รวี ชี้ราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลเร่งแก้-ปรับนโยบายเกษตรยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๗ · ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

รวี เล็กอุทัย นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาในจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และวิถีชีวิต โดยขอเปิดสไลด์ประกอบการชี้แจง รวี เล็กอุทัย ระบุปริมาณคาดการณ์ผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ ว่าเพิ่มขึ้นกว่า ๖.๕๓ ล้านตัน และเตือนว่าหากไม่มีมาตรการรองรับราคาอย่างชัดเจน ราคาจะตกต่ำลงจากปัจจัยภายนอกและต้นทุนการผลิตที่สูง จึงเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับคุณภาพและการควบคุมต้นทุนในระยะยาว พร้อมทั้งเห็นชอบใช้งบประมาณช่วยเหลือเฉพาะหน้าผ่านโครงการชะลอการขายข้าวและสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าว โดยขอให้ภาครัฐกำกับดูแลตรวจสอบย้อนกลับอย่างเคร่งครัด และเรียกร้องให้แสวงหาความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตกับผู้รับซื้อใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงเร่งรัดให้นบข. เสนอนโยบายแก้ไขปัญหาราคาข้าว รวี เล็กอุทัย ยืนยันความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวเพื่อชีวิตชาวนา และเสนอแนวทางระยะยาวโดยเน้นการปรับนโยบายเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน การวิจัยเมล็ดพันธุ์คุณภาพ การทำเกษตร Zoning และการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนและสร้างความมั่นคงทางรายได้

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากสถานการณ์ความเดือดร้อนในเรื่องของราคาข้าวที่ตกต่ำในขณะนี้ ผมในฐานะ สส. ผู้แทนราษฎรของพี่น้องชาวนา พี่น้องประชาชนก็เป็นหนึ่งในคนที่รับ เรื่องราวร้องทุกข์ รับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาในพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ของผม อำเภอพิชัย อำเภอตรอน และอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งชาวนาทุกท่านกำลังลำบาก อย่างมากในขณะนี้อย่างที่เพื่อน ๆ สมาชิกหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไปถึงปัญหาความเดือดร้อน ต่าง ๆ เพราะว่าเรื่องราคาข้าวตกต่ำในขณะนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของเศรษฐกิจ แต่มันเรื่อง ปัญหาความเป็นอยู่วิถีชีวิตการดำรงชีพของพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ ขออนุญาตเอาสไลด์ ขึ้นด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานครับ จากตัวเลขปริมาณการ คาดการณ์ผลผลิตของข้าวเปลือกนาปรังในปี ๒๕๖๗/๒๕๖๘ มีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณ ร่วมกว่า ๖.๕๓ ล้านตัน เพิ่มขึ้นถึง ๑.๐๘ ล้านตัน โดยผลผลิตจะออกมาในช่วงเดือนหน้า มีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าถ้าหากยังไม่มีมาตรการที่จะรองรับอย่างเป็น รูปธรรม อย่างชัดเจน ราคาข้าวจะตกต่ำลงอีกอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ปัญหาราคา ข้าวในขณะนี้ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านก็ได้กล่าวไปแล้วด้วยว่ามันเกิดจากปัจจัยภายนอกที่เรา ควบคุมไม่ได้อย่างเช่นตลาดอินเดีย รวมไปจนถึงตลาดของต้นทุนการผลิตที่สำคัญอย่างเช่น ปุ๋ยที่เราไม่สามารถไปกำหนดหรือควบคุมราคาได้ แต่อย่างไรก็ดีครับ เพราะฉะนั้นมันถึงเป็น หนทางที่ผมมองว่าการจะแก้ไขปัญหาเรื่องข้าวของไทยในระยะยาวเราควรจะต้องให้ ความสำคัญในด้านของคุณภาพและการควบคุมของต้นทุนการผลิตอย่างจริงจัง และหวังเป็น อย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้และมุ่งมั่นตั้งใจในการหาทางออกในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ท่านประธานครับ ปัญหาในขณะนี้มันเหมือนกับเรากำลังเห็นพี่น้องชาวนาของเรากำลัง จะจมน้ำ ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการก็คือใครสักคนที่จะยื่นมือลงมาแล้วช่วยดึงเขาให้พ้นจากน้ำ ใครสักคนที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากปัญหาเหล่านี้ ซึ่งนั่นก็คือรัฐบาลและทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องที่จะเป็นคนช่วยดึงมือของพี่น้องเกษตรกรให้ขึ้นมา และหากเรามีการพิจารณา รอบด้านอย่างถี่ถ้วน และหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินในการ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในปัจจุบันในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ผมก็เห็นด้วยว่า เราถึงเวลาที่จะต้องใช้ในส่วนตรงนั้น เพราะนอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นครับ เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้เสนอตอนนี้ก็มีอีกโครงการหนึ่งที่ออกมาแล้ว นั่นก็คือโครงการ ชะลอการขายข้าว สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันเกษตรกรก็เป็น อีกโครงการหนึ่งที่พอจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้อีกช่องทางแต่ในโครงการนี้ ก็ต้องขอให้ทางภาครัฐช่วยกำกับดูแลกำหนดรูปแบบวิธีการตรวจสอบย้อนกลับที่เป็นระบบ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่มีความเดือดร้อนจริง ๆ ได้รับสิทธิตรงนี้อย่างครบถ้วนไม่มีใคร ตกหล่น และคู่ขนานกันไปครับ ในขณะที่มีการออกมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในการ ช่วยพยุงราคาข้าวในประเทศให้สูงขึ้นครับ รัฐควรจะต้องมีการทำการล่วงหน้าอย่างการ แสวงหาความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตข้าวให้กลายเป็นคู่ค้าควบคู่ไปกับการเปิดตลาด ในประเทศผู้รับซื้อข้าวไทยรายใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความสามารถในการผลิตข้าวของ ประเทศไทยเราอยู่ในปัจจุบันอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พยายามทำอยู่ นอกจากนั้นผมต้องขอฝากความหวังกับคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือ นบข. ซึ่งเป็นกลุ่มคน กลุ่มองคาพยพที่มีทั้งตัวแทนจากฝั่งภาครัฐ ข้าราชการประจำ ตัวแทน จากทั้งภาคเอกชนผู้ส่งออกข้าวซึ่งมีหน้าที่ในการร่วมกันคิดและเสนอนโยบายต่าง ๆ ให้กับ รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาข้าวเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนโดยเร็วที่สุดครับ

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าการแก้ไขปัญหาราคา ข้าวในตอนนี้เราต้องเร็ว เราช้าไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกไปนี่คือชีวิตของพี่น้องชาวนาครับ ชีวิตของพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ ดังนั้นเราอย่าปล่อยให้ความหวังของพี่น้องชาวนาเราต้อง รอนานเลยครับ ส่วนในระยะยาวผมก็ยังเป็นกังวลอยู่ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะยังเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำอีก หากเรายังไม่มีการแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบนโยบาย หรือพฤติกรรมกรรม ด้านการทำเกษตรกรรมของประเทศไทยที่เป็นรูปธรรม เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าการ แก้ไขปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการอุดหนุนเงินลงไปอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันถึงเวลา หรือยังที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงพี่น้องเกษตรกรชาวนาจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันครับ ในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุหรือจุดเริ่มต้น ทั้งต้นทุนในกระบวนการผลิต การวิจัยเมล็ดพันธุ์ ที่มีคุณภาพและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก การกำหนดเขตที่เหมาะสมในการเพาะปลูก หรือการทำเกษตร Zoning การพัฒนาจากภาคเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวเป็นภาคอุตสาหกรรม การเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทยครับ การสนับสนุนเครื่องจักรเทคโนโลยี นวัตกรรมรวมไปจนถึงการจูงใจและหาตลาดสินค้าใหม่ ๆ ให้กับเกษตรกร เพราะสิ่งเหล่านี้ ครับจะเป็นหนทางที่ยั่งยืนในการช่วยให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาหลุดพ้นจากวังวนการตกต่ำ ของราคาข้าว และเพื่อทำให้ผู้ที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศไทยเราครับสามารถมีรายได้ ที่ดีและมั่นคงได้จริง ๆ เสียทีครับ ขอบพระคุณครับ