทศ ได้เรียกตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองที่ดูแลชาวอุยกูร์ ได้เรียกสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตอนนั้นมีข่าว ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนที่จะไปเยือนประเทศจีนด้วยซ้ำนะครับท่านประธาน ข่าวว่าจะส่ง ชาวอุยกูร์กลับ ปรากฏว่าในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน หลายหน่วยงานให้ความร่วมมือมาชี้แจงต่อกรรมาธิการอย่างดี สมช. ก็มา กระทรวงการ ต่างประเทศก็มา ตม. ก็มา ในฐานะคนที่อยู่ใกล้ชิดกับชาวอุยกูร์ ๔๘ ราย ประเด็นคำถาม วันนั้นเรามีการประชุมหารือตั้งคำถามว่ามีข่าวว่าจะส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ในฐานะ ที่นายกรัฐมนตรีจะไปเยือนประเทศจีนจริงเท็จหรือไม่ อย่างไร ถามแต่ละหน่วยงาน ตอนนั้น มกราคม ๒๕๖๘ เดือนกว่า ๆ นี้นะครับ ได้รับคำตอบว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายหรือยังไม่มีคำสั่ง ใด ๆ ที่จะส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ทางกระทรวงการต่างประเทศก็เช่นกัน ทั้ง สมช. ก็บอกยังไม่มีนโยบาย ตม. เองในฐานะที่เป็นคนดูแลชาวอุยกูร์ ตอนนั้นก็บอกว่ายังไม่ได้รับ คำสั่งใด ๆ ก็สบายใจครับท่านประธานครับ เพราะว่าในวันนั้นทางหน่วยงานบอกว่าผมก็เลยตั้งคำถาม กรรมาธิการตั้งคำถามแล้วที่นายก ไปประเทศจีนมีเรื่องอุยกูร์พ่วงไปด้วยหรือไม่ อย่างไร หน่วยงานเขาบอกว่ามีแต่ไปคุยเรื่อง Call Center ไม่มีเรื่องอุยกูร์ ขออนุญาตต่อนิดหนึ่งครับท่านประธาน