ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ อภิปรายปัญหาความเข้าใจผิดและการลงทุนที่ไม่เหมาะสมของประชาชนในกองทุนการออมแห่งชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 15-20 ปี และชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกล โดยเสนอให้เพิ่มหลักสูตรการเงินการลงทุนในระบบการศึกษาและจัดตั้งที่ปรึกษาทางการเงินประจำอำเภอเพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินซ้ำซ้อน พร้อมแสดงความกังวลเรื่องความเสี่ยงของภาระงบประมาณแผ่นดินจากการค้ำประกันผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าว
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ อำเภอนครไทย อำเภอ ชาติตระการ อำเภอวัดโบสถ์ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานของกองทุนการออม แห่งชาติหรือ กอช. ขอเข้าประเด็นเลยนะครับเพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป ค่อนข้างมากแล้ว หลักเกณฑ์และวิธีการ และเงื่อนไขในการสมัครเป็นสมาชิก กอช. ผู้ที่ สามารถเป็นสมาชิกได้ก็คือผู้มีสัญชาติไทยแล้วก็อายุ ๑๕-๖๐ ปี เป็นนักเรียนนักศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรียกว่าเป้าหมายของการเป็นสมาชิก กอช. ก็คือมีทั้งเยาวชน มีทั้งชาวบ้าน แล้วก็เป็นแรงงานนอกระบบ ทีนี้มาดูที่กลุ่มอายุ ๑๕-๒๐ ปี ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ยังไม่มี ความรู้และความเข้าใจในการลงทุน อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่า ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการลงทุน แต่แน่นอนไม่ใช่อายุ ๑๕-๒๐ ทุกคนจะไม่รู้และ ไม่เข้าใจ คนที่เขามีความรู้ในเรื่องการลงทุนเขาก็ไม่เลือกช่องทางนี้ เพราะความเสี่ยงต่ำ ก็จริงและผลตอบแทนก็ต่ำด้วย แล้วก็นานกว่าจะได้ผลตอบแทนคืนนะครับ เพราะฉะนั้นเรา มาดูกลุ่มใหญ่ของอายุ ๑๕-๒๐ ว่าเขาไม่มีความรู้และความเข้าใจในการลงทุนแล้วเขาจะมา ออมเงินระยะยาวถึง ๔๐ ปีอย่างนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเลือกการลงทุน แบบนี้นะครับ เพราะฉะนั้นคนกลุ่มนี้นอกจากจะมีโอกาสที่จะหลุดจากการเป็นสมาชิก ในวันข้างหน้าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็จะใช้เงินในการลงทุนก็คือเป็นเงินของพ่อแม่ผู้ปกครอง ในการมาลงทุน แล้วก็ถ้าหากเป็นการลงทุนที่โดยที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจนี่ไปบอกผู้ปกครอง ว่ามันเป็นการออมเงิน ตัวผู้ปกครองก็อาจจะเข้าใจว่าเอาเงินไปออมไว้แล้วก็เก็บไว้ใช้ตอนโต ซึ่งไม่ใช่ครับ อันนี้เป็นการเอาไว้ใช้ตอนแก่เลยครับ เพราะฉะนั้นถ้ากลุ่มนี้ลงทุนกับ กอช. โดยที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจจะกลายเป็นภาระของพ่อแม่ผู้ปกครองในระยะยาว แล้วก็เป็น ภาระที่ซ้ำซ้อนนะครับ ข้อเสนอของเรื่องนี้ก็คือว่า อยากให้ กอช. นี่ครับใช้งบประมาณของ ตัวเองในการเพิ่มหลักสูตรด้านการเงินการลงทุนลงไปในชั้นมัธยมด้วย ในเมื่อเป้าหมายของ คุณเป็นกลุ่มนี้ คุณก็ต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับคนที่อายุ ๑๕-๒๐ ซึ่งเป็นกลุ่มมัธยม สามารถทำได้ตั้งแต่มัธยมต้น มัธยมปลาย หลักสูตรด้านการเงิน การลงทุน ซึ่งจริง ๆ แล้ว กองทุนนี้น่าจะมีเรื่องนี้ตั้งนานแล้วเพราะว่าท่านใช้งบในการประชาสัมพันธ์กองทุนจาก ปี ๒๕๖๕ มา ๒๕๖๖ เพิ่มขึ้นเกือบ ๓ เท่า แต่สมาชิกเพิ่มขึ้นไม่กี่หมื่นคนเอง เพราะฉะนั้น ถือว่าอาจจะยังใช้งบประมาณในการประชาสัมพันธ์กองทุนยังไม่ได้คุ้มค่าแล้วก็ไม่ตรง กลุ่มเป้าหมายนัก ทีนี้มาดูในระดับของชาวบ้านครับ พ้นจากระดับเยาวชนแล้วมาดูในระดับ ของชาวบ้าน ผมก็เชื่อว่าส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกและเป็นกลุ่มเป้าหมายก็ยังไม่มีความรู้และ ความเข้าใจทางด้านการเงินและการลงทุนอีกเช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจุบันนี้รัฐบาลเองก็มี กองทุนที่รัฐให้การสนับสนุนมากมายเลย ----------------------------------------------- ไม่ว่าจะเป็นกองทุนการเกษตร กองทุนเพื่อการผลิต กองทุนส่งเสริมผลิตภัณฑ์การเกษตร ต่าง ๆ แล้วก็กองทุนหมู่บ้าน รวมถึง กอช. ด้วย อันนี้ก็เป็นอีกกองทุนหนึ่งที่ใช้งบประมาณ ของรัฐด้วย ทั้งหมดนี้ประชาชนที่ลงทุน ลงทุนแบบไม่มีแบบแผนนะครับ ลองไปถามดู โดยเฉพาะในพื้นที่เขตรอบนอก ผมเป็น สส. บ้านนอกเข้าใจดีว่าพื้นที่รอบนอกชาวบ้านไม่มี ความรู้หรอกครับในเรื่องการลงทุนกับกองทุนต่าง ๆ แต่บางครั้งก็ถูกชักชวนจากผู้นำบ้าง ถูกกึ่งบังคับ ลักษณะให้ร่วมลงทุนแบบนี้ เพราะฉะนั้นเป็นการลงทุนแบบไม่มีแบบแผนครับ ขาดความรู้ความเข้าใจในการเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง รัฐไม่มีที่ปรึกษาทางการเงิน ในระดับภูมิภาคที่จะคอยช่วยเหลือชาวบ้านได้ ผลที่ตามมาคืออะไรครับ ชาวบ้านจ่ายเงิน ลงทุนไปมากกว่าผลตอบแทนที่ตัวเองจะได้รับ เพราะไม่รู้ตัวครับ ไม่รู้ว่าต้องลงทุนแบบไหน ผลตอบแทนจะได้เท่าไร ระยะเวลาเท่าไร คืนทุนเท่าไร มันคุ้มค่าหรือไม่ ปัจจุบันชาวบ้านจ่าย มากกว่าผลตอบแทนที่ได้รับเป็นจำนวนมากทำให้เกิดปัญหาความยากจนหมุนเวียนไป เรื่อย ๆ ข้อเสนอของเรื่องนี้ก็คือ อยากให้มีการจัดตั้งที่ปรึกษาทางการเงินของภาครัฐประจำ อำเภอโดยใช้เครือข่ายของท่านเป็นคนดูแลเรื่องนี้ แล้วก็มีความรับผิด รับชอบ ในการ นำเสนอกองทุนต่าง ๆ ข้อดี ข้อเสีย หรือจะเป็นใช้เทคโนโลยีมาช่วยก็ได้ครับ เพื่อไม่ต้องฝาก ภาระไว้ที่คน ใช้เทคโนโลยีมาช่วยครับ ใช้แอปพลิเคชันให้ชาวบ้านสามารถเห็น Port การลงทุนของตัวเองได้ เปรียบเทียบระหว่างรายได้กับการลงทุนต่าง ๆ เพื่อให้เห็นถึงความ คุ้มค่าของผลตอบแทนที่จะได้รับ ทำให้ป้องกันการเกิดปัญหาหนี้สินหมุนเวียน ความยากจน ซ้ำซาก หนี้ซ้ำซ้อนอย่างนี้มันก็จะลดปัญหาของชาวบ้านได้นะครับ การที่มีที่ปรึกษาทางการ เงินของภาครัฐประจำอำเภอเพื่ออะไร เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเลือกลงทุนในกองทุน ที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ๒. ก็คือลดปัญหาการจ่ายเงินมากกว่าผลตอบแทนที่ตัวเองได้รับ ๓. ก็คือป้องกันการถูกหลอกไปลงทุนในกองทุนที่ไม่เหมาะสม ๔. ก็คือลดปัญหาหนี้สินด้วย เพราะฉะนั้น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่เกี่ยวกับชาวบ้านรอบนอกของ คนไทย มาก ๆ เลยก็คือชาวบ้านเข้าใจผิดเยอะมากเรื่องการฌาปนกิจสงเคราะห์ เรื่องนี้ ชาวบ้านมักจะคิดว่าเป็นการลงทุนครับ ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนเลยไปบอกกับชาวบ้านตรง ๆ ให้เข้าใจตรง ๆ ว่าการฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่การลงทุน การฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่การ ออมทรัพย์ การฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่การสะสมทรัพย์ และการฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ใช่ การประกันชีวิต ไม่ใช่การส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อจะได้รับผลตอบแทนในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ไม่ใช่ สิ่งเหล่านี้ไม่มีหน่วยงานรัฐคอยบอกกับประชาชนเลยครับ และเรื่อง ฌาปนกิจสงเคราะห์เดี๋ยวเราจะพูดกันในรายละเอียดในวาระถัดไปนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอเสนอครับ คือเรื่องของการป้องกันปัญหาการ ค้ำประกันผลตอบแทนของ กอช. ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ตรงนี้ครับกองทุนการออม แห่งชาติได้กำหนดให้มีการค้ำประกันผลตอบแทนไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยฝากประจำ ๑๒ เดือน ของ ๗ ธนาคาร ก็คือมีออมสิน แล้วก็ ธอส. แล้วก็อีก ๕ ธนาคารใหญ่ ก็พูดง่าย ๆ ว่า กอช. ประกันว่าผลตอบแทนของตัวเองจะหาเงินได้มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ๑๒ เดือนแน่ ๆ ซึ่งหากผลตอบแทนต่ำกว่าสิ่งที่กำหนดไว้รัฐต้องใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินเป็นคนชดใช้ ให้สมาชิกนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถ้ามองในระยะยาวและผลประกอบการที่เกิดขึ้นจริง ตอนนี้ ๑.๗๗ เฉลี่ย ในขณะที่ดอกเบี้ยแบงก์ ๑.๕ กว่า ๑.๖ ท่านทำชนะดอกเบี้ยแบงก์ ๑๒ เดือนแค่นิดเดียว คำถามแรก ๆ ก็คือที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายไปว่าทำไมต้องมาลงทุน กับกองทุนการออม เพราะว่าฝากแบงก์ก็ได้ใกล้เคียงกัน ถอนเมื่อไรก็ได้ด้วย อันนี้ถอนไม่ได้ แต่ท่านค้ำประกันด้วยเงินงบประมาณของแผ่นดิน แสดงว่าท่านไม่ต้องใช้ฝีมือในการ บริหารเลย แค่ชนะดอกเบี้ยแบงก์ ๑๒ เดือนได้ก็ถือว่าโอเค แล้วถ้าเมื่อไรแพ้ก็เอาเงินหลวงจ่าย เอางบประมาณแผ่นดินจ่าย เพราะฉะนั้นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นก็คืออาจจะมีความเสี่ยงในด้าน ภาระของงบประมาณแผ่นดินจะเพิ่มขึ้นในอนาคต ข้อเสนอก็คือ กอช. ควรปรับ อันนี้เพื่อน หลายคนเคยพูดไปแล้วว่าปรับการลงทุนเถอะครับ มันยังมีหลายวิธีการลงทุนที่มันยืดหยุ่น และปลอดภัย แล้วก็จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่านี้ แสดงศักยภาพของกองทุนออกมาครับ ให้มันจูงใจ ทั้งกลุ่มอายุวัยรุ่น อายุคนทำงาน และคนเหล่านี้เป็นคนนอกระบบ ให้ความรู้เขาด้วยครับ ว่ากองทุนของท่านมีความคุ้มค่าอย่างไรเปรียบเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ดังนั้น ๓ ข้อเสนอ ของผมครับ ๑. ขอให้สนับสนุนให้เกิดการเพิ่มหลักสูตรความรู้ทางด้านการเงินการลงทุน ในระดับมัธยม ๒. ขอเสนอให้มีการตั้งที่ปรึกษาทางด้านการเงินของภาครัฐประจำอำเภอ โดยอาศัยเครือข่ายของท่าน งบประมาณของท่าน ข้อสุดท้ายขอให้ กอช. พิจารณาปรับ สัดส่วนการลงทุนเพื่อให้มีความยืดหยุ่นปลอดภัยและได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ