ซาการียา สะอิ ตั้งคำถาม ๓ ข้อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ความกังวลเรื่องการถูกบริษัทลอยแพ และผลกระทบจากการยกเลิกการบินไทยในการขนส่งผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ โดยตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางดำเนินการของกระทรวงมหาดไทยและความเป็นไปได้ในการใช้กองทุนฮัจญ์ที่มีงบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้แสวงบุญ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคภูมิใจไทย ซึ่งประกอบ ไปด้วยอำเภอระแงะ อำเภอจะแนะ อำเภอสุคิริน วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านซาบีดา ไทยเศรษฐ์ มาตอบกระทู้เรื่องของฮัจญ์นะครับ วันนี้ ผมขอตั้งคำถามทีเดียวเลย ๓ คำถาม จะเป็นทีละคำถามนะครับ จริง ๆ แล้วการประกอบพิธี ฮัจญ์คือการเดินทางไปประกอบศาสนกิจ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบียของมุสลิม ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ ประการในหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลามที่คนที่นับถือศาสนาอิสลามทุกคน ที่มีความสามารถทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และกำลังทรัพย์ ต้องปฏิบัติอย่างน้อยครั้งหนึ่ง ในชีวิต ย้อนไปเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วครับท่านประธาน ผมเองได้มีโอกาสไปทำฮัจญ์มาแล้ว ซึ่ง ณ ตอนนั้นราคาอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ บาท ก็ถือว่าแพงอยู่นะครับ ๒๐ ปี แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียง อย่างเช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ บรูไน ก็ถือ ว่าราคา ณ ตอนนั้นที่ถามไถ่กันก็จะเป็นราคาที่ใกล้เคียงกัน แต่เมื่อ ๒ ๓ ปีที่ผ่านมา ราคา เริ่มต้นของการทำฮัจญ์ก็เริ่มสูงขึ้นเป็น ๒๘๐,๐๐๐ บาทบ้าง จนถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทบ้าง ซึ่งเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วนี่ไทยมีราคาที่สูงกว่า เยอะมาก ซึ่งทำให้การทำฮัจญ์ที่ไปกันส่วนใหญ่ก็จะไปกันเป็นครอบครัวนะครับ ไม่ว่าจะเป็น คู่สามีภรรยา หรือพ่อกับแม่ หรือว่าแม่กับลูก เพราะว่าการแสวงบุญสำหรับผู้หญิงแล้ว จำเป็นต้องมีมะห์รอมซึ่งเป็นคนที่อยู่ในครอบครัวด้วยกัน ฉะนั้นค่าใช้จ่ายการทำฮัจญ์ก็เลย พุ่งสูงถึงครอบครัวละประมาณอย่างต่ำ ๆ ก็ ๗๐๐,๐๐๐ ๘๐๐,๐๐๐ บาท บางคนเก็บเงิน ทั้งชีวิตครับท่านประธาน บางคนยังต้องขายที่ขายทางเพื่อที่จะได้ไปทำฮัจญ์สักครั้งหนึ่ง ในชีวิต เพราะฉะนั้นเดือนที่จะถึงนี้ก็คือเดือนหน้านี้จะเป็นเดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่ ๙ ของ ปฏิทินอิสลาม แล้วหลังจากนั้นอีก ๒ เดือน มุสลิมทุกคนนี่มุสลิมก็จะมีเทศกาลฮัจญ์ ซึ่งคนที่ ไปฮัจญ์ก็จะเป็นคนที่ขอทำการลงทะเบียนกับทางรัฐว่าจะไปทำฮัจญ์ ซึ่งประเทศไทยก็จะมี คนเกือบ ๑๐,๐๐๐ คนโดยประมาณที่ไปทำฮัจญ์ แต่ละคนก็มีค่าใช้จ่ายในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทางด้านการเดินทาง ที่พัก อาหาร สุขภาพ และอีกหลาย ๆ ด้าน ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา ผู้แสวงบุญ จำนวนมากถูกบริษัทลอยแพ อันนี้เป็น Viral ที่เกิดในพื้นที่ก็ทราบกันดีนะครับ ผมเองแล้วก็ ประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ก็มีความกังวลในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นจึงเกิดคำถาม ไปว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำถามแรกนะครับ พี่น้องมุสลิมสะท้อนปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ในการเดินทางประกอบพิธีฮัจญ์ แล้วก็เรื่องของความกังวลที่จะถูกบริษัทลอยแพ ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นประธานกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย มีแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างไร ต่อเลยนะครับท่านประธาน อันนี้คือคำถามแรก เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารัฐบาลในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในภูมิภาคของเราเอง หรือในภูมิภาค อื่น ๆ มีส่วนสนับสนุนดูแลผู้ที่จะไปประกอบพิธีฮัจญ์ ประเทศไทยก็เช่นกันก็มีคณะกรรมการ ส่งเสริมกิจการฮัจญ์แห่งประเทศไทย มีส่วนส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลามและกิจการฮัจญ์ และอีกหลาย ๆ องค์กรที่ทำหน้าที่สนับสนุน ช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ที่ จะไปแสวงบุญดังกล่าว อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่อีกด้านหนึ่งก็มีองค์กรที่ได้หาประโยชน์ จากช่วงดังกล่าวเช่นราคาตั๋วเครื่องบินซึ่งมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศใกล้เคียงเรา ในช่วงเวลาเดียวกัน ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครม. มีมติยกเลิก การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติในการที่จะขนส่งผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ ก็เลยมีความ วิตกกังวลจากคนในพื้นที่หลาย ๆ ฝ่ายว่าการยกเลิกมันจะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นไหม หรือว่า ความสะดวกสบายจะมีเหมือนเดิมไหม หรือต่ำกว่าเดิมหรือเปล่า
ก็เลยเกิดคำถามข้อที่ ๒ ว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ เห็นชอบให้ยกเลิกแนวทางการกำหนดให้สายการบินไทยเป็นสายการบิน แห่งชาติในการขนส่งผู้แสวงบุญไปประกอบพิธีฮัจญ์เพียงสายการบินเดียวนะครับ กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร เป็นคำถามที่ ๒ นะครับ
คำถามถัดไปนะครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ พรรคภูมิใจไทยนำโดยท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นผู้เสนอ พ.ร.บ. กิจการฮัจญ์ รวมถึง คณะด้วยนะครับ เป็น พ.ร.บ. แรกของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอต่อสภา ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีเรื่อง ของกองทุน เนื่องจาก พ.ร.บ. นี้เป็น พ.ร.บ. การเงิน จึงทำให้ใช้เวลาในการที่นำเสนอนี้ ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้กระทรวงมหาดไทยมีกองทุนสำหรับผู้เดินทางไป ประกอบพิธีฮัจญ์ที่มีงบประมาณอยู่ที่ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดิน
คำถามสุดท้าย ก็คือเราจะสามารถใช้งบประมาณดังกล่าว กองทุนดังกล่าว ในส่วนนี้ในการช่วยเหลือผู้แสวงบุญในการประกอบพิธีฮัจญ์ได้หรือไม่ อย่างไร ทั้งหมด ๓ คำถามครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ