สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับผลกระทบจากนโยบายสงครามการค้าของสหรัฐอเมริกาที่อาจขยายวงกว้างถึงประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นความเสี่ยงจากการถูกขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเครื่องจักร ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการส่งออกของไทยอย่างรุนแรง
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบกระทู้ถามเป็นการให้เกียรติต่อสภา แล้วก็เป็นการให้เกียรติต่อพี่น้องประชาชน วันนี้ผมขอตั้งกระทู้ถามสดต่อท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ในประเด็นสำคัญที่กำลังกระทบกับเศรษฐกิจทั่วโลก และในไม่ช้าคงกระทบ กับประเทศเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือประเด็นการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าระหว่าง ประเทศของสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีท่านใหม่ ที่วันนี้กำลังสร้างสงครามการค้าทั่วโลก ถ้าให้สรุปสั้น ๆ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ ประเทศพวกแรก ๆ ที่โดนก็คือคนที่เกินดุลสหรัฐเยอะ ๆ ไล่ไปตั้งแต่แคนาดา เม็กซิโก สินค้า ส่วนใหญ่โดนภาษีเพิ่มขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ จีนโดนเพิ่ม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แคนาดากับเม็กซิโก โชคดีหน่อยมีเรื่องให้ไปเจรจากับสหรัฐได้ จะไปเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลเรื่อง คนเข้าเมือง เรื่องการข้ามแดนของผู้อพยพตรงกับนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐที่อยากเห็น มาตรการขึ้นภาษี ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เลยถูกพักไปก่อน ๓๐ วัน อีก ๓๐ วันมาว่ากันใหม่ ส่วนจีน ไม่เจรจาอะไร ขึ้นมาขึ้นกลับ สหรัฐขึ้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จีนสู้กลับขึ้น ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ มีผลวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์นี้ ทั้งยังจะฟ้องร้องดับเบิลยูทีโอว่าสหรัฐละเมิดกติกาดับเบิลยูทีโอ ทั้งจะควบคุมการส่งออกแร่ไปยังสหรัฐ สอบสวนการผูกขาดขึ้นบัญชีดำบริษัทจากสหรัฐ หลายบริษัท เราในฐานะคนดูบางท่านดูเขาเล่นก็ลุ้นไปสนุกดีนะครับ มึงขึ้นมากูขึ้นกลับไม่โกง คำถามคือแล้วประเทศเราจะโดนผลกระทบอะไรบ้างจากเรื่องนี้ เราจะรอดหรือไม่ดูทรงแล้ว ต้องเรียนท่านประธานว่าท่าทางเราจะรอดยาก ถามว่าเพราะอะไร เพราะสหรัฐดำเนิน นโยบายนี้โดยไล่จากประเทศที่เกินดุลเยอะ ๆ ก่อนแล้วก็ไล่ไปประเทศที่เกินดุลน้อย วันนี้ เม็กซิโก แคนาดา จีนโดนก่อนเพราะเป็น ๓ ประเทศที่เกินดุลมากสุด สหรัฐนำเข้าสินค้าจาก ๓ ประเทศนี้เกือบครึ่ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เล่น ๓ ประเทศนี้ เสร็จคราวนี้หันไปหาอียูบอกให้เตรียมตัว ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านว่าอีกนานเท่าไรจะถึงคิวเรา ถ้าจะไม่นานถามว่าเพราะอะไร เพราะไทยเราก็ใช่ย่อยนะครับ เราเกินดุลการค้าสหรัฐถ้าไล่เรียง เป็นลำดับเราอยู่ลำดับที่ ๑๒ เราเกินดุลเขาต่อเนื่องมาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลเลย ที่เราจะไม่โดนแค่เมื่อไรเท่านั้น วันนี้นักเศรษฐศาสตร์บทวิเคราะห์บางสำนักทำนายแล้วว่า เราจะได้รับผลกระทบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยเขาจัดลำดับเรียงประเทศเลยว่าใครเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ ประเทศไทยตกในความเสี่ยงสูงครับ ย้ำนะครับเสี่ยงสูงจากอะไร จากการจะถูกขึ้น ภาษีนำเข้าจากประเทศสหรัฐ เพราะกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของสินค้าส่งออกจากไทยไปยัง สหรัฐเป็นสินค้าที่สหรัฐเขาตั้งเป้าแล้วว่าเขาจะลดการขาดดุลให้ได้และอยากให้เกิดการผลิต ในประเทศตัวเองแทน ถามว่าอะไรบ้าง ทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้า ผมไปรวมคร่าว ๆ ปี ๒๕๖๖ แค่เฉพาะสินค้ากลุ่มนี้ส่งออกไปสหรัฐ ประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถ้าเรา มีบทเรียนย้อนไปดูตั้งแต่ทรัมป์ (Trump) สมัยแรกนะครับ หรือที่วงการเศรษฐศาสตร์ เรียกว่าทรัมป์ (Trump) ๑.๐ ปี ๒๕๖๒ ๑ ปีหลังจากเกิดสงครามการค้า การส่งออกไทย หดตัวไป ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ จีดีพีของไทยหดตัวไป ๒.๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นข้อมูลจาก กระทรวงพาณิชย์เลยนะครับ อันนั้นคือทรัมป์ (Trump) ๑.๐ ที่การตอบโต้ยังไม่รุนแรง ไม่ขยายตัวไปหลายประเทศ วันนี้สหรัฐเล่นเกมแรงขึ้นเร็วขึ้นขยายไปประเทศอื่น ๆ มากขึ้น ประเทศอื่น ๆ ก็พร้อมตอบโต้รุนแรงขึ้น ไทยเสี่ยงได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคืออะไร เราเสี่ยงถูกขึ้นภาษีตรง ๆ ทางอ้อมคืออะไรตลาดอื่น ๆ ที่เราคิดว่าจะไป ส่งออกเขาทดแทนก็ไม่ง่าย เพราะสงครามการค้าทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เราจะหาตลาด อื่น ๆ ส่งออกเพิ่มก็ไม่ง่าย ยังไม่นับว่าสินค้าจีนที่วันนี้ส่งไปสหรัฐไม่ได้หรือส่งออกได้น้อยลง ก็จะย้ายไปแข่งเราในตลาดอื่น มีการประเมินว่าสงครามการค้ารอบนี้มีแนวโน้มทำให้การ ส่งออกไทยหดตัว ๒-๔ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือรัฐบาลเตรียมการรับมือเรื่องนี้หรือยังครับ และเตรียมอย่างไร ดังนั้นคำถามที่ผมอยากจะขอถามท่านรัฐมนตรีก็คือรัฐบาลคาดการณ์ หรือยังว่าสงครามการค้ารอบนี้จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยแค่ไหน กระทบต่อจีดีพีเท่าไร กระทบต่อการส่งออกอย่างไร เพราะเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเขารอฟังอยู่ และถ้าเราจะเจรจา เราจะเจรจาอย่างไร มีอะไรที่เราจะเอาไปเจรจากับเขาได้บ้าง ถ้าเจรจาไม่ได้อุตสาหกรรมไหน จะได้รับผลกระทบมากน้อยเขาจะได้เตรียมตัวถูก และผลที่เกิดขึ้นจะกระทบรุนแรงขนาดไหน โรงงานจะเจ๊งเลยไหม ปิดตัวไหม คนจะตกงานไหม รัฐบาลเตรียมการรับมือเรื่องนี้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ