ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง วิจารณ์นโยบายสวัสดิการค่าไฟ ค่าน้ำ ประปา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง หารือโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยชี้ปัญหาพื้นที่ห่างไกลทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงร้านค้าได้ พร้อมทั้งวิจารณ์นโยบายสวัสดิการค่าไฟ ค่าน้ำ ประปา และค่าเดินทางที่ไม่ครอบคลุมพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงระบบหลัก

ว่าที่ร้อยตรีหญิง อรพรรณ จันตาเรือง เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อรพรรณ จันตาเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๖ คนอำเภอเชียงดาว เวียงแหง พร้าว ไชยปราการ พรรคประชาชน ค่ะ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณกระทรวงการคลังที่ได้นำรายงานประจำปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจรากฐานและสังคม ประจำปี ๒๕๖๖ มารายงานในวันนี้ ก็ต้องเรียกง่าย ๆ ว่า โครงการนี้ตามที่ชาวบ้านเข้าใจก็คือโครงการบัตรประชารัฐ หรือที่ชาวบ้านพูดกันจริง ๆ ก็คือ บัตรคนจน กองทุนนี้เป็นกองทุนสวัสดิการที่ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติจัดการประชารัฐ สวัสดิการ ปี ๒๕๖๒ เป้าหมายก็คือช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนตาม โครงการสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสนับสนุนให้กับการดำรงชีพและการเข้าถึงปัจจัยขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็น โครงการนี้จัดทำมาในปี ๒๕๖๕ จำนวนผู้ที่ผ่านโครงการ ๑๓.๗๘ ล้านคน คิดเป็น ๒๐.๙ เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย เป็นโครงการที่ค่อนข้างดีมากค่ะ แล้วก็ตอบโจทย์พี่น้อง ประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่ทีนี้มันยังมีอีกหลายครัวเรือน แล้วก็หลายครอบครัวที่มีฐานะ ยากจนจริง ๆ แต่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการแล้วก็สวัสดิการนี้ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ค่ะ บ้านบางหลังมีประชากรมีสมาชิกในบ้านประมาณ ๕ คน ก็อาจจะได้บัตรสวัสดิการของรัฐ ทั้งหมด ๕ คน แต่บางรายเป็นผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ไม่มีคนดูแล แถมยังเป็นผู้พิการอีก แต่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการหรือว่าสิทธินี้ได้ ปัญหาในเขตของดิฉันจริง ๆ ก็คือมันเป็นพื้นที่ ห่างไกล เป็นพื้นที่ชนบท แล้วก็สวัสดิการผู้ที่สามารถจะผ่านโครงการนี้ได้ก็คือ

๑. จะได้รับสวัสดิการก็คือวงเงินในการซื้อสินค้า ๓๐๐ บาทต่อเดือน แต่จะต้องซื้อในร้านที่มีขึ้นกับสวัสดิการของประชารัฐเท่านั้น พี่น้องในพื้นที่ของดิฉันที่อยู่ ห่างไกล พื้นที่ที่ไม่มีร้านที่มีประชารัฐก็ต้องใช้วิธีการขนกันมา ก็คือเขาเรียกว่าเหมารถ ๑ เดือนก็จะขึ้นรถกันมาสัก ๑๐ คน เหมาเข้ามาในตัวเมืองเพื่อมาหาร้านสวัสดิการที่มี ในตัวเมืองเพื่อที่จะต้องใช้จ่ายในงบประมาณ ๓๐๐ บาทในการซื้อสินค้าใน ๑ เดือน

๒. ในค่าไฟ ๓๑๕ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ซึ่งในข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ก็คือว่าผู้ที่จะได้สิทธิตรงนี้จะต้องลงทะเบียนในการขอรับสิทธิต่างหาก และใน ๑ ครัวเรือน สามารถใช้ได้แค่สิทธิเดียว แต่ถ้าหากสมาชิกในบ้านไม่ใช่เจ้าของบ้านก็ไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ อีกต่างหาก แล้วก็ห้ามเกิน ๓๑๕ บาทตามที่รัฐกำหนด ถ้าหากเกินไม่อย่างนั้นต้องจ่ายค่าไฟ เองทั้งหมด ในขณะที่ครัวเรือนบางครัวเรือนก็ไม่ใช่เจ้าของบ้านก็มีเยอะแยะไป สิทธิตรงนี้ ใน ๓๑๕ บาทในการลดค่าไฟก็จะหายไป แล้วก็ยังไม่พอค่ะ ค่าเดินทางในระบบขนส่ง สาธารณะ ๗๕๐ บาทต่อเดือน ประเภทที่จะเข้าร่วมก็คือรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัทขนส่งจำกัด รถไฟฟ้า บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) BTS รถไฟฟ้า มหานคร MRT รถไฟฟ้า Airport Rail Link ARL รถร่วมเอกชน หรือเรือโดยสารสาธารณะ ที่พูดมาทั้งหมดในพื้นที่ของดิฉันไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมดนี้เลยนะคะ แล้วส่วนของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ของดิฉันจะเป็นอย่างไร สิทธินี้จะหายไปอยู่ที่ไหนหรือเปล่าคะ ตามสิทธิ ก็คือ ๗๕๐ บาทสวัสดิการที่จะต้องได้รับ อยากจะถามท่านประธานฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่า ๗๕๐ บาทที่พื้นที่ของดิฉันไม่สามารถใช้งานได้เลยจะไปอยู่ที่ไหน แล้วก็ในเรื่อง ของค่าน้ำประปาอีก ๑๐๐ บาทต่อครัวเรือนต่อ ๑ เดือนในพื้นที่ของดิฉันก็ไม่มีระบบ น้ำประปาแบบภูมิภาคหรือว่าของรัฐ ก็มีระบบน้ำประปาที่เป็นประปาหมู่บ้านแต่ก็ไม่ได้ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ อีกส่วนหนึ่งก็คือในค่าลดแก๊ส ๘๐ บาท ๓ เดือน ก็จะเห็นว่า ค่าลดแก๊สดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง ซึ่งจะเป็นการลดเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ทีนี้ มันได้แค่ ๓ เดือนค่ะท่านประธาน ทีนี้ที่เหลือพี่น้องประชาชนจะเอาอย่างไรต่อล่ะคะ จนมาถึงที่ดิฉันข้องใจมากที่สุดในตอนนี้ก็คือในรายงานหน้า ๕๓ ที่บอกว่า ผู้มีสิทธิ ๑ คน จะได้รับเงินวงเงินสิทธิจำนวน ๑,๔๙๒ บาทต่อคนต่อเดือน ดิฉันกดเครื่องคิดเลขหลายรอบ เลยนะคะ ในพื้นที่ของดิฉันไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ๗๕๐ บาท ค่าน้ำประปา ๑๐๐ บาท ค่าไฟ ๓๑๕ บาท สิทธิพวกนี้ในพื้นที่ของดิฉันไม่ได้เลย แล้วเงินตรงนี้จะไปอยู่ที่ไหนคะ ท่านประธาน ปัญหาที่เราเจอมันเป็นปัญหาที่สำคัญมาก เพราะสวัสดิการที่ออกแบบนี้ เป้าหมายก็คือช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงในพื้นที่ชนบทห่างไกล ระบบที่มีอยู่ก็ยังไม่สามารถรองรับพื้นที่ห่างไกลได้ ในส่วนดิฉันก็อยากจะเสนอแนะนิดหนึ่ง ในเรื่องของค่าไฟ ก็คือว่าไม่ควรจะจำกัดแค่เจ้าของบ้าน สิทธิก็ควรจะให้กับทุกคนที่สามารถ ลดหย่อนเกี่ยวกับค่าไฟได้ แล้วก็ยังไม่พอนะคะการพิจารณาเกี่ยวกับช่วยขยายเพดาน เกี่ยวกับค่าไฟ ๓๑๕ บาทต่อเดือนได้ไหม เพราะบางครอบครัวที่เขามีผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ติดเตียงจะต้องใช้ไฟเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ หรือว่าเครื่องฟอกอากาศ แล้วยัง ไม่พอนะคะ ในเรื่องของวงเงิน ๓๐๐ บาท ในการซื้อข้าวของเครื่องใช้ควรจะเป็นร้านทุกร้าน ที่ไม่ได้ผูกขาด หรือว่าเป็นร้านแค่สวัสดิการเท่านั้น พี่น้องประชาชนบางคนก็อยากจะซื้อหอม กระเทียม พริก หรือว่าผักกาดที่จะเอามาจอ แต่ไม่สามารถทำได้เพราะว่ามันไปผูกขาด ในเรื่องของที่จะซื้อกับร้านสวัสดิการเท่านั้นนะคะ แล้วก็ในเรื่องของการเดินทางหรือค่าน้ำ ที่พูดถึงเมื่อสักครู่ ควรจะมีการออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ให้มากที่สุด สนับสนุนไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว รถตู้ แม้กระทั่งรถรับจ้างที่จะต้องไป โรงพยาบาล หากไม่มีระบบขนส่งสาธารณะแบบนี้ควรเปิดโอกาสช่วยเหลือค่าเดินทางเป็น เงินสดแทนที่จะเป็นการกำหนดตามที่กำหนดมา สำหรับค่าน้ำประปา ถ้าหากบ้านไหนไม่มี ระบบน้ำประปาของรัฐก็ควรจะพิจารณาเป็นสิทธิให้เขาซื้อน้ำสะอาด หรือว่าติดตั้งระบบ น้ำแทน สวัสดิการต้องออกแบบให้เหมาะสมทุกพื้นที่ ไม่ควรจะเป็นระบบเดียวที่ใช้ทั่วกัน ทั้งประเทศค่ะ คำนึงความแตกต่างของแต่ละชุมชนด้วย ถ้ารัฐต้องการจะช่วยเหลือจริง ๆ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ทำไม่ยากค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน