มนพร เจริญศรี หารือโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและแผนการพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเน้นการขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงเทพฯ-หนองคาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้งหารือมาตรการเยียวยาผลกระทบจากการก่อสร้างโดยยืนยันข้อมูลครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบและชี้แจงแนวทางการแก้ไขผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ดิฉันได้รับมอบหมายจากท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เนื่องจากท่านเดินทางไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับคณะของท่านนายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาตอบกระทู้ถามของท่านวีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคประชาชน ต้องขอบคุณสำหรับคำถามนี้เป็นอย่างยิ่งนะคะ จะทำให้กระทรวงคมนาคมได้มีโอกาสสื่อสารแล้วก็ทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวผ่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปยังพี่น้องประชาชน ขออนุญาตให้ท่านประธานได้เห็นภาพรวม ของโครงสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของกระทรวงคมนาคมก่อนว่า การที่กระทรวงคมนาคมเองมีระบบราง เรื่องที่ ๑ ก็คือเรามีนโยบายขยายโครงข่ายรถไฟ ทางคู่ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการเร่งรัดในการเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและลดเวลาในการ เดินทาง แล้วก็รถรางในการเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคที่จะสนับสนุนให้ลดความแออัดและ พี่น้องประชาชนที่จะใช้สัญจรไปมาด้วยความปลอดภัย นอกจากนั้นเรามีระบบรางที่เชื่อม ระหว่างเมืองและระหว่างเมือง ซึ่งไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น รถไฟฟ้าสายสีชมพู สีเหลือง และสีส้ม นอกจากนั้นเราก็มีรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมทางหลัก ที่ท่านสมาชิกได้เอ่ยถึง คือรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ นั่นคือเรื่องของ การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งถ้ารถไฟความเร็วสูงได้เกิดขึ้นก็จะอำนวยความ สะดวกให้พี่น้องประชาชนแล้วก็ร่นระยะเวลาการเดินทาง นอกจากนั้นขออนุญาตเพิ่มเติม ในเรื่องของเพิ่มประสิทธิภาพสถานีขนส่งแล้วก็ระบบขนส่งต่อเนื่องโดยการนำเทคโนโลยี มาปรับปรุงเรื่องของระบบรางให้มีความทันสมัย ขออนุญาตขยายความไปถึงแนวทาง การพัฒนาของกระทรวงคมนาคม แนวทางที่เราจะพัฒนาเรื่องของระบบรางตอนนี้เรามี แนวทางการพัฒนาระบบรางทั้งสิ้น ๒,๐๖๒ กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางคู่ ๖ โครงการ เช่น รถไฟทางคู่ช่วงของโคราชไปถึงหนองคาย ๑ โครงการ แล้วก็โครงการสายใหม่เชื่อมต่อ นิคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีก ๕ โครงการ นอกจากนั้นมีระยะแผนการดำเนินการ ในระยะแผนกลางในเรื่องของรถไฟทางคู่สายใหม่ แล้วก็เชื่อมต่ออุตสาหกรรมอีก ๓ โครงการ รวมเป็น ๕ โครงการ ภาพรวมทั้งหมดในโครงการที่จะพูดถึงเนื่องจากท่านสมาชิกมาจาก ภาคอีสานก็จะเป็นสิ่งที่รัฐบาลเองได้ให้ความใส่ใจในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ เพราะนั่น คือการกระจายความเจริญจากเมืองไปสู่ภูมิภาคที่เราบอกว่าเราจะลดความเหลื่อมล้ำ นั่นก็คือให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงทุกมิติของการเดินทาง จึงมีการขยายในเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐานระบบรางไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างที่กราบเรียนว่าไม่ว่าจากนครราชสีมา ไปจนถึงหนองคาย ซึ่งโครงการดังกล่าวก็จะมีผ่านทั้งนครราชสีมา ผ่านทั้งขอนแก่น อุดรธานี และผ่านไปที่หนองคาย ซึ่งปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงระยะที่ ๑ ช่วงกรุงเทพมหานครคาดว่า จะมีการดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี ๒๕๗๑
ท่านประธานค่ะ กลับมาที่คำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าจะมีมาตรการ เยียวยาอย่างไร ขออนุญาตพูดถึงประเด็นที่พี่น้องประชาชนได้อยู่ในชุมชนแล้วเรามีมาตรการ เยียวยาอย่างไรว่าการดำเนินงานของการรถไฟ รฟท. ได้ดำเนินการอะไรไปบ้างแล้ว เริ่มต้น จากในการประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ทาง รฟท. ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสถาบัน พัฒนาชุมชนได้พูดถึงผลกระทบแล้วก็ขอแจ้งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของการเข้าไป ดำเนินการก่อสร้างของ รฟท. ดังกล่าว เมื่อเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๕ ทราบว่ามีชุมชนอยู่ ๓๐๐ ชุมชน มีชุมชนแล้วมีครัวเรือนอยู่ ๒๗,๐๘๔ ครัวเรือน ขอยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่อยู่ ในพื้นที่ของ รฟท. บางทีตัวเลขอาจจะคาดเคลื่อนเนื่องจากทาง พช. ได้ยืนยันตัวเลขที่มีการ Register แล้วบางทีอาจมีประชาชนที่แฝงมาไม่อยู่ในตัวเลขของ Register ถ้าเกิดชุมชน ที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด ๓ จังหวัด จำนวน ๕๗ ชุมชน อยู่ที่ ๓,๐๑๐ ครัวเรือน โดยเฉพาะ อำเภอเมืองขอนแก่นมี ๓๔ ชุมชน อยู่ที่ ๒,๑๐๗ ครัวเรือน กลับมาที่แนวเส้นทางรถไฟ ความเร็วสูงช่วงนครราชสีมาถึงหนองคายผ่านอำเภอเมืองขอนแก่น จากอำเภอเมืองขอนแก่น ไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นทางวิ่งที่เป็นทางยกระดับ แนวเส้นทางขนานกับทางรถไฟโดยอาคาร ทั้งหมดเป็นอาคารสภาพคอนกรีตแล้วมีความมั่นคงแข็งแรง ส่วนมากก็จะเป็นอาคารที่ไม่มี สัญญาเช่าที่ฉายภาพให้ท่านสมาชิกได้เห็นภาพไปพร้อม ๆ กัน แนวเส้นทางที่ ๒ ช่วงโคราช ไปหนองคายช่วงตรงกลางก็จะเป็นรถไฟทางคู่ผ่านอำเภอเมืองขอนแก่น ส่วนเส้นสีแดง ก็จะเป็นเส้นทางที่ไม่มีสัญญาเช่า สีชมพูจะเป็นอาคารที่มีสัญญาเช่า ดิฉันวงกลมให้เห็นว่า สีไหนที่มีสัญญาเช่า สีไหนที่ไม่มีสัญญาเช่า ซึ่งการแก้ไขปัญหาของ รฟท. เองเราก็พยายาม ที่จะสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแล้วก็ทำตามกรอบของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เครือข่ายชุมชนผู้ได้รับผลกระทบทางรถไฟ เครือข่ายชุมชนภาคใต้ ภาคอีสาน และภาคกลาง รวมทั้งเครือข่ายของพี่น้องชาวสลัม นักพัฒนาชุมชน มูลนิธิ องค์กรของพี่น้องประชาชน ที่มีส่วนร่วม เรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องของจังหวัด ซึ่งรัฐบาลเองได้ให้ ความสำคัญต่อกระบวนการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนและฟังเสียงทุกเสียง ไม่ว่าเสียง พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อม ในเรื่องของการแก้ไขมาตรการ การเยียวยาขออนุญาตเพิ่มเติมว่าอำนาจหน้าที่ของกระทรวงคมนาคม เรื่องของการเสนอ แผนงาน เรื่องของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ เรื่องของการเร่งรัดติดตามแล้วก็ รายงานผล ดิฉันฉายภาพให้เห็นถึงอำนาจหน้าที่ที่เราจะต้องดำเนินการตามกรอบของ กฎหมาย ขณะนี้อยู่ในการตั้งคณะทำงานของ รฟท. ร่วมกับในส่วนของภาคเอกชนแล้วก็ ส่วนของหน่วยงานของภาครัฐ
นอกจากนั้นดิฉันขออนุญาตได้พูดถึงขั้นตอนว่าหลังจากที่เรามีองค์ประกอบ ของแต่ละหน่วยงานเข้ามาแล้ว เราก็จะมีขั้นตอนคร่าว ๆ ดังนี้ว่าขั้นตอนของการดำเนินการ คือเราจะเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนเข้ามาว่าในกรณีที่เขาอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟนั้น Register ถูกต้องตามกฎหมายกี่ราย พื้นที่ที่ต้องบอกว่าไม่ใช่ประชาชนบุกรุกแต่เขาอยู่อาศัย อย่างยาวนานอยู่มากี่ปี จะต้องชดเชยเยียวยาอย่างไร ก็จะมีการสร้างพื้นที่ความเข้าใจ จะมีการสำรวจผังเมืองว่ากี่ครัวเรือนแล้วก็จะมีหน่วยงานที่จะรับรองสิทธิ หลังจากนั้น กระบวนการทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งที่อยู่ในสิทธิและไม่อยู่ในสิทธิก็จะมีการรวมกลุ่ม จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ แล้วก็จัดตั้งกลุ่มสหกรณ์รวมถึงคณะกรรมการผังเมือง คณะกรรมการผังเมืองจะทำอะไรต่อ ก็จะมีการกำหนดพื้นที่รองรับเพื่อไม่ห่างไกลจากพื้นที่ที่เขาต้องย้ายออกไป เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา อย่างที่ท่านสมาชิกบอกว่าถ้าห่างไกลเกินไป แต่เขายังต้องอาศัยที่ทำงานอยู่ในตัวจังหวัด แต่พื้นที่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของพี่น้องประชาชน นี่คือจึงต้องมีการกำหนดแผนรองรับ เมื่อกำหนดแผนรองรับแล้วต้องวางผังชุมชนว่าจำนวน กี่รายที่ต้องย้ายไปชุมชนที่เปิดใหม่ แล้วหลังจากนั้นพอมีความเข้าใจตกลงตรงกันแล้วทั้ง ๒ ฝ่ายก็จะมีการยื่นออกเอกสารเพื่อขอเช่าที่ดิน โดยเอกสารนี้จะมีหน่วยงานก็คือชุมชน พอช. แล้วก็การรถไฟ แล้วก็บริษัทลูก SRTA หลังจากนั้นขั้นตอนต่อมาก็คือจะมีการลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบที่ดินนำไปสู่การติดตาม จัดทำเอกสาร เงื่อนไขการเช่า เงื่อนไขของการอนุญาตให้เช่า และเงื่อนไขถึงสัญญาให้เช่า หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การพัฒนาโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งบ้านมั่นคงดังกล่าวก็อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท SRTA อยู่ หลายท่านก็จะเห็นเรื่อง ที่เราเปิดบ้านมั่นคงไป นี่คือส่วนหนึ่งที่เราจะรองรับเรื่องของกระบวนการที่จะย้ายชุมชน ออกไป ซึ่งดิฉันเห็นว่าในมาตรการเหล่านี้รัฐบาลเองได้มีความใส่ใจแล้วก็ไม่ได้ทิ้งให้ใครอยู่ ข้างหลัง แต่ขณะที่ความเจริญไปสู่ชุมชนรัฐบาลเองก็เตรียมเรื่องของการก่อสร้างบ้านมั่นคง แต่ต้องให้ทราบก่อนว่าประชาชนที่จะไปอยู่ที่ใหม่จำนวนกี่ครัวเรือน แล้วเตรียมพื้นที่ในการ ที่จะรองรับสร้างบ้านมั่นคงให้เขามีความรู้สึกว่าการเป็นคนไทยคนหนึ่ง ๑ คน ๑ สิทธิ ๑ เสียงต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลค่ะ ต่อมาถ้าเราแก้ไขปัญหาพื้นที่ดังกล่าวก็ยังมีข้อดี เราเชื่อมั่นว่าขณะที่ความเจริญไปถึงมันก็จะเกิดผลดีทั้งในเรื่องของทางด้านสังคม เรื่องลดปัญหา เรื่องของการบุกรุกที่ดิน เรื่องของการปรับปรุงคุณภาพชีวิต แทนที่พี่น้องประชาชนจะอยู่ แบบสลัมแต่เขาจะมีห้องที่มีความสะดวกสบายกี่ Unit ที่เขามีความพร้อม ซึ่งบ้านมั่นคง หลายท่านก็คงติดตามว่าในสิทธิพิเศษเหล่านี้ SRTA ก็จะจัดสรรให้ผู้ที่ต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ในเรื่องของบ้านมั่นคง และสิ่งที่เราพูดกันตลอดเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางสังคม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเติมเต็มให้พี่น้องประชาชนมีที่อยู่อาศัยแล้วก็เรื่องของความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ในเรื่องของมิติทางเศรษฐกิจดิฉันเชื่อมั่นว่าจากความเจริญของรถไฟก็ตาม ในเรื่องของภาระของพี่น้องประชาชนก็จะไม่ให้เป็นภาระของสังคมว่าเขาถูกทิ้งจากการที่ รถไฟความเร็วสูงไปถึงชุมชนแล้วก็เป็นการสร้างโอกาสในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันเรื่องการพัฒนาเมืองและการบริหารที่ดิน เรื่องของการใช้ที่ดินที่ว่างเปล่าให้เกิด ประโยชน์ เรื่องของการสนับสนุนผังเมืองโดยเฉพาะโครงการพัฒนาที่ใช้ระบบขนส่ง หลายท่าน เราบอกว่าคนอยู่ต่างจังหวัดอยู่บ้านนอกระบบขนส่งสาธารณะจะไม่ไปถึง ทำไมต้องให้ใช้แต่คน กรุงเทพฯ นี่ละค่ะคือคำตอบของกระทรวงคมนาคม คำตอบรัฐบาลที่จะขยายความเจริญไปสู่ พี่น้องในชนบทค่ะ ในเรื่องนโยบายของรัฐก็เช่นเดียวกันว่าในเรื่องบ้านมั่นคงเองเราเชื่อมั่นว่า เราจะลดความเหลื่อมล้ำของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้ามาสู่การมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง ในภาพรวมของรัฐบาลดิฉันขอตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกซึ่งอาจจะยาวนิดหนึ่ง แต่ดิฉัน เชื่อมั่นว่าครอบคลุมนะคะ ขอบคุณค่ะ