จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านนะคะ ต้องขอบคุณผู้อภิปรายทุกคนที่ให้ข้อเสนอแนะ ทั้งกำลังใจและคำติชม ต้องบอกว่าทางดิฉันเองก็จะรับไปปรับปรุงการทำงานนะคะ ต้องขอสรุปคร่าว ๆ อย่างนี้ค่ะ กองทุนการออมแห่งชาติเป็นกองทุนแรงงานนอกระบบก็จริง อย่างกฎหมายที่ท่านเซียพูดไป แล้วว่าจะต้องเป็นคนที่มีอะไรเลย ก็คือจะต้องเป็นแรงงานอิสระที่อายุ ๑๕ ปีขึ้นไป จะต้อง เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ (๒) และ (๓) อีกทั้งต้องเป็นข้าราชการและจะมีเงื่อนไข อื่น ๆ อีก ทำให้สมาชิกของเราที่จะเข้า จริง ๆ แล้วในเกณฑ์ที่จะเข้ากองทุนของเราได้ต้อง บอกทั้งประเทศยังเหลืออีกประมาณ ๘ ล้านคน เพราะว่าส่วนใหญ่จะอยู่ที่มาตรา ๔๐ (๒) (๓) อยู่แล้ว ๑๐ กว่าล้านคน อันหนึ่งที่ทางท่านผู้แทนกล่าวถึงเรื่องผลการดำเนินงาน ต้องยอมรับว่าเราทำผลการดำเนินงานอาจจะไม่สูงมากนัก ด้วยเนื่องจากว่าเรามี กฎกระทรวงระบุว่าเราจะต้องลงทุนในตัวสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำร้อยละ ๘๐ ความเสี่ยงสูง ร้อยละ ๒๐ ซึ่ง ๒๐ นั้นจะประกอบไปด้วยหุ้นในประเทศไทยเท่านั้น รวมถึงกองทุน อสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ต้องบอกว่าเราพยายามปรับปรุงตรงนี้ ในเดือนมกราคมปีนี้เองเรามี การจ้างบริษัทจัดการกองทุนทั้งหมด ๖ เจ้าค่ะ มาบริหารจัดการเรียบร้อยแล้วนะคะ แล้วปีนี้เองเราก็จะมีการปรับ SIA อย่างที่ท่าน สส. แนะนำมา ก็จะมีการพิจารณาลงทุนในต่างประเทศบางส่วน แต่อย่าลืมว่ากฎหมาย กอช. เอง มีการค้ำประกันผลตอบแทนของสมาชิก จริง ๆ แล้วจุดประสงค์ว่าอยากจะให้คนกลุ่มนี้มีเงิน บำนาญถ้วนหน้า แล้วก็มีอัตราบำนาญขั้นต่ำคือ ๖๐๐ บาท เราเป็นการบริหารบัญชี รายบุคคล เพราะฉะนั้นจะเป็นเงินของใครของมัน ถ้าจะให้บำนาญเยอะ ๆ คุณจะต้องออม เยอะ ๆ นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามสร้างความเข้าใจกับสมาชิก อันนี้เป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ สำหรับเรื่องตัวหลักสูตรต่าง ๆ เราเองมีความร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่ง ประเทศไทยได้คุยหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. อยู่ตลอดเวลา เราพยายาม ผลักดันให้มีเรื่องการจัดการการเงินหรือวางแผนการเงินเข้าไปในหลักสูตรของนักศึกษา ทุกคน สิ่งที่เรากำลังทำคือว่าเราพยายามสร้างความรู้ความเข้าใจกับโรงเรียนในแต่ละภูมิภาค ให้เข้าใจ เข้าถึงว่าคุณจะต้องหัดออมไว้ ฝากเมื่อพร้อมแล้วออมก่อนใช้นะคะ หรือออมน้อย แต่เริ่มไว อันนี้เป็นสิ่งที่ให้เขาพยายามที่จะเก็บสตางค์วันละ ๑ บาท ๒ บาท ๑๐ บาท เพราะเนื่องจากว่าการออมของ กอช. เองขั้นต่ำในการเข้าเป็นสมาชิกหรือการส่งเงินต่อครั้ง คือ ๕๐ บาทต่อครั้ง รวมกันต้องไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี เราพยายามบอกว่าทางรัฐบาล มีการสมทบเงิน ถ้าเป็นเด็ก ๆ ๑๕-๓๐ ปีรัฐบาลจะให้สมทบครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๑,๘๐๐ บาท น้อง ๆ จะเห็นว่าถ้าน้องใส่ ๑๐๐ บาทวันนี้รัฐบาลให้อีก ๕๐ บาท นี่เป็นแรงจูงใจที่ให้น้อง ๆ หัดวางแผนทางการเงินในขั้นพื้นฐานสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ แต่ด้วย ความที่เราไม่มีสำนักงานสาขา เราใช้ตัวแทนเครือข่ายในระดับพื้นที่เอง คุณครูเองในโรงเรียน ในบางส่วนที่เราสามารถให้เป็นเงินครู ก ในโรงเรียนได้ค่ะ เราพยายามผลักดันและทำ ด้วยระบบกองทุนของเราไม่มีตัวแทน ไม่มีสาขาในต่างจังหวัดทำให้เราต้องสร้างตัวแทน วิทยากรอาสาในแต่ละภูมิภาค ซึ่งก็ทำอยู่เรื่อย ๆ แล้วตัวดิฉันเองก็ลงพื้นที่อยู่ประจำอยู่แล้ว จะเห็นว่าจริง ๆ อย่างที่ท่าน สส. แนะนำมา จริงเลยค่ะว่าจะต้องมีที่ปรึกษาทางการเงินให้ ความรู้กับชาวบ้านว่าให้เขารู้จักการแข่งขันทางการเงินขั้นพื้นฐาน มองว่า กอช. จะเป็น หน่วยงานหนึ่งที่เขาจะต้องแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนหรือออมเพื่อเป็นการออมเงินพื้นฐานแก่ ประชาชน สำหรับเรื่องการที่ทางท่านภราดรที่บอกว่าให้ไปคุยกับ อสม. ต้องบอกว่า กอช. ไปคุยมาแล้วนะคะ อย่างที่บอกว่า อสม. ส่วนใหญ่อายุเกิน ๖๐ ปี แล้วก็ผู้ประกันตนตาม มาตรา ๔๐ (๒) (๓) ไม่สามารถเป็นสมาชิกเราได้ อันนี้เราได้ก็มีการพูดคุยแล้วกับ กระทรวงมหาดไทยเองเราทำเป็นเชิงนโยบายด้วยซ้ำว่าให้สมาชิกให้ทางผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือนายอำเภอช่วยให้ความรู้กับสมาชิก ซึ่งก็บอกว่าผลการดำเนินออกมาอาจจะไม่มากนัก แต่ว่าเราพยายามผลักดันให้สมาชิกเดิมเราก็ต้องดูแลให้เขาออมไปเรื่อย ๆ สมาชิกใหม่เราก็ ต้องหาเพิ่มเพื่อไปตามเป้าหมายของเราที่วางไว้นะคะ แล้วก็สำหรับการปลูกฝังต่าง ๆ เราพยายามจะหาเครื่องมือต่าง ๆ พยายามหาความรู้ภาคเอกชนมาช่วยผลักดันตรงนี้ให้เป็น รูปธรรมมากขึ้น จริง ๆ ว่า กอช. เองเป็นหน่วยงานที่ทางกระทรวงการคลังตั้งมา กำกับมา แล้วก็มีการใช้ทางพลังจังหวัดเอง ที่ทำการอำเภอเองเป็นเครือข่ายในภูมิภาคช่วยกันเพื่อจะ นำอันนี้เข้าไปสู่ชาวบ้านได้ สำหรับเรื่องการประชาสัมพันธ์ต้องยอมรับว่าเรื่องของเรา คนรู้น้อยมาก จริงค่ะเพราะดิฉันลงพื้นที่เองดิฉันรู้ว่าการประชาสัมพันธ์ของเราก็ผ่านช่องทาง ของภาครัฐเหมือนกันแต่ไม่ทั่วถึง จะต้องไปนั่งอธิบายซึ่งใช้เวลาพอสมควร แต่ว่าพออธิบาย แล้วส่วนใหญ่ถ้าเขาเข้าใจเขาจะเริ่ม ก็ค่อย ๆ ออม แต่รู้เมื่อสายแล้วเพราะอายุ ๕๐ กว่าไป แล้วอาจจะออมไม่ถึงเป้า จะได้เงินไม่กี่สตางค์ ทำให้ได้บำนาญแค่ ๖๐๐ บาท การได้บำนาญ ของ กอช. คือหลักการว่าคุณจะต้องมีเงินเดือนถึง ๘๐ ปี เพราะฉะนั้นคนที่ได้บำนาญเยอะ คุณต้องออมเยอะ ๆ เพื่อจะได้เงินเดือนรายเดือน และนี่เป็นหลักการของ กอช. ถ้ามองว่า ต้องการที่จะเบิกเงินใช้ก่อนจริง ๆ มันต้องแก้กฎหมายค่ะ สิ่งที่ท่านนำเสนอมาดิฉันจะนำเข้า คณะกรรมการ จริง ๆ ทุกปีดิฉันมารายงานจะนำข้อเสนอของทุกท่านเลยเข้าไปนำเสนอ แล้ว ก็เพื่อจะปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติของเราเพราะมันเป็นกฎหมายด้วยค่ะท่าน ส่วนเรื่องจัดตั้งที่ปรึกษาก็จะนำไปลองคุยกับทางคณะกรรมการดูนะคะ แล้วก็เรื่องการลงทุน ดิฉันก็น้อมรับค่ะ ของท่านสิทธิพลเอง ของท่านภัณฑิลเอง ก็จะมีการปรับ SA ปีนี้เลยที่กำลัง ลองทำกันอยู่ค่ะ แล้วก็ส่วนเรื่องข้อจำกัดต่าง ๆ เราก็จะพยายามนำไปปรับปรุงเพื่อแก้ไข กฎกระทรวงและกฎหมายต่อไปค่ะ ขอบพระคุณค่ะ