สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘

ปารมี ไวจงเจริญ พูดถึงปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนเดินทางเรียน และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขตามอนุสัญญาสิทธิเด็ก และหาวิธีแก้ไขที่ให้ความสำคัญกับเด็ก

นายปารมี ไวจงเจริญ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ปารมี ไวจงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการที่กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่าจริง ๆ แล้วกระทู้ถามนี้ ท่านประธานคะ ดิฉันตั้งใจถามท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่าประเด็นที่ ดิฉันจะถามเกี่ยวเนื่องกับหน่วยราชการหลายหน่วย ไม่ใช่เพียงแค่กระทรวงศึกษาธิการ ยังเกี่ยวพันไปถึงกระทรวงมหาดไทย สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือกระทรวง พม. หลายหน่วยงาน ดิฉันจึงตั้งใจจะตั้งกระทู้ถาม นี้ถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่เอาละในเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีติดภารกิจและมอบหมาย ท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์มาก็ไม่เป็นไร เป็นอันว่าก็จะได้ถามท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์แล้วก็หวังว่า ท่านรัฐมนตรีสุรศักดิ์จะได้นำเสนอรัฐบาลเพื่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมด้วย กระทู้ถามนี้ ท่านประธานคะ มีประเด็นสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะเกิดเหตุการณ์ละเมิดสิทธิทางการศึกษาของกลุ่มเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ขึ้นมา หลายต่อหลายครั้งค่ะท่านประธาน ก็อย่างเช่น เดือนมิถุนายนปี ๒๕๖๖ ก็เกิดกรณีเด็กไม่มี หลักฐานทะเบียนราษฎร์ ๑๒๐ กว่าคนที่มาเรียนในโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖ ที่จังหวัดอ่างทอง ก็ถูกจับกุม ถูกนำออกจากระบบการศึกษา ๑๒๐ กว่าคน แล้วต่อมามีการผลักดันเด็กกลุ่มนี้ หลังจากถูกนำออกจากระบบการศึกษาแล้วก็มีการผลักดันเด็กกลุ่มนี้กลับประเทศต้นทางที่อยู่ใน ภาวะสงคราม แล้วหลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็มาเกิดเหตุการณ์เด็กไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์อีก ๑๙ คน ที่ไปบวชเณรอยู่วัดสว่างอารมณ์ จังหวัดลพบุรี แล้วต่อมาถูกสนธิกำลังของหน่วยราชการ หลายหน่วยเข้าตรวจค้น สามเณรถูกจับสึกและให้ออกจากการเรียนกลางคันตามข่าวในตอน นั้นว่าอีกไม่กี่วันสามเณรกลุ่มนี้กำลังจะสอบปลายภาคด้วยซ้ำ แต่หน่วยราชการที่สนธิกำลัง เข้าไปตรวจสอบก็จับสึกแล้วก็นำออกจากการเรียนไม่ให้สอบ หรืออย่างกรณีล่าสุดไม่กี่เดือน นี้เองท่านประธานค่ะ ที่ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งปิดศูนย์การเรียนในจังหวัด สุราษฎร์ธานีจนทำให้เด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์หลายพันคนไม่มีที่เรียน ท่านประธานค่ะ การกระทำเช่นนี้ซึ่งเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งกรณีที่เป็นข่าวจะพบกับกรณีที่เป็น เหตุใหญ่ ๆ มีเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกที่เด็กไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์ถูกนำออกจากระบบ การศึกษาเหตุเล็ก ๆ อีกหลายครั้ง การกระทำเช่นนี้นะคะท่านประธานเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก อย่างร้ายแรง และยังขัดต่ออนุสัญญาสิทธิเด็ก ค.ศ. ๑๙๘๙ แล้วก็ยังขัดต่อมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๔๘ ในการให้โอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีสถานะ ทางทะเบียนราษฎร์หรือไม่มีสัญชาติไทย มติ ครม. ปี ๒๕๔๘ ตอนนั้นได้เปิดกว้างแล้วว่าให้เด็ก ที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์สามารถเข้าเรียนได้โดยไม่จำกัดระดับประเภทหรือพื้นที่ การศึกษา และในฐานะที่ดิฉันเป็นผู้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎร์หรือไม่มี สัญชาติไทย ซึ่งต่อมาสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้มีมติส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมาธิการ การศึกษาพิจารณาและดำเนินการจนกระทั่งคณะกรรมาธิการการศึกษาได้ทำการศึกษา พิจารณาแนวทางนี้เสร็จสมบูรณ์นะคะ ตัวดิฉันก็ได้อยู่ร่วมในคณะทำงานนี้ด้วยแล้วก็จัดทำ ร่างรายงานผลการพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎร์และรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วหลายเดือนด้วยค่ะท่านประธาน

ประเด็นคำถามแรก ที่ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีในคำถามที่ ๑ เลยว่าเพราะ เหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง พม. กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แล้วสภาความมั่นคงแห่งชาติ ถึงไม่ถอดบทเรียนความผิดพลาด ยังคงปล่อยให้เกิดการละเมิดสิทธิเด็กด้วยการกระทำ ที่เป็นการผลักดันเด็กออกนอกระบบการศึกษา จากกรณีตัวอย่างที่ดิฉันได้เกริ่นนำมาที่เกิด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมเราไม่เอาเด็กเป็นศูนย์กลางแล้วจัดการศึกษาและใช้วิธีแก้ด้วยวิธีอื่น แต่กลับเลือกใช้วิธีนำเด็กออกจากระบบการศึกษา คำถามที่ ๑ ขอถามตรงนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน