ชลธิชา หารือกรณีปลาหมอคางดำ-วิจารณ์คดีฟ้องปิดปาก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๓๐ มกราคม ๒๕๖๘

ชลธิชา แจ้งเร็ว หารือกรณีแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำที่บริษัทซีพีเป็นผู้นำเข้า และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินคดีฟ้องปิดปากต่อคุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ โดยเสนอให้รัฐบาลผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ชลธิชา แจ้งเร็ว ระบุความหวังว่าร่างกฎหมายจะได้รับการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง เพื่อป้องกันกรณีฟ้องปิดปากและกลั่นแกล้ง สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ

นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ปทุมธานี

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชนค่ะ ท่านประธานคะ ในช่วงปีที่ผ่านมาสังคมเราให้ความสำคัญกับกรณีการแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในหลายมิติ รวมไปถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ ของไทยเพราะการแพร่ระบาดแล้วก็การรุกรานสัตว์น้ำ แล้วก็รวมไปถึงผลกระทบต่อ กลุ่มเกษตรกรชาวประมง กลุ่มผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประมงค่ะ ซึ่งจากเดิม พวกเขาก็ได้รับผลกำไรเป็นกอบเป็นกำจากการทำธุรกิจนี้ แต่ว่าหลังจากที่มีการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำก็ทำให้หลายคนขาดทุนย่อยยับแล้วก็สิ้นเนื้อประดาตัวนะคะ ผลกระทบ มากมายมหาศาลขณะนี้ก็ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาสื่อมวลชน ภาคประชาสังคมและประชาชน ต่าง ๆ ก็พยายามที่จะออกมาศึกษาถึงต้นตอ แล้วก็เรียกร้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ได้รับผิดชอบต่อการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แล้วก็รวมไปถึงการสืบค้นข้อมูล จนทำให้เราทราบกันนะคะว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำก็เป็นผลจากการนำเข้ามา ในประเทศไทยโดยบริษัท ซีพี นั่นเอง ท่านประธานค่ะ ประเด็นเรื่องการแพร่ระบาดปลาหมอ คางดำอย่างที่ดิฉันบอกแล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายมาแล้วนะคะว่าส่งผล กระทบเป็นวงกว้าง ในช่วงที่ผ่านมานี้เองค่ะ ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ ภาคประชาสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม นักวิชาการแล้วก็ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แสดง ความคิดเห็นในทางสาธารณะอย่างมากมาย ดิฉันเชื่อจริง ๆ ค่ะว่าพวกเขาเองต่างก็มีเจตนา สุจริตในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อร่วมกันเรียกร้องเรื่องของการ ชดเชยเยียวยา แล้วก็ร่วมกันรักษาระบบนิเวศของพวกเรา แต่อย่างไรก็ตามค่ะจากการที่ดิฉัน ได้ติดตามข่าวเรื่องนี้ดิฉันทราบมาว่าในช่วงเวลาเดียวกันกับที่สังคมกำลังจับตามองกรณีการ แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ทางบริษัท ซีพี เองก็ได้ยื่นฟ้องคุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ซึ่งเป็นเลขาธิการมูลนิธิชีววิถีหรือว่า BIOTHAI นั่นเองนะคะ ในฐานหมิ่นประมาทโดยการ โฆษณาเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เหตุสืบเนื่องมาจากงานเสวนาที่คุณวิฑูรย์ได้ไปพูด เกี่ยวกับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทางชีวภาพ แล้วก็รวมไปถึงการให้สัมภาษณ์ทาง Thai PBS ในวันเดียวกันนั่นเอง แม้ดิฉันจะทราบดีว่า รายงานเล่มนี้ของกรรมาธิการจะเสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ดิฉันเอง ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ในการพูดถึงการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วม สาธารณะหรือว่าที่เรารู้จักกันในชื่อของคดี SLAPP นั่นเองในเหตุการณ์นี้ค่ะ แล้วก็ขอฝาก เป็นข้อเสนอไปยังรัฐบาล ดิฉันมองว่าการดำเนินคดีของบริษัท ซีพี ต่อกรณีของคุณวิฑูรย์นั้น เป็นการดำเนินคดีในลักษณะของเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะหรือที่เรา เรียกกันว่าคดีฟ้องปิดปากนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การแสวงหาความยุติธรรม แต่ว่าทำไปเพื่อให้จำเลยเกิดความยุ่งยาก เสียเวลา เสียเงิน เสียทอง และที่สำคัญก็คือเพื่อทำให้เกิดบรรยากาศของความหวาดกลัว ในการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนั้น ๆ และที่ดิฉันพูดถึงเรื่องนี้ก็เนื่องมาจากการแสดง ความคิดเห็นของคุณวิฑูรย์อย่างที่ดิฉันย้ำว่าก็เป็นไปโดยสุจริตนะคะ แล้วก็เพื่อให้สาธารณะ ได้เห็นถึงผลกระทบที่บริษัท ซีพี ได้ก่อไว้ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบ้านเรา ท่านประธานคะ หลังจากที่มีการดำเนินคดีในเรื่องนี้ต่อคุณวิฑูรย์ก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากทั้งจาก องค์กรในประเทศไทยเอง แล้วก็รวมไปถึงองค์กรระหว่างประเทศด้วยว่าการแจ้งความ ในลักษณะนี้เป็นการคุกคามสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกแล้วก็การเข้าถึง ข้อมูลข่าวสารนะคะ ซึ่งความน่ากังวลอย่างที่ดิฉันบอกมันได้สร้างบรรยากาศแห่งความ หวาดกลัวแล้วก็ปิดกั้นการตรวจสอบของสาธารณชน เป็นภัยคุกคามต่อหลักการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยที่เราต่างยึดถือกัน เพราะเมื่อขาดการมีส่วนร่วมจากสาธารณะ ดิฉันไม่มั่นใจเลยจริง ๆ ว่าแนวทางที่พวกเรากำลังแสวงหาในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำนั้นจะมีประสิทธิภาพได้อย่างไรหากเราขาดการมีส่วนร่วม และนี่จึงเป็น เหตุผลที่ดิฉันจะขอใช้โอกาสนี้ในการฝากข้อเสนอผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาลในการ สื่อสารกับรัฐบาลว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมีกฎหมาย ผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้อง ปิดปาก เฉกเช่นเดียวกับหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งจะเป็นกลไกทางกฎหมายที่สำคัญในการ ปกป้องสิทธิและเสรีภาพในการพูด ในการตั้งคำถาม ในการตรวจสอบ แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ เรื่องสาธารณะ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมในเวทีรับฟังความ คิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของ สาธารณชนหรือกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากนั่นเอง ซึ่งร่างนี้ก็จัดทำโดยกรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งต้องขอชื่นชมเป็นอย่างมากเห็นถึงความตั้งใจ จริง ๆ ในเรื่องนี้ กฎหมายฉบับนี้ก็จะมีสาระสำคัญในการคุ้มครองการใช้เสรีภาพในการ แสดงออกเพื่อประโยชน์สาธารณะแล้วก็สร้างกลไกทางกฎหมายเพื่อพิจารณายุติคดีที่เข้าข่าย ลักษณะของการฟ้องปิดปาก และขณะเดียวกันภายใต้กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ได้มีการ ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาร่างกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากเช่นเดียวกัน

สุดท้ายคะท่านประธานดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหากร่างกฎหมายดังกล่าว เข้าสภามาแล้วก็จะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน สส. ทุกพรรคการเมืองในสภานี้เพื่อช่วยกัน ยืนยันถึงความเอาจริงเอาจังของพวกเราว่าจะต้องไม่มีการฟ้องปิดปาก ฟ้องกลั่นแกล้งเกิดขึ้น เฉกเช่นเดียวกับกรณีของคุณวิฑูรย์ที่ถูกฟ้องโดยบริษัท ซีพี และเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะร่วมกัน สร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วม สามารถแสดงความคิดเห็น เพื่อประโยชน์สาธารณะ อย่างเช่นกรณีของปลาหมอคางดำ ขอบคุณค่ะ