สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๒๙ มกราคม ๒๕๖๘

ฉัตร สุภัทรวณิชย์ พูดเรื่องการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้ต้องหาในคดีอาญา และการช่วยเหลือประชาชนที่ถูกกุมขังโดยไม่มีการฟ้องร้อง

นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ นครราชสีมา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ฉัตร สุภัทรวณิชย์ สมาชิกผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขต ๑ หน้าย่าโม พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลักการหนึ่งของ กฎหมายฉบับนี้จะมีการขยายขอบเขตการเยียวยาผู้ต้องหาในคดีอาญาเพิ่มเติม ซึ่งผมก็เห็นด้วย กับหลักการนี้เนื่องจากในระหว่างสอบสวนประชาชนอาจถูกกุมขังในระหว่างสอบสวนได้มากสุด ถึง ๘๔ วัน แล้วถ้าสุดท้ายพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องขึ้นมาก็ถูกขังฟรี ๆ โดยการแก้กฎหมาย ครั้งนี้จะเป็นการอุดช่องว่างเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่จับผู้ต้องหาก็ไม่ได้ถูกไหมครับ แต่สิ่งที่ผมเป็นกังวลและ อยากจะฝากเป็นประเด็นไว้เพื่อไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ก็คือการช่วยเหลือ การเยียวยา บางอย่างอาจจะซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นโดยเฉพาะของกระทรวงยุติธรรมเองครับ เข้าใจดีว่า ในมาตรา ๕ มีการกำหนดไว้ครับว่า การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิ หรือประโยชน์ตาม พระราชบัญญัตินี้ไม่ตัดสิทธิที่จะได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมายอื่น แต่การเขียนกฎหมาย ก็ไม่ควรเขียนอำนาจหน้าที่ให้ทับซ้อนกับกฎหมายอื่น ๆ เพื่อให้มีความชัดเจนในแต่ละ หน่วยงานว่า หน่วยงานใดช่วยเรื่องใด ประชาชนเองจะได้ไม่สับสนด้วยว่าสรุปแล้วต้องไป ขอรับความช่วยเหลือจากที่ใดครับ กฎหมายฉบับหนึ่งที่ผมคิดว่ามีความซ้ำซ้อนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนกับกฎหมาย ฉบับนี้ก็คือพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ครับ เพราะภารกิจของ กองทุนยุติธรรมมีภารกิจหลักอย่างหนึ่งคือการเยียวยาผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและผู้ได้รับ ผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน แน่นอนครับว่าการถูกคุมขังและสุดท้ายอัยการ สั่งไม่ฟ้องคือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งตอนพิจารณากฎหมายกองทุนยุติธรรมทั้งในชั้น พระราชบัญญัติและชั้นกฎหมายลำดับรองในภารกิจเยียวยาผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนนี้ กฎหมายที่ถูกเอามาเป็นตัวตั้งเพื่อให้กองทุนยุติธรรมเข้าไปอุดช่องว่างก็คือกฎหมายที่เรา กำลังแก้นี่ล่ะครับ ซึ่งทีมหลักในการร่างกฎหมายกองทุนยุติธรรมก็เป็นทีมจากกรมคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพ แต่พอพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรมบังคับใช้ กองทุนยุติธรรมกลับถูก นำไปอยู่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม การแก้กฎหมายแต่ละครั้งเลยอาจ ไม่ค่อยได้มีการสื่อสารกันระหว่างกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกับสำนักงานปลัดกระทรวง ยุติธรรมครับ ในกองทุนยุติธรรม มาตรา ๓๒ กำหนดให้ผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนสามารถ ขอรับค่ารักษาพยาบาล ค่าฟื้นฟูสภาพร่างกายจิตใจ เงินเยียวยากรณีเสียชีวิตได้ รวมถึง ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ได้อีก เห็นไหมครับว่ามันจะคล้ายกับกฎหมายที่เรากำลังแก้ กันอยู่มากทีเดียว และในระบบของกองทุนยุติธรรมว่าด้วยเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนที่แก้ไข เพิ่มเติม ปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๔ ข้อ ๙ (๓) เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นจำเลยที่มีสิทธิได้รับ ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และ ค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา และถูกคุมขังในระหว่างสอบสวน ถ้อยคำข้อ ๙ (๓) นี้ หมายความว่าต้องเป็นจำเลยที่มีคุณสมบัติจะได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมายค่าทดแทนและ ต้องถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนด้วย สาเหตุที่ต้องใช้คำแบบนี้เพราะตอนปี ๒๕๕๙ และ ปี ๒๕๖๔ กฎหมายค่าทดแทนยังไม่มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ต้องหาครับ พอมาแก้กฎหมาย ครั้งนี้มีการเพิ่มหมวด ๔/๑ การจ่ายค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่ผู้ต้องหาในคดีอาญา เราต้อง มาช่วยกันคิดต่อว่าจะแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของกฎหมาย ๒ ฉบับนี้อย่างไร และถ้าต้องไป แก้กฎหมายกองทุนยุติธรรมต่อไปก็ต้องดำเนินการโดยด่วนครับ เพราะผมเองก็มีประเด็น อยากจะแก้กฎหมายกองทุนยุติธรรมอยู่เหมือนกันครับท่านประธาน นอกจากเงินเยียวยา ที่กล่าวไปแล้วกฎหมายค่าทดแทนก็มีการให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดีตามที่ปรากฏ ในมาตรา ๑๙/๒ (๕) และมาตรา ๒๑ (๕) ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีก็สามารถขอรับ ความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมได้อีก เพราะภารกิจอันดับหนึ่งของกองทุนยุติธรรมก็คือ ให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี เช่น ค่าตรวจพิสูจน์ ค่ารังวัด ค่าแปล ค่าภาพถ่าย ทางอากาศ ค่าอื่น ๆ อีกเยอะมาก สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ แต่ต้องคำนึงถึงการซ้ำซ้อนกับกฎหมายฉบับอื่นด้วย เพื่อให้ การอำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกัน การสับสนของประชาชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ