ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง หารือเรื่องราคาข้าวตกต่ำ โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่ยั่งยืนและเสนอวิธีการเพิ่มมูลค่าข้าวของไทย เช่น การแปรรูป เพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้ข้าวในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และการขยายการแปรรูปข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาพัฒนาและผลักดันการแปรรูปข้าวอย่างจริงจัง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ประกอบด้วยอำเภอนครหลวง บางปะหัน มหาราช บ้านแพรก และท่าเรือ พรรคประชาชน ทั้ง ๕ อำเภอที่ผมกล่าวไปนั้นมีชาวนาแล้วก็มีอาชีพทำนากันทั้งอำเภอครับ เมื่อสักครู่นี้ มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงการแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไป หลายท่านแล้วแต่ผมจะไม่พูดซ้ำ ผมจะมีคำอภิปรายอีกแบบหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ราคาข้าวเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน หลายรัฐบาลแก้ปัญหาที่เรื้อรังโดยวิธีการประกัน ราคาข้าว จำนำข้าวเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด โดยทุ่มเทงบประมาณในการช่วยเหลือ เกษตรกรมาโดยลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปัจจุบันการแข่งขันในตลาดโลกสูงขึ้น วันนี้ส่วนแบ่งการตลาดของเราลดลง มีผู้ส่งออก รายใหญ่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ เช่น อินเดีย เวียดนาม แล้วต่อไปอีกไม่นานก็จะมีเขมร ลาว หรือพม่า เติบโตขึ้นมาเป็นคู่แข่งในอนาคตครับ ดังนั้นเราควรมาพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหา อย่างยั่งยืน ขอย้ำว่า อย่างยั่งยืน ในการลดต้นทุนการผลิต การนำนวัตกรรม และเทคโนโลยี มาใช้ในการผลิตให้มากขึ้นซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง ผมจึงขอเสนอวิธีการอีกวิธีหนึ่ง ที่จะสามารถเพิ่มมูลค่าข้าวของไทยให้สูงขึ้นได้คือการแปรรูป ให้สามารถสร้างรายได้และ เป็นการเพิ่มราคาข้าวให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนต่อไป ท่านประธานครับ ผลผลิต ข้าวเปลือกในประเทศไทยมีประมาณ ๓๐ ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้ประมาณ ๑ ใน ๔ จะถูก นำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมโดยแบ่งเป็น ๒ ส่วนหลัก ๆ
๑. ใช้ในส่วนอุตสาหกรรมแปรรูป เช่น การทำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นขนมจีน ขนมขบเคี้ยว ไวน์ข้าว สุราจากข้าว น้ำมันรำข้าว และ เครื่องสำอาง มีความต้องการอยู่ประมาณ ๒.๗ ล้านตันข้าวสารต่อปี
๒. การใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์สำหรับหมูขุน หมูพันธุ์ เป็ดพันธุ์ และใช้ ทดแทนวัตถุดิบอาหารสัตว์ นำเข้าประมาณ ๑.๗ ล้านตันข้าวสาร รวมแล้วมีความต้องการ ข้าวเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมทั้งสิ้น ๔.๔ ล้านตันข้าวสาร หรือ ๖.๘ ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ ๒๔ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ
แต่ปัญหาคือประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายการขยายการแปรรูป ข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่ามากขึ้นอย่างชัดเจน แม้กระทั่งในแผนพัฒนาการผลิต การตลาดข้าวครบวงจรปีการเพาะปลูก ๒๕๖๘ รัฐบาลยังกำหนดให้ความต้องการวัตถุดิบ ข้าวในการแปรรูปยังคงเดิมจากปีก่อน ๆ ทั้ง ๆ ที่ข้าวสามารถนำมาใช้ในการแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลาย ประเทศไทยควรพัฒนาการแปรรูปข้าวให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มี มูลค่าเพิ่มและสามารถเพิ่มการใช้ประโยชน์จากข้าวภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นไปที่ อุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ใช้ข้าวเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งสามารถ พัฒนาได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวดังนี้ เช่น อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง บะหมี่ กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และ Bakery อุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ ยา และเครื่องสำอาง ข้าวพร้อมรับประทาน เช่น ข้าวพอง ข้าวอบกรอบ สำหรับตลาดขนมขบเคี้ยว ข้าวหุงสุก แช่แข็ง รองรับ Lifestyle เร่งรีบ ข้าว Pasteurize สำหรับตลาดส่งออกอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมทาน ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้หารือกับตัวแทนของกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ญี่ปุ่น ในการให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการจัดเก็บข้าวสุกพร้อมรับประทานระดับภูมิภาคเพื่อช่วยเหลือประเทศสมาชิก ที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน และเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารให้กับภูมิภาค ซึ่งเมื่อ สำเร็จน่าจะทำให้การแปรรูปดังกล่าวส่งผลดีกับข้าวของประเทศไทย ซึ่งโครงการนี้ ควรผลักดันให้เกิดขึ้นจริงครับ ข้าวแปรรูปเป็นอะไรได้อีก ก็ยังเป็นเครื่องดื่ม เช่น นมข้าว เป็นทางเลือกแทนนมวัว เหมาะสำหรับผู้แพ้ Lactose และยังเป็นสุรา ไวน์จากข้าวได้อีก หลายอย่าง ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่าเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากข้าวมากมายซึ่งทำให้ราคาข้าวของเราสูงขึ้น และเป็นการแก้ไขปัญหาอย่าง ยั่งยืน ผมมั่นใจว่าหน่วยงานรัฐและหน่วยงานเอกชนมีข้อมูลและวิธีการที่จะแปรรูปข้าว อยู่แล้ว เพียงแต่ขาดการสนับสนุนและให้ความสำคัญ จึงขอให้รัฐบาลเข้ามาพัฒนาและ ผลักดันอย่างจริงจัง หวังว่าเราจะสามารถนำข้าวไทยมาแปรรูปจากเดิม ๒๔ เปอร์เซ็นต์ ให้สูงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตความมั่นคงให้กับเกษตรกรไทยโดยไม่ต้องมา เรียกร้องเช่นนี้ทุก ๆ ปี ขอบคุณครับ