รักษ์ วรกิจโภคาทร นำเสนอผลการดำเนินงานของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยในปี ๒๕๖๗ โดยเน้นการเติบโตของสินเชื่อและการบริการทางการเงิน พร้อมยกย่องบทบาทในการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังนำเสนอรายงานผลประกอบการ ๒ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๗) โดยเน้นย้ำความสำเร็จจากการได้รับรางวัลกว่า ๕๘ รางวัลทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทย
กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย ขอนำเรียนในการแถลงผลการดำเนินงานในปี ๒๕๖๖ แล้วก็จะมีตัวเลข Update ในปี ๒๕๖๗ มาด้วยในคราวนี้นะครับ เราเติบโตจากปี ๒๕๖๕ มาเป็นยอดสินเชื่อ ทั้งหมดแล้วภาระผูกพันนี้อยู่ที่ ๑๗๗,๙๓๒ ล้านบาท ในขณะที่ทั้งระบบตลาดเงินติดลบ ก็คือหมายถึงว่าในปี ๒๕๖๕ มาปี ๒๕๖๖ ทั้งตลาดติดลบอยู่ใกล้ ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ และในขณะเดียวกันในปี ๒๕๖๗ เรายังเติบโตได้อีก ๖.๗๑ เปอร์เซ็นต์ มาจบตัวเลขสิ้นปี อยู่ที่ ๑๘๙,๘๗๐ ล้านบาท อีกมุมหนึ่งที่อยากจะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นก็คือยอดคงค้างสินเชื่อที่เรา เรียกว่า สินเชื่อ ESG หรือว่าสินเชื่อสีเขียวเพื่อความยั่งยืน Port ของเรามีขนาดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ เราจบ Port ที่ปี ๒๕๖๗ อยู่ที่ ๗๕,๘๑๐ ล้านบาท เราเติบโตขึ้นมาจากปี ๒๕๖๖ อยู่ที่ ๒๑.๓ เปอร์เซ็นต์ และในขณะเดียวกันเรามีอีก ๑ ธุรกรรม ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย เรามีทั้งมุมของสินเชื่อแล้วก็มีในมุมของการบริการรับประกัน การชำระเงินซึ่งดูแลพี่น้องผู้ประกอบการที่เป็นผู้ส่งออกนะครับ เราปิดสิ้นปี ๒๕๖๖ ที่ ๑๗๙,๕๕๗ ล้านบาท แล้วก็เติบโตมาจากปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ประมาณ ๖ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๗ เช่นเดียวกันครับเป็น Trend ขาขึ้น เราเติบโตมาเป็น ๑๙๓,๕๓๖ ล้านบาท เติบโตอีกประมาณ ๗.๗๙ เปอร์เซ็นต์ NPL Ratio เป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะควบคุมดูแล ในขณะที่ต้องทำพันธกิจต้องโอบอุ้มพี่น้องผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มเปราะบาง เราพยายาม ที่จะ Benchmark ตัวเองให้ NPL Ratio ของเราไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ในปี ๒๕๖๖ เราทำได้อยู่ที่ประมาณ ๔.๖๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ เราพยายามที่จะกดตัว NPL Ratio ลงมาเหลืออยู่ที่ ๓.๔๒ เปอร์เซ็นต์ กำไรสุทธิเช่นเดียวกัน เรามีพันธกิจในการที่ต้องดูแลพี่น้องผู้ประกอบการ เราน่าจะเป็นหนึ่ง ในสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่พยายามที่จะใช้เงิน Subsidy น้อยที่สุดนะครับ แต่อย่างไรเราก็ต้องดำรงซึ่งสัดส่วนของกำไรนะครับ จากปี ๒๕๖๖ เรามีกำไรสุทธิอยู่ที่ ๔๕๖ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๗ เราเติบโตขึ้นมาอีกประมาณเกือบ ๆ ๑๓๑ เปอร์เซ็นต์ มาจบตัวเลขสิ้นปีอยู่ที่ ๑,๐๕๓ ล้านบาท ในสไลด์ถัดไปจะเป็น Highlight ตัวเลขที่เป็น Key Figures ของตัวเลขทางการเงินนะครับ เราจะเห็นว่ารายได้รวมเราเติบโตมาโดยตลอด จากปี ๒๕๖๕ ซึ่งเรามีรายได้รวมอยู่ที่ ๔,๓๑๐ ล้านบาท มาเป็น ๔,๘๑๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๖ แล้วก็ในปี ๒๕๖๗ เราปิดสิ้นปีที่ ๕,๐๗๑ ล้านบาท แล้วเราพยายามที่จะรักษา ค่าใช้จ่าย หรือว่า Cost to Income Ratio ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมนะครับ อยู่ที่ประมาณ ๓๓.๓๒ เปอร์เซ็นต์ และในที่สุดเราก็จะเห็นตัวกำไรจากการดำเนินงานนี้มีการเติบโตขึ้นมา โดยลำดับนะครับ แล้วก็ในขณะเดียวกันเราเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจแห่งเดียว ที่เข้าระบบบัญชีใหม่หรือที่เราเรียกว่า TFRS 9 เรามีระดับการสำรองที่เป็นมาตรฐาน แล้วก็เป็น Benchmark ใน Industry Norm เทียบเท่ากับธนาคารพาณิชย์นะครับ ในมุม ของการที่เราทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการที่จะดูแลผู้ประกอบการทั้ง Size เล็ก Size กลาง แล้วก็ Size ใหญ่เรามีมุมเรื่องของการต่อลมหายใจ ในวันที่โควิดเข้ามาในประเทศไทย แทบจะไม่มีสถาบันการเงินไหนที่จะเข้าไปดูแลกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอันดับแรก ๆ ไม่ว่า จะเป็นสายการบิน ไม่ว่าจะเป็นพาณิชย์นาวี หรือว่าแม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องนะครับ ในปีนั้นเราเข้าไปช่วยเหลือเราดูแลกลุ่มผู้ประกอบการ สายการบินอยู่ ๙,๙๐๐ ล้านบาท แล้วก็ธุรกิจพาณิชย์นาวีอยู่อีก ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ในมุม ของการติดตามคุณภาพแก้หนี้อย่างยั่งยืนนะครับ คนที่เป็นหนี้เสียหรือว่ากำลังจะเป็นหนี้เสีย เราพยายามที่จะใช้หลักการในการทำ Proactive ก็คือเข้าไปดูแลเขาก่อนที่เขาจะกลายเป็น บุคคลที่ค้างชำระเกิน ๓ เดือน ในมุมของการปรับคนที่ค้างชำระแล้วกลับมาเป็นลูกหนี้ปกติได้ เราคิดเป็นจำนวนเงินอยู่ที่ ๔,๒๘๕ ล้านบาท หรือเป็นจำนวนรายประมาณ ๑๓๔ ราย ในมุม ของการแก้หนี้อย่างยั่งยืนคือให้โอกาสคนเหล่านี้ในการที่จะพักชำระหนี้ แล้วก็ผ่อนอย่าง บาง ๆ พอให้กิจการของเขาสามารถที่จะลุกขึ้นมาได้ใหม่ เราทำไปทั้งสิ้นจำนวน ๓๘๗ ราย เป็นเม็ดเงินประมาณ ๑๔,๘๓๗ ล้านบาท และท้ายที่สุดเราพยายามที่จะเสริมอาวุธให้กับ ผู้ประกอบการในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เราพยายามที่จะทำในมุมของ Financial Literacy ก็คือเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารค่าเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการบริหารความเสี่ยง ในปี ๒๕๖๗ เราทำไปได้ ๒๒,๐๓๕ ราย ในปี ๒๕๖๖ เราทำได้ อยู่ที่ประมาณ ๑๙,๑๐๓ ราย และอีกอันหนึ่งก็จะเป็นในมุมของเส้นทางทางการเงิน เมื่อสักครู่ผมได้นำเรียนท่านสมาชิกไปบ้างแล้วนะครับ เราเป็นธนาคารแรก ๆ ที่ทำในเรื่องของ Green Financing Blue Financing แล้วท้ายที่สุด เราเพิ่งลงนามกับสำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงตัว CAC ในการออกทำ White Financing ก็หมายความว่า เงินทุนสีขาว เงินทุนสีเขียว แล้วก็เงินทุนสีน้ำเงิน ก็จะเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรม ทางการเงินที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งนี้ได้ขับเคลื่อนมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งวันนี้ Port เงินสีเขียว เงินสีน้ำเงิน แล้วก็เงินสีขาวของเรามีสัดส่วนที่สูงที่สุด ในประเทศไทย ณ ปัจจุบันครับ
ในสไลด์ถัดไปจะเป็นเรื่องของรางวัลทั้งในประเทศและต่างประเทศนะครับ เราพยายามที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบันนี้ เราได้รับรางวัล ได้รับ Recognition ทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า ๕๘ รางวัล อันนี้ก็จะเป็นรายงานที่เอาผลประกอบการทั้ง ๒ ปี ทั้งปี ๒๕๖๖ และปี ๒๕๖๗ มานำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ