ฐิติมา ฉายแสง เสนอแนวทางแก้ปัญหาข้าวตกต่ำโดยเสนอให้รัฐบาลออกนโยบายสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหาร รับซื้อข้าวเปลือกในราคา ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน เพื่อพยุงราคาและป้องกันวิกฤตอาหารในอนาคต พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชดเชยชาวนาที่ขายข้าวไปแล้วในราคาต่ำ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส.ฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ เรื่องราคาข้าว ตกต่ำ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคมที่ผ่านมาดิฉันด้วยความห่วงใยพี่น้องชาวนาก็ได้หารือใน สภาผู้แทนราษฎรไปว่าราคาข้าวมันตกลงมาตอนนั้นอยู่เหลือ ๗,๒๐๐ บาท และตอนนี้ค่ะ ท่านประธาน ขณะนี้ลดลงเหลือประมาณ ๖,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งมันอาจจะต่ำกว่าต้นทุน การผลิตก็ดี จะทำให้ชาวนาขาดทุนหนักก็ดี แล้วก็หลายรายตอนนี้ก็ประสบปัญหาหนี้สิน กันอยู่แล้ว ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันอาจจะอภิปรายฉีกแนวไปกว่าคนอื่นด้วยก็ได้ การส่งออกข้าวเพียงอย่างเดียวมันไม่สามารถที่จะพยุงราคาข้าวในประเทศได้ ดิฉันทราบว่า รัฐบาลได้พยายามผลักดันการส่งออกข้าวไปยังหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อเมริกา หรือว่ายุโรป แต่ว่าเมื่อเช้านี้ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ที่ดิฉันเป็น กรรมาธิการอยู่ ทางกรมการค้าต่างประเทศก็ได้มาบอกแล้วว่าประเทศเหล่านี้เขาชะลอ การซื้อจากเรา แล้วก็ทราบว่ากระทรวงพาณิชย์เองก็พยายามที่จะขายข้าว อย่างเช่น ทำ MOU ที่จะขายข้าวไปยังประเทศแอฟริกาใต้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน แล้วก็ G to G กับจีน ๒๘๐,๐๐๐ ตัน แต่ว่าเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณข้าวที่มันออกมาประมาณที่ ๖,๕๐๐,๐๐๐ ตัน นั้นมันก็ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่ส่งออกข้าวอย่างเดียวมันคงไม่พอ เพราะมันห่างไกลกับ ตัวเลขเหลือเกิน มันไม่สามารถพยุงราคาข้าวได้ ดังนั้นท่านประธานคะ ดิฉันเองขอเสนอ แนวทางที่จะช่วยให้ราคาข้าวดีขึ้น จากในความคิดของดิฉันก็คือว่าขอเสนอให้รัฐบาลนั้น ออกนโยบายสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการประกาศรับซื้อข้าวเปลือก ในราคาประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน เพื่อพยุงราคาข้าวในประเทศ แล้วก็ช่วยป้องกัน ความเสี่ยงของวิกฤติอาหารในอนาคต ท่านประธานคะ แนวคิดนี้การสำรองข้าวเพื่อความ มั่นคงทางอาหารนั้นไม่ใช่ความคิดที่จะถือว่ามันสุดโต่งจนเกินไป ดิฉันคิดว่าประเทศอินเดีย เราก็รู้อยู่ว่าเป็นผู้ผลิต เป็นผู้ส่งออกอันดับสูงที่สุดของโลก เขาก็เคยประกาศระงับการส่งออก ข้าวชั่วคราวเพื่อสำรองข้าวไว้ใช้ในประเทศตนเอง ตอนนั้นส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลก สูงขึ้นทันที แล้วราคาข้าวที่พี่น้องชาวนาได้อยู่ประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตัน ประเทศจีนเอง ก็มีระบบสำรองข้าวในคลังสินค้าเพื่อควบคุมราคา แล้วก็ป้องกันภาวะขาดแคลน อเมริกาก็ดี สหภาพยุโรปก็ดีก็มีแนวทางในการสำรองธัญพืชเพื่อความมั่นคง ทางอาหาร ถามว่าการ สำรองเพื่อความมั่นคงทางอาหารมันมีประโยชน์อย่างไร ท่านประธานคะ แน่นอนมันเป็นการ รักษาเสถียรภาพราคาข้าวในตลาด เพราะว่าเมื่อรัฐบาลประกาศรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อสำรอง ผู้ส่งออกก็ดี ผู้ประกอบการก็ดี จะรีบเข้ามาแย่งกันซื้อข้าวทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัว สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ แล้วมันก็เป็นการช่วยพยุงราคาข้าวโดยใช้กลไกตลาด ไม่ใช่การแทรกแซง ตลาดแบบผิดธรรมชาติ ท่านประธานคะ ในภาวะโลกร้อนที่เราเรียกว่า Climate Change นี้ ทำให้เกิดภัยแล้ง น้ำท่วม ความแปรปรวนของฤดูกาลอาจจะกระทบต่อผลผลิตในอนาคตได้ หากประเทศไทยมีข้าวสำรองในคลังสินค้าเราจะสามารถป้องกันวิกฤติอาหารและช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ การประกาศรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อสำรองเพื่อความมั่นคงทางอาหารนี้ สามารถเอาไว้สำรองแจกจ่ายประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ แล้วก็สามารถนำไปใช้ในโครงการ ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ช่วยให้กับประเทศที่ประสบภัยพิบัติก็ดี ที่เขากำลังประสบกับ ปัญหาต่าง ๆ นานาทำได้ค่ะท่านประธาน บางคนอาจสงสัยว่าการรับซื้อนี้มันจะขัดกับ กฎระเบียบของดับเบิลยูทีโอไหม ขอบอกว่าไม่ขัดเลยค่ะ เพราะว่าดับเบิลยูทีโออนุญาตให้ ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินโครงการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงทางอาหารได้ภายใต้ Green Box กล่องสีเขียวของดับเบิลยูทีโอได้ และดิฉันก็เพิ่งถามกรมการค้าภายในที่มา ประชุมกับกรรมาธิการเกษตรเมื่อเช้านี้เอง บอกว่าแนวคิดที่ดิฉันเสนอนี้ทำได้ไหม ทางรอง อธิบดีกรมการค้าภายในก็บอกทำได้ อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลนั่นเอง ทีนี้สำหรับชาวนาที่เขา ขายข้าวไปแล้วดิฉันก็คิดว่าเราคงจะต้องให้รัฐบาลซึ่งท่านนายกแพทองธาร ชินวัตร เพิ่งประกาศออกมาที่จะต้องมีการชดเชยให้นี้ก็ชดเชยให้พี่น้องชาวนาที่ได้ขายข้าวไปแล้ว ในราคาที่ต่ำชดเชยให้เขาเพื่อที่เขาจะได้ไม่เสียเปรียบแล้วก็มีกำลังใจกลับมา ก็ขอสรุปว่า ข้อเสนอถึงรัฐบาลมีดังนี้ค่ะ ๑. ประกาศนโยบายสำรองข้าวเพื่อความมั่นคงทางอาหาร รับซื้อ ข้าวเปลือกเพื่อเข้าสู่คลังสำรองของรัฐ พยุงราคาข้าวโดยใช้กลไกการตลาดไม่ใช่การ แทรกแซง นำข้าวสำรองไปใช้เพื่อความมั่นคงทางอาหารของไทย หรือไปช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน แล้วก็ช่วยเหลือประเทศอื่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และข้อที่ ๓ ก็คือชดเชยให้กับชาวนาที่ขายข้าวไปก่อนหน้านี้ ดิฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการ เหล่านี้โดยเร็ว แล้วหากปล่อยเอาไว้ราคาข้าวอาจจะตกลงไปเรื่อย ๆ พี่น้องชาวนาก็จะอยู่ ไม่ได้ และเมื่ออยู่ไม่ได้เลิกปลูกขึ้นมาความมั่นคงทางอาหารก็จะตกอยู่ในความเสี่ยงค่ะ ขอบพระคุณค่ะ